5 เมษายน จับไม่คาดเข็มขัด ปรับ5,000

ข่าว

    5 เมษายน จับไม่คาดเข็มขัด ปรับ5,000

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    25 มี.ค. 2560 05:56 น.

    เล็งผู้โดยสารรถตู้-รถโดยสาร หากเตือนยังดื้อดึง-โดนหนักไก่อูแจงปีรถที่บังคับให้ติดตั้ง

    “นายกฯตู่” คาดเบลท์ถ่ายเซลฟี่โชว์สื่อ แจงจำเป็นงัด ม.44 คุมเข้มจราจร หวังลดอุบัติเหตุสงกรานต์ “ไก่อู” แจงยิบดีเดย์ใช้มาตรการเด็ด 5 เม.ย. พวกดื้อแพ่งไม่จ่ายค่าปรับ ต่อภาษีได้ป้ายวงกลมชั่วคราว 30 วัน เกินกำหนดเวลางดออกป้ายทะเบียน แถมถูกดำเนินคดี รถแท็กซี่ตีทะเบียนตั้งแต่ 1 เม.ย.54-รถตู้โดยสารจดทะเบียนตั้งแต่ 1 เม.ย.55 และรถตู้ส่วนบุคคลที่ผลิตหรือนำเข้าตั้งแต่ 1 เม.ย.55 ต้องติดเซฟตี้เบลท์ทุกที่นั่ง รถส่วนบุคคล-แท็กซี่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ตร.ปรับไม่เกิน 500 บาท แต่หากแท็กซี่เจอผู้ตรวจการ ขนส่งทางบกจับเองโทษสูงขึ้นไม่เกิน 1,000 บาท ขณะที่รถตู้สาธารณะ-รถโดยสารขนาดใหญ่ผู้ตรวจฯจับได้ฝ่ายเดียว ลงโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ผู้โดยสารถูกเตือนยังเฉยเจอปรับ 5,000 เท่ากัน ผู้ประกอบการละเลยปล่อย พนง.ขับขี่เกิดอุบัติเหตุ-นำรถไปใช้ผิด ก.ม.ถูกพักใบอนุญาต 6 เดือน

    หลังหัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออก มาตรการต่างๆตามกฎหมายจราจรมาคุมเข้มความปลอดภัยบนท้องถนน รองรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขณะที่ประชาชนยังมีข้อสงสัยการปฏิบัติตามนั้น เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงมาตรการคุมเข้มวินัยจราจรป้องกันอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ต้องการลดอุบัติเหตุ รัฐบาลไม่ต้องการบังคับใช้กฎหมาย แต่จำเป็นเพราะถูกเรียกร้องจากหลายทางให้แก้ไขปัญหา เมื่อถามถึงการใช้มาตรา 44 ให้ผู้โดยสารรถสาธารณะคาดเข็มขัดทั้งรถตู้ รถสองแถว และรถสาธารณะอื่น พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ในประกาศมีข้อยกเว้นอยู่ ใครจะบ้าให้รัดเข็มขัดในรถสองแถว สมองขอให้คิดบ้าง

    เมื่อถามว่ายังมีข้อเรียกร้องจำกัดอัตราปริมาณแอลกอฮอล์จาก 50 เหลือ 30 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และห้ามขายสุราชั่วคราวช่วงเทศกาลสงกรานต์ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “เอาให้สะใจ แล้วก็ชอบโวยวายกัน อยากให้สื่อสร้างความเข้าใจทั้งสองฝั่งว่าจะปรับกันอย่างไร ไม่ใช่ให้รัฐใช้กฎหมายที่เข้มข้นไปเรื่อยๆ และอีกฝ่ายไม่ยอม ไม่ปฏิบัติตามก็ไม่เป็นผล ระยะแรกได้ออกกฎหมายมาแบบปีก่อน ถ้าแรงเกินไปไม่เหมาะสมจนกว่าทุกคนจะปรับตัวได้ เพราะถ้าเกิดใช้กฎหมายแรงแล้วปฏิบัติไม่ได้กฎหมายจะเสียหาย จะทำไปทำไม ทั้งเรื่องจราจร ภาษี ต้องให้เวลาทุกคนปรับตัว เมื่อทำแล้วต้องดีกว่าเดิม ทุกคนต้องช่วยรับผิดชอบตัวเองบ้าง

    เมื่อถามว่าก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีมาตรการคุมเข้มออกมาอีกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ไม่มีแล้วพอแล้ว คงต้องไปขอยมบาล ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า มีภาพนายกฯคาดเข็มขัดนิรภัยขณะนั่งรถเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย ใช่ภาพของนายกฯหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็รูปไม่เห็นหรือไงก็ฉันถ่ายเอง ทำไมต้องหลอกด้วยก็แค่คาดเข็มขัด ถ้าไม่ชัดเดี๋ยวจะถ่ายให้ใหม่”

    ต่อมาเวลา 16.00 น. ก่อนเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลเพื่อกลับบ้านพัก พล.อ.ประยุทธ์ได้โชว์การคาดเข็มขัดนิรภัยเพื่อรณรงค์เป็นตัวอย่างให้แก่ประชาชน ในการรักษาความปลอดภัยทางท้องถนน โดยสั่งให้เจ้าหน้าที่เชิญสื่อมวลชน ทั้งนักข่าวและช่างภาพ ไปสังเกตการณ์ ทำข่าว ถ่ายภาพขณะ พล.อ.ประยุทธ์นั่งคาดเข็มขัดนิรภัยภายในรถ บริเวณด้านข้างตึกไทยคู่ฟ้า หลังจากที่ได้เผยแพร่ภาพเซลฟี่คาดเข็มขัดนิรภัยทางโลกโซเชียล โดยเจ้าตัวบอกกับนักข่าวว่าถ้าไม่ชัดถ่ายให้ใหม่

    เมื่อเวลา 16.00 น. ที่กรมการขนส่งทางบก พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงรายละเอียดการใช้มาตรา 44 เรื่องมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกว่า กรมการขนส่งทางบกยังอำนวยความสะดวกการชำระภาษีรถเช่นเดิม ใครไม่มีใบสั่งค้างอยู่ชำระภาษีรถประจำปี พร้อมรับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี (ป้ายวงกลม) ได้ตามช่องทางปกติ สำหรับผู้มีใบสั่งแต่ยังไม่พร้อมชำระค่าปรับคราวเดียวกัน ยังชำระภาษีรถประจำปีได้ตามปกติ โดยจะได้รับหลักฐานแสดงการเสียภาษีประจำปีชั่วคราว มีอายุ 30 วัน หากชำระค่าปรับเรียบร้อยก็นำหลักฐานใบเสร็จการชำระค่าปรับมาแสดง เพื่อรับป้ายวงกลมทันที แต่ถ้าไม่ชำระค่าปรับค้างชำระให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาตามที่กำหนด พนักงานเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้กรมการขนส่งทางบกงดออกป้ายวงกลมสำหรับรถคันนั้น และจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบกและ สตช. จัดตั้งคณะทำงานร่วมเร่งพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน

    พล.ท.สรรเสริญกล่าวต่อว่า ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่องการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยและตำแหน่งที่นั่ง เพื่อกำหนดคุณสมบัติและการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ.2555 โดยกำหนดให้รถยนต์ส่วนบุคคล รถแท็กซี่ และรถที่ใช้รับส่งจากสนามบิน (รถลีมูซีน) ที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2531-31 ธ.ค.2553 ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยที่นั่งของคนขับและที่นั่งตอนหน้า รถที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2554 เป็นต้นไป ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง สำหรับรถตู้ส่วนบุคคล รถปิกอัพ และรถสองแถว ที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2537 กำหนดให้ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยที่นั่งผู้ขับรถและที่นั่งตอนหน้า

    โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า ขณะที่รถตู้ส่วนบุคคลที่ผลิตหรือนำเข้าตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2555 เป็นต้นไป ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง สำหรับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกที่ต้องจัดให้มีเข็มขัดนิรภัย พ.ศ.2555 กำหนดให้รถบรรทุกทุกประเภทที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555 จะต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยสำหรับที่นั่งของคนขับและที่นั่งตอนหน้ารถ ส่วนรถตู้โดยสารที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555 ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง ทุกคันและทุกเส้นทาง ขณะที่รถสี่ล้อเล็กรับจ้างที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2555 ให้ติดตั้งเข็มขัดนิรภัยเฉพาะที่นั่งด้านหน้าของคนขับและผู้โดยสาร ส่วนรถโดยสารที่วิ่งระหว่างกรุงเทพมหานคร ไปต่างจังหวัด และที่วิ่งระหว่างจังหวัด ที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2557 กำหนดให้ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งทุกคัน

    พล.ท.สรรเสริญกล่าวด้วยว่า สำหรับคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 15/2560 เรื่องมาตรการเพิ่มความปลอดภัยในรถโดยสารสาธารณะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมกำกับดูแลรถโดยสารสาธารณะให้ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะระยะเร่งด่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 เสริมสร้างความมั่นใจการเดินทางของประชาชน ถ้าผู้ประกอบการไม่ดูแลพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความปลอดภัยเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุหรือปล่อยให้นำรถไปใช้กระทำผิดตามกฎหมายอื่น กรมการขนส่งทางบกสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนรถ ระงับใช้รถหรือพักใช้ใบอนุญาตประกอบการขนส่งได้ทันที มีระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน รวมถึงผู้ประกอบการต้องจัดทำสมุดประจำรถ ประวัติผู้ประจำรถ ตรวจสอบสภาพและความพร้อมของรถและผู้ขับ รวมทั้งต้องจัดให้มีประกันภัยเพิ่มจากประกันภัยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 หากไม่มีจะไม่สามารถจดทะเบียนรถต่อภาษีประจำปี หรือต่ออายุใบอนุญาตประกอบการได้ และยังสนับสนุนให้ติดตั้งระบบ GPS รายงานสถานะของรถมายังศูนย์ฯ GPS ของกรมการขนส่งทางบกแบบเรียลไทม์ หากระบบขัดข้อง ต้องแก้ไขโดยด่วน หากละเลยฝ่าฝืนมีความผิดปรับวันละไม่เกิน 5,000 บาท จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ นอกจากนี้ยังคุมเข้มมาตรฐานความปลอดภัยรถสาธารณะด้วย ทุกมาตรการจะมีการปรับใช้กฎหมายอย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.เป็นต้นไป

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับเข็มขัดนิรภัย กำลังได้รับความสนใจขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงการดำเนินคดีตามกฎหมายที่แตกต่างกัน โดยกรณีรถยนต์ส่วนบุคคล เจ้าพนักงานตำรวจเป็นคนจับกุม จะมีโทษปรับตาม พ.ร.บ.จราจรฯ 500 บาท แต่กรณีรถแท็กซี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมจะใช้ฐานความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรฯ เช่นเดียวกัน มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 500 บาท แต่หากจับกุมแท็กซี่โดยผู้ตรวจการขนส่งทางบก จะใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.รถยนต์ ปรับผู้ขับแท็กซี่ไม่เกิน 1,000 บาท กรณีเป็นรถโดยสารสาธารณะทั้งรถตู้และรถโดยสารขนาดใหญ่ ผู้ตรวจการกรมการขนส่งทางบกจะจับกุมตามกฎหมายขนส่ง ผู้ขับรถจะโดนโทษปรับ 5,000 บาท และผู้โดยสารที่ผู้ขับรถตักเตือนให้คาดเข็มขัดแล้วแต่ไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษปรับ 5,000 บาทเช่นเดียวกัน ส่วนผู้ประกอบการเจ้าของรถที่ปล่อยปละละเลยไม่ให้พนักงานคนขับ ผู้โดยสารไม่คาดเข็มขัดนิรภัยมีโทษปรับสูงสุด 50,000 บาท

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      วางมวยริมถนน! เก๋งปะทะรถตู้ ปาดมาหาเรื่องบอกรถตู้แกล้ง ทำท่าจะบวกอย่างเดียว
      04:38

      วางมวยริมถนน! เก๋งปะทะรถตู้ ปาดมาหาเรื่องบอกรถตู้แกล้ง ทำท่าจะบวกอย่างเดียว

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ไม่คาดเข็มขัดปรับ 5000รถตู้รถโดยสารม.44 คุมเข้มจราจร

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันอังคารที่ 18 มกราคม 2565 เวลา 20:42 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์