ตกอยู่ในโหมดโดนไล่ทุบ ต้องตั้งรับสถานเดียว

ตามสถานการณ์ที่เครือข่ายนายใหญ่อยู่ในตำบลกระสุนตกเจอวิบากกรรมพุ่งเข้าใส่ไม่หยุดหย่อน

ในช็อตถูกกระหน่ำต่อเนื่องไล่บี้เก็บภาษีขายหุ้น “ชินคอร์ป” ของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ฝ่ายกุมอำนาจพลิกตำรา หาอภินิหารทางกฎหมายทุกช่องทางเช็กบิลคนแดนไกล

ลามไปถึงการตรวจสอบข้อสงสัยการเสียภาษีของ 60 นักการเมือง ในยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กรณีมีรายได้เพิ่มขึ้นจำนวนมาก หลังพ้นจากเก้าอี้

แอ็กชั่นเข้มๆของรัฐบาล “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เล่นบทดุ ตามรีดภาษีทวงเงินทุกบาททุกสตางค์คืนจากนักการเมือง ปิดช่องซิกแซ็กเลี่ยงภาษี

พอดิบพอดีกับจังหวะต่อเนื่องที่ 13 หัวโจก นปช. ต้องเดินคอตกเข้าเรือนจำยกลอต

ไม่ได้รับอนุญาตให้ได้รับการประกันตัว หลังศาลอุทธรณ์พิพากษาสั่งจำคุก 4 ปี นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อดีตแกนนำ นปช. ที่เป็นหัวหอกบุกโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ปี 2552

สัญญาณด้านลบทีมงานนายใหญ่เห็นเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นตัวพ่อสายฮาร์ดคอร์อย่าง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ยังต้องเปรยชะตากรรมล่วงหน้า

ทางออกสุดท้ายมีแค่ 2 ทางคือ ไม่ตาย ก็ติดคุก

ตรงตามรูปการณ์ปรากฏตามหน้าสื่อ เด็กนายใหญ่ถูกล็อกเป้า โดนกระหน่ำทุบอยู่ฝ่ายเดียว

บรรยากาศสวนทางโหมดปรองดอง ไม่เอื้อต่อการทำงานของ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.)

ยิ่งนานวัน ยิ่งเจอแรงเสียดทานหนักขึ้น

ตามช็อตล่าสุดที่ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ส่งหนังสือถึง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ขอให้ล้มคณะอนุกรรมการพิจารณาบูรณาการข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผบ.ทหารสูงสุด เป็นประธาน

และคณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองที่มี “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.เป็นประธาน

ตั้งแง่เรื่องขาดความเป็นกลาง เพราะมีที่มาจากคนในกองทัพ ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือและความเป็นอิสระในการสร้างความสมานฉันท์ โดยยื่นข้อเรียกร้องให้ใช้คนกลางมาทำหน้าที่แทน

เพื่อไทยบลัฟคีย์แมนกองทัพ ไม่ยอมรับทหารทำหน้าที่เป็นคนกลาง ในอารมณ์ไม่เชื่อมั่นว่า จะนำข้อคิดจากฝ่ายเห็นต่างไปอยู่ในโมเดลสลายความขัดแย้ง

เห็นแววล้มโต๊ะปรองดองลอยมาไกลๆ

บรรยากาศชักไม่ราบรื่นเหมือนช่วงที่ ป.ย.ป.ออกสตาร์ตทำงานใหม่ๆ

ตัวแปรสำคัญอย่างพรรคเพื่อไทยเล่นบทแข็งข้อขึ้นเรื่อยๆ

ไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างถูกไล่บี้ข้างเดียว

ขณะที่ท่าทีของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ก็ไม่ยอมอ่อนข้อ เสียงแข็งทหารไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใคร

ยืนกรานเหล่าขุนทหารมีความเป็นกลางเหมาะสมดีอยู่แล้ว

ไม่รับมุกของข้อเสนอเปลี่ยนทีมงานหย่าศึกของพรรคเพื่อไทย

เพื่อไทย–กองทัพต่างชูจุดยืนตัวเอง ชิงความได้เปรียบในโมเดลปรองดอง

นั่นก็เป็นผลพวงมาจากสถานการณ์ร้อนๆที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาต่อเนื่อง ตั้งแต่ปัญหาวัดพระธรรมกาย การบุกทลายคลังแสง “โกตี๋” การไล่บี้เก็บภาษี “หุ้นชินคอร์ป”

ปมร้อนที่แฝงเป้าปั่นกระแสลาก “นายใหญ่” เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลังทุกกรณี

ถูกขยายความเป็นชนวนตอบโต้วิวาทะ และฟ้องร้องกันอุตลุด ส่งแรงกระเพื่อมพุ่งใส่เส้นทางสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดอาการสะดุด

แนวโน้มโรดแม็ปปรองดองจะสัมฤทธิผลหรือไม่ ต้องลุ้นอีกหลายตลบ

แต่ที่แน่ๆ ถ้ายิ่งยุ่งเหยิง ปั่นป่วนวุ่นวาย เจรจากันไม่ลงตัว ก็ยิ่งเข้าทางสัญญาณอยู่ต่อไปยาวๆ

ตามคอนเซปต์ผู้นำ คสช.ที่เปรยอยู่บ่อยๆ ถ้ายังไม่สงบ ก็ไม่มีเลือกตั้ง.

ทีมข่าวการเมือง