ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    อย่า “โดน” ก่อนที่จะได้ใช้ “โดรน”

    สายล่อฟ้า1 เม.ย. 2560 05:01 น.
    SHARE

    ต้องก้าวไปข้างหน้า รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง

    แม้จะเห็นเป็นข่าวเล็กๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วน่าจะเป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลในอนาคตข้างหน้าเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ทันสมัย

    ครับ...สิงคโปร์เป็นประเทศบนเกาะเล็กๆ แต่มีความเจริญก้าวหน้าไปทั้งระบบ ยิ่งมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ยิ่งเป็นการตอบสนองอย่างชัดเจน

    ไปรษณีย์ของสิงคโปร์ได้มีการพัฒนาด้วยการใช้ “โดรน” มาเป็นเครื่องมือเพื่อส่งจดหมายและพัสดุระหว่างเกาะหลังจากทดสอบมาตั้งแต่ปี 2558 จนประสบผลสำเร็จ

    ด้วยการจัดส่งพัสดุต่างๆจากเกาะหลักคือสิงคโปร์ไปยังเกาะปูเลา อูบินซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน โดยมีการทดสอบกันมาอย่างต่อเนื่อง

    สุดท้ายก็ประสบผลสำเร็จอย่างน่าพอใจ

    เทคโนโลยีการใช้โดรนนั้นจะช่วยให้การจัดส่งพัสดุรวดเร็วขึ้น และยังช่วยแก้ไขปัญหาด้านแรงงานขาดแคลน ซึ่งทำหน้าที่บุรุษไปรษณีย์ในปัจจุบัน

    เลือกที่จะให้บริการรับ-ส่งจดหมายและพัสดุกับเกาะปูเลาอูบินก่อนเพื่อเป็นการเริ่มต้นทดสอบ เพราะไม่มีบุรุษไปรษณีย์รุ่นใหม่เข้ามาประจำการ ทำให้บุรุษไปรษณีย์ประจำเกาะต้องทำงานเกินวัยเกษียณอายุถึง 15-20 ปี

    เรียกว่าทำงานกันจนแก่หง่อม

    สำหรับระยะทางที่โดรนไปรษณีย์จะบินส่งจดหมายและพัสดุมีความยาวประมาณ 2 กม. เพื่อข้ามเกาะและรับช่วงต่อด้วยรหัสยืนยันที่ถูกต้องป้องกันความปลอดภัยของพัสดุ

    หากโดรนลงจอดเกิน 3 นาที และไม่มีผู้มาใส่รหัสรับของโดรนจะนำพัสดุกลับมายังฐานเดิมในทันที

    อีก 3-5 ปีจากนี้ไปได้ตั้งเป้าพัฒนาเพื่อส่งจดหมายและพัสดุในระยะที่ไกลขึ้น รวมถึงส่งของไปยังต่างประเทศในอนาคต

    ที่หยิบยกการพัฒนาของต่างประเทศซึ่งใช้ความสำคัญต่อระบบโลจิสติกส์แล้ว ทำให้คิดถึงประเทศไทยที่แม้จะมีการพัฒนาไปค่อนข้างดีพอสมควร

    แต่ถ้ายังวุ่นวายกับเรื่องเก่าๆ อย่างรถบรรทุกน้ำหนักเกินทำให้ถนนเสียหายต้องไล่จับกันมาตลอด

    มันน่าเศร้าใจพิลึกที่ไม่ทันสมัยกันเสียที

    เคยมีการเสนอให้ยุบหน่วยงานไปรษณีย์ไทย เพราะเห็นว่าทำไปก็มีแต่ขาดทุน มองไม่เห็นอนาคต นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องคิดกันใหม่ได้แล้ว

    “ไปรษณีย์ไทย” นั้นยังเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยที่ควรจะมีการพัฒนาหรือยกระดับด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเป็นเครื่องมือ

    ถ้าพูดถึงความพร้อมแล้วถือว่ามีครบทุกอย่าง ทั้งความชำนาญ ข้อมูลพื้นที่แทบจะทุกจังหวัดทั่วประเทศ

    ดีกว่าภาคเอกชนหลายเท่าตัวในด้านความแม่นยำและความชำนาญ

    ยิ่งปัจจุบันการค้าขายด้วยระบบออนไลน์ที่สั่งซื้อสินค้าด้วย “มือถือ” ทำให้สามารถเลือกสินค้าได้เอง ราคาที่แน่นอนและสามารถส่งของมาถึงบ้านได้ในเวลาที่รวดเร็ว

    หากไปรษณีย์ไทยขยายขอบข่ายการบริการซึ่งไม่เฉพาะจดหมาย พัสดุ อย่างที่ปฏิบัติกันมาก่อนหน้านี้

    แต่หันไปเพิ่มการรับส่งสินค้าจากภาคเอกชนก็น่าจะสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น

    คงยังไม่ถึงกับส่งด้วยโดรนอย่างสิงคโปร์หรือประเทศที่พัฒนาแล้ว เพียงแต่เริ่มขยายให้เป็นธุรกิจที่แตกแขนงออกไปและควรทำอย่างยิ่ง

    ก็ได้แต่ชี้ “ขุมทรัพย์” ให้องค์กรเก่าแก่ที่จะได้อยู่คู่ประเทศไทยต่อไป.

    “สายล่อฟ้า”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กล้าได้กล้าเสียสายล่อฟ้าสิงคโปร์ไปรษณีย์สิงคโปร์โดรน

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้