คลังอนุมัติพิโกไฟแนนซ์ ปล่อยกู้รายย่อยระดับจังหวัดแล้ว 50 ราย นัดถกต้น เม.ย. ตามคืบหน้าแก้หนี้นอกระบบ ย้ำตำรวจเอาจริงปราบเจ้าหนี้เถื่อน แจงประชาชนติดต่อแบงก์ออมสิน-ธ.ก.ส. ช่วยไกล่เกลี่ยหนี้กับนายทุน...
เมื่อวันที่ 31 มี.ค. นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ว่า ช่วงต้นเดือน เม.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการแก้ไขหนี้นอกระบบแห่งชาติ พร้อมติดตามความคืบหน้าโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน รวมทั้งติดตามความคืบหน้าของมาตรการต่างๆ เช่น สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (พิโกไฟแนนซ์) ซึ่งขณะนี้มีผู้ประกอบการยื่นคำขอแล้วแล้วประมาณ 200 ราย และได้รับการอนุมัติไปแล้ว 50 ราย รวมทั้งมาตรการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ และมาตรการฟื้นฟูลูกหนี้ ซึ่งในที่ประชุมจะได้ร่วมกันพิจารณาการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบช่วงที่ผ่านมาในภาพรวม เพื่อทำให้เห็นปัญหาและอุปสรรคทั้งหมด และจะได้วางแนวทางสำหรับการแก้ไขปัญหาต่อไป
นอกจากนั้น ในช่วง 1-2 วันนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะแถลงผลการจับกุมเจ้าหนี้นอกระบบรายใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเอาจริงเอาจังในการปราบปรามเจ้าหนี้นอกระบบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยรวบรวมรายชื่อเจ้าหนี้นอกระบบรายใหญ่ได้ประมาณ 20-30 ราย ซึ่งหากบุคคลเหล่านี้ไม่ยอมเข้ามาอยู่ในระบบ หรือไม่มายื่นสมัครเป็นพิโกไฟแนนซ์ จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ขณะที่ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลเปิดโอกาสให้เจ้าหนี้นอกระบบขึ้นทะเบียนดำเนินธุรกิจปล่อยกู้นอกระบบ ได้ใน 2 รูปแบบ คือ นาโนไฟแนนซ์ ที่ต้องมีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ปล่อยกู้ได้ทั่วประเทศ แต่ปล่อยกู้ได้คนละไม่เกิน 100,000 บาท อีกรูปแบบคือ พิโกไฟแนนซ์ หรือ สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด ใช้เงินทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ปล่อยกู้ได้คนละไม่เกิน 50,000 บาท ภายในจังหวัดที่ขึ้นทะเบียน ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบ สามารถคิดอัตราดอกเบี้ยได้ไม่เกิน ร้อยละ 3 บาทต่อเดือน หรือร้อยละ 36 ต่อปี แต่หากไม่ขึ้นทะเบียน จะสามารถเก็บดอกเบี้ยได้เพียงร้อยละ 1.25 บาทต่อเดือน หรือ ร้อยละ 15 ต่อปีเท่านั้น หากเก็บมากกว่ากำหนดโดยไม่ขึ้นทะเบียนพิโกไฟแนนท์ ถือมีอัตราโทษตามกฎหมาย
...
ส่วนประชาชนที่ยังคงมีหนี้กับเจ้าหนี้นอกระบบ สามารถแจ้งต่อธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรทุกสาขา หรือแจ้งโดยตรงมายังกระทรวงการคลัง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยไกล่เกลี่ยหนี้กับนายทุน และนายทุนก็สามารถขอใบอนุญาตขึ้นทะเบียนดำเนินธุรกิจปล่อยกู้นอกระบบได้ที่ธนาคารทั้ง 2 แห่งด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทั่วประเทศ บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กระทรวงการคลัง จะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้เป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด.