ข่าว
100 year

ปฏิวัติโชว์ห่วย เรื่องดีๆจากเมืองจีน

ลม เปลี่ยนทิศ1 เม.ย. 2560 05:01 น.
SHARE

วันเสาร์สบายๆวันนี้ ผมมีเรื่องดีๆที่อยากเล่าสู่กันฟัง เป็นเรื่องที่ ไปรษณีย์จีน ร่วมมือกับ บริษัทเอกชน จัดตั้งบริษัท Ule ขึ้นมาสร้างเครือข่ายร้านค้าออนไลน์ในชนบท เพื่อช่วยเหลือ ร้านโชว์ห่วย ที่กำลังล้มตาย เพราะคนหันไปซื้อสินค้าออนไลน์กันมากขึ้น ทำให้ร้านโชว์ห่วยในชนบทเหลือแต่ลูกค้าที่เป็นผู้สูงอายุและรอวันเจ๊ง

ผมหวังว่า โครงการประชารัฐ ที่รัฐบาลคิดขึ้นมาช่วยเหลือ ธุรกิจเอสเอ็มอี จะนำแนวคิดนี้ไปเป็นแบบอย่างช่วยเหลือเอสเอ็มอีไทย ที่กำลังล้มตายเช่นเดียวกับโชว์ห่วยจีน แทนที่จะจัดงานขายของเป็นครั้งคราว แล้วก็กลับไปเจอปัญหาเดิมๆต่อไป

บริษัท Ule เกิดขึ้นจากแนวคิดของ Chen Qing ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท ชื่อ Ule แปลว่า Happy Post หรือ ไปรษณีย์ผู้มีความสุข เป็นการร่วมทุนระหว่าง ไปรษณีย์จีน (China Post Group) 43.71% TOM Group บริษัทในเครือของ ลีกาชิง มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของฮ่องกง 42% นักลงทุนอื่นอีก 14.29% ก่อตั้งแพลตฟอร์มการค้าอีคอมเมิร์ซ www.Ule.com สำหรับร้านค้าในชนบททั่วประเทศ ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลทุกร้านค้าแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ร้านโชว์ห่วยชนบทสามารถขายแบบออนไลน์ได้

ผลจากการก่อตั้ง เว็บไซต์อูเล แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซใหม่ ทำให้ธุรกิจขนส่งพัสดุของไปรษณีย์จีนปีที่แล้วโตขึ้นถึง 450% และคาดว่าจะเติบโตในอัตรา 100% ทุกปี

ความสำเร็จของ Ule ทำให้ WIRED นิตยสารชื่อดังด้านเทคโนโลยีส่งผู้สื่อข่าวไปสำรวจ มณฑลซีเจียง เมื่อสิงหาคมปีที่แล้วพบว่า มีร้านค้าชนบทถึง 250,000 ร้านเข้าไปอยู่ในระบบของ Ule และเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเป็น 330,000 ร้าน

ร้านโชว์ห่วยในชนบทแต่ละร้าน จะสแกนรหัสสินค้าทุกชนิดในร้านตั้งแต่ โค้ก ไปจนถึง ผักกะหล่ำปลี ทำให้ ระบบของ Ule วันนี้มีสินค้ามากกว่า 3 ล้านชิ้นที่แตกต่างกัน เลยทำให้ ร้านโชว์ห่วยแต่ละร้าน เหมือนเป็น ห้างวอลมาร์ทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯในโลกเสมือนจริง สามารถขายสินค้าทุกอย่างที่อยากจะขาย แม้ไม่มีสินค้าอยู่ในร้านก็ตาม ช่วยให้ร้านโชว์ห่วยในชนบทเปลี่ยนตัวเองจากร้านโชว์ห่วยธรรมดากลายเป็นการขายของผ่านอินเตอร์เน็ต

ประเทศจีนวันนี้มีหมู่บ้านในชนบท 700,000 หมู่บ้าน Ule วางแผนไว้ว่า ทุกหมู่บ้านจะต้องมีร้านโชว์ห่วย Ule 1 ร้าน และร้านในเมืองอีก 20–30 ร้านต่อเมือง ซึ่งจะทำให้ Ule ครอบคลุมพื้นที่ประเทศจีนทั้งประเทศตั้งแต่หมู่บ้านชนบทไปถึงตัวเมือง

คุณเชน คิง ผู้ก่อตั้งและประธานอูเล เล่าว่า อย่าง ขิง ที่ขายในเมือง ครึ่งกิโลราคา 6 หยวน แต่ ชาวไร่ได้เงินแค่ 1.5 หยวน ถ้า ขายผ่านระบบ Ule เราจะจ่ายให้ ชาวไร่ 3 หยวน และ ขายผ่านอูเลในราคา 4.5 หยวน โดยบริษัทไปรษณีย์จีนเป็นผู้ให้เงินกู้แก่ชาวไร่และร้านโชว์ห่วย อูเลช่วยในการขาย เมื่อได้กำไรแล้วแบ่งกัน

เรื่อง การให้สินเชื่อแก่ชาวไร่และร้านโชว์ห่วย อูเลและทอมกรุ๊ป ได้ไปร่วมทุนกับฟินเทคจัดตั้ง บริษัท Welab ขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ประเมินเครดิตของชาวไร่และเจ้าของร้านโชว์ห่วย โดยใช้ ข้อมูลจากเครดิตบูโร

สื่อสังคมต่างๆ และโทรศัพท์มือถือ ถ้ามีเครดิตดีไปรษณีย์จีนจะทำหน้าที่เป็นผู้ให้เงินกู้ เพราะทุกวันนี้คนจีนในชนบทกว่า 64% เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน

ผลจากการสร้างร้านค้าออนไลน์จากออฟไลน์ ทำให้ฐานะของชาวไร่และร้านโชว์ห่วยในชนบทจีนดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ปี 2015 ธนาคารไปรษณีย์ (Postal Bank) มีเงินฝาก 150,000 ล้านหยวน ปี 2016 ที่ผ่านมามีเงินฝากเพิ่มขึ้นเป็น 200,000 ล้านหยวน

คุณเชน กล่าวว่า ลองคิดดูนะ ถ้าทุกคนในเมืองสามารถสั่งซื้อผักออแกนิกจากชาวไร่โดยตรงผ่านระบบ Ule เรามีไปรษณีย์ทั่วประเทศ 50,000 สาขา มีห้องเย็น มีรถขนส่งไปยังร้านค้าในเมืองที่ใกล้เคียงทุกวัน เรามีบุรุษไปรษณีย์ไปถึงทุกหมู่บ้านทุกวัน กำไรของชาวไร่ในชนบทจะเป็นอย่างไร ผมอ่านแล้วก็ทึ่งในความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้น และได้แต่นำมาเล่าสู่กันฟัง เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ รัฐบาลไทย จะสามารถคิดอย่างนี้ได้ นอกจากการจัดงานขายของแล้วก็จบกันไป.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศปฏิวัติโชว์ห่วยร้านโชว์ห่วยร้านค้าออนไลน์

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้