ไม่จบง่ายๆ!! นักสิทธิมนุษยชนลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุ "หนุ่มลาหู่" โดนทหารยิงดับคาด่านตรวจบ้านรินหลวง อ.เชียงดาว ขณะที่เครือข่ายนักวิชาการเคลื่อนไหว กระทุ้งให้ความจริงปรากฏ ด้านตำรวจ ทหาร อัยการ แพทย์ ร่วมแถลงข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 25 มี.ค. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นำโดยนางเตือนใจ ดีเทพ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เดินทางมาดูบริเวณที่เกิดเหตุกรณีเจ้าหน้าที่ทหารร้อย ม.2 บก.ควบคุมที่ 1 ฉก.ม.5 ประจำจุดตรวจบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ประจำกาย ยิง นายชัยภูมิ หรือ จะอุ๊ คดีหนุ่มลาหู่ป่าแส อายุ 21 ปีนักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนเชียงดาววิทยาคม นักกิจกรรมชาติพันธุ์ลาหู่ เสียชีวิต และได้ไปที่หมู่บ้านหนองผักปิ้ง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ บ้านของ นายชัยภูมิ พร้อมเข้าพบอดีตผู้นำหมู่บ้าน นายปะกู แก่แล อดีตกำนันตำบลเมืองนะ นำญาติๆ ของผู้เสียชีวิตเข้าพบให้ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ และดูสภาพความเป็นอยู่ โดยทางญาติได้นำหลักฐานเกี่ยวกับเงินที่นายชัยภูมิมีใช้จ่ายได้มาจากการขายกาแฟทางออนไลน์ ซึ่งทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯได้รับเรื่องไว้ และรับปากจะติดตามเรื่องนี้จากหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมกระจก คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทางนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรม "ตัวตนอยู่หนใด แล้วใครไร้ตัวตน" ในกิจกรรมมีการนำภาพถ่ายในอิริยาบถต่างของนายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมชาติพันธุ์ลาหู่ที่เสียชีวิตมาติดไว้เป็นบอร์ดมีการพับนกกระสา และให้เขียนความอาลัยในตัวของนายชัยภูมิ โดยในการจัดกิจกรรมมีนักศึกษาและนักเคลื่อนกิจกรรมร่วมทั้งเจ้าหน้าที่กงสุลอังกฤษมาร่วมฟังกันจำนวนมาก
...
โดยมีวิทยากรที่ร่วมพูดคุยเสวนา มี ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล นายชัยพงษ์ สำเนียง นักศึกษาปริญญาเอกสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมทั้ง น.ส.ศรัญญา กาตะโล เครือข่ายเยาวชนต้นกล้าชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย โดยมีการนำผลงานของนายชัยภูมิ ป่าแส ที่ทำกิจกรรมต่างๆ มาฉายสไลด์ให้ชม และมีการพูดถึงเรื่องการละเมิดและการปฏิบัติกับชนเผ่าต่างอย่างไม่เป็นธรรมพร้อมให้มีการเปิดเผยข้อเท็จจริงในกรณีของนายชัยภูมิ ป่าแส ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกล้องทีวีวงจรปิดที่มีการบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้อยากให้มีการนำมาเปิดเผยแก่สาธารณชน โดยจะมีการจัดกิจกรรมขึ้นอีกครั้งในวันที่ 31 มี.ค.นี้จะมีนักวิชาการนักคิดนักเขียนจากส่วนกลางมาร่วมในการเสวนากัน
ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การพูดในวันนี้เป็นการเรียกร้องสิทธิต่างของกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ใช่กรณีของนายชัยภูมิ ป่าแส เท่านั้น หรือไม่ว่ากรณีใดๆ ในสังคมควรเรียกร้องกันด้วยเหตุและผล เราไม่ควรใช้ความรุนแรงใดๆ ทั้งสิ้นในการตัดสิน ต่อให้คนนั้นทำผิดมากน้อยแค่ไหนเราก็ควรใช้ขบวนการที่มันใช้เหตุผล ตนอยากเป็นสังคมที่ไม่ฆ่า ในโลกนี้มันมีอยู่จริง ตนไม่ขอฝากสื่อ ไม่อยากให้แผ่การใช้ความรุนแรง หรือด่วนตัดสินเหตุการณ์ขอให้ฟังเหตุและผล ช่วยกันค้นหาความจริงค้นหาหลักฐาน อย่าด่วนปรักปรำใคร อย่าด่วนตัดสินเขาด้วยการฆ่า มันไม่เกิดอะไรเลย เรื่องที่เกิดขึ้นทหารควรจะทำความจริงให้ปรากฎ โดยเปิดวิดีโอในกล้องวงจรปิด ตนได้ตั้งข้อสังเกตเวลาที่เจ้าหน้าที่รัฐจัดการกับปัญหาในทำนองนี้ ทำไมไม่ยึดหลักสากล
ขณะที่กองกำลังผาเมือง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.จิรเดช กมลเพชร ผบ.กองกำลังผาเมือง พร้อมทั้ง พ.ต.อ.ธีระพล อินทลิบ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ รักษาการ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.มงคล สัมภวะผล รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ทำหน้าที่หัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีวิสามัญนายชัยภูมิ ป่าแส พร้อมทั้ง ฝ่ายแพทย์และตัวแทนอัยการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวข้อเท็จจริงในคดีวิสามัญฆาตกรรมให้ประชาชนได้เข้าใจการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติการ
พล.ต.จิรเดช กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่มีการตั้งจุดสกัดและตรวจค้นรถยนต์พบนายพงศ์นัย แสงตะล้า อายุ 19 ปี กับนายชัยภูมิ ป่าแส อายุ 21 ปีนั่งมาในรถโดยมีนายพงศ์นัย เป็นคนขับ ทางทหารตรวจค้นพบยาเสพติดยาบ้าอยู่ในหม้อกรองอากาศ นายชัยภูมิ ได้ต่อสู้ขัดขวางใช้มีดและระเบิดจะทำร้ายทหาร จนถูกเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธประจำกายยับยั้งการปฏิบัติโดยยิงเข้าไป 1 นัด ถูกแขนซ้ายกระสุนทะลุไปถูกสีข้างซ้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารที่ใช้อาวุธยิงชื่อ พลฯทหารสุรศักดิ์ รัตนวรรณ อายุ 22 ปี หน้าพลปืนเล็ก ประจำด่านบ้านรินหลวง สังกัดกองพันทหารม้า 24 รักษาพระองค์ จ.สระบุรี โดยการสมัครเข้ามาเป็นทหารมีความประพฤติดี และตั้งใจในการทำหน้าที่ ในเรื่องที่เกิดขึ้นทางกองทัพได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีรองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นกรรมการเข้าตรวจพื้นที่เกิดเหตุแล้ว
พ.ต.อ.ธีระพล อินทลิบ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ รักษาการ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เผยว่า ในส่วนของตำรวจได้ให้ทาง พ.ต.อ.มงคล สัมภวะผล รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนสืบสวน ในการสอบสวนคดีนี้ โดยตนได้รับการกำชับจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 ให้เข้ามาดูแลในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดให้สืบสวนสอบสวนด้วยความเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนายชัยภูมิ ป่าแส และฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งการดำเนินการสอบสวนแบ่งออกเป็น 3 กรณีคือ 1 เป็นคดีที่มีการครอบครองยาเสพติด และมีการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน เรื่องที่ 2 มีความตายเกิดขึ้นโดยเจ้าหน้าที่ทหารเป็นผู้กระทำให้นายชัยภูมิถึงแก่ความตาย และเรื่องที่ 3 เป็นเรื่อของการชันสูตรพลิกศพ
ฝ่ายแพทย์โรงพยาบาลนครพิงค์ เชียงใหม่ ที่ชันสูตรศพ กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลได้ทำการตรวจชันสูตรศพพบว่า มีบาดแผลถูกกระสุนปืนที่แขนช้างซ้าย กระสุนปืนแฉลบเข้าไปที่สีข้างด้านซ้าย ทำให้เกิดการบาดเจ็บของปอดและหัวใจ ทำให้เสียชีวิต
...
ด้านตัวแทนอัยการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นคดีสามัญฆาตกรรม ทางฝ่ายอัยการต้องเข้ามาร่วมสอบกับทางตำรวจในเรื่องนี้ซึ่งสำนวนการสอบสนอันแรกเป็นเรื่องการชันสูตพลิกศพ และสำนวนที่อ้างว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่มีคนตาย และในส่วนของผู้ตายที่มีความผิดพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ก็ว่ากันไป ในส่วนของอัยกการในตอนนี้จะดูเรื่องการสอบสวนการตายก่อน ซึ่งได้ดูไปบางส่วนแล้ว.