ไม่นานมานี้คงได้เห็นข่าว กระทรวงสาธารณสุข มีกิจกรรมสนับสนุนให้คนไทยมีลูก เพราะคนโสดเยอะเหลือเกิน ที่แต่งงานก็ไม่ยอมมีลูก เขาบอกว่าช่วงเวลาของการมีลูก คือช่วงอายุ 24-29 ปี ตอนวัยนั้นยังหาคนที่น่าจะเป็นพ่อของลูกไม่เจอเลย พอลงหลักปักฐาน ก็เนิ่นนานเกินกว่าจะมีลูกแล้ว ใครที่มีความพร้อมครอบครัวอบอุ่นพอ ท้องเพื่อชาติกันหน่อยนะคะ ถือว่าใช้โอกาสแทนคนอยากมี แต่มีอายุซะก่อน ท้องไม่ทันจริงๆ

ล่าสุดเลย เจอน้องผู้หญิงคนหนึ่งเป็นอาจารย์ด้วย น้องเล่าว่า หนูมีแฟนเป็นทอมมาทั้งชีวิตค่ะพี่ แต่อยากมีลูกมาก สุดท้ายเลยตัดสินใจคบผู้ชายคนหนึ่ง เขาดีมากและเรารักกันมากนะคะ แต่ที่สุดแล้ว ไปตรวจสุขภาพ หมอบอกว่า เขามีลูกไม่ได้ค่ะ น้องน้ำตาคลอ เดินเข้าไปกอดน้องแน่นๆ ไม่เป็นไรนะจ๊ะ พี่เข้าใจดี สามีเคยบอกพี่ว่า ต่อให้เราไม่มีใครเพิ่ม แต่เราก็ไม่มีใครขาดนะ พี่จำไว้ทั้งชีวิต เรามีกัน 2 คน กอดกันแน่นๆ ดูแลตัวเองดีๆ เพื่อกันและกัน ต่อให้ไม่มีลูก แต่เรายังมีกันไง

บางทีโลกก็เล่นตลก ครอบครัวที่อยากมี ก็มีไม่ได้ แต่เด็กมาเกิดง่ายมากกับครอบครัวที่ยังไม่พร้อม เห็นข่าวที่มีเด็กทารกถูกทิ้งในห้องน้ำและข้างถนน รันทดใจ คนอยากมีก็ไม่มา ตอนที่เด็กๆ มา พ่อแม่ก็ไม่พร้อมจะเลี้ยงหนูเนอะ

เมื่ออาทิตย์ก่อน มีผู้หญิงคนหนึ่งโทรเข้ามาหาตอนกำลังเปิดเพลง ประโยคเริ่มต้นของน้องระทึกใจมาก “พี่อ้อยคะ หนูมีเรื่องอยากปรึกษา เป็นเรื่องที่น้องเล่าให้ใครฟังไม่ได้  แม้แต่จิตแพทย์ที่ดูแลน้อง ช่วงนี้สามีหนูไม่เหมือนเดิมค่ะ ดูห่างเหิน เขาย้ายกลับไปดูแลแม่เขาที่ต่างจังหวัด เลยทำให้คุยกันน้อยลง เรามีปัญหากันมาตลอดค่ะ พี่อ้อยว่าแปลกไหม เราใช้ชีวิตคู่กันมาเกือบ 10 ปี แต่เรามีอะไรกันแบบสามีภรรยาไม่ถึง 10 ครั้ง อย่างอื่นเขาดีมากนะคะ ดูแลใส่ใจเรา แต่หลังๆ มีปากเสียงกันบ่อยมาก เพราะหนูอยากมีลูกค่ะ แต่ด้วยความเป็นผู้หญิง หนูไม่กล้าเริ่มก่อน และไม่กล้าแม้แต่จะถาม จนล่าสุดหมอตรวจเจอเนื้องอกในมดลูก และซีสต์ในรังไข่ จนต้องเอาออก ไม่มีโอกาสที่หนูจะมีลูกอีก หนูโกรธเขา บางทีก็ระเบิดอารมณ์ใส่ เขาไม่ทำหน้าที่ของสามีที่ดี ในวันที่หนูยังมีลูกได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้วไงคะ ทะเลาะกันล่าสุด หนูบอกเลิกเขา เขาบอกให้คิดดีๆ ช่วงเวลานี้เขาขอไปดูแลแม่ที่ต่างจังหวัดก่อน แรกๆ ก็คุยกันดี ตอนนี้เหมือนเขาหายๆ ไป หนูควรทำยังไงดี”

...

ในการใช้ชีวิตคู่ เมื่อไรที่เกิดปัญหา อย่ามองว่าต้องเป็นความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง เอาเข้าจริงก็เฉลี่ยๆ กันไป รักเป็นเรื่องของใจ sex เป็นความสัมพันธ์ทางกาย ชีวิตคู่ที่เดินหน้าต่อไปได้ ต้องดูแลทั้งใจและกาย ไม่ใช่ใช้เพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น การที่เขาไม่มีอะไรกับเรา ไม่ใช่เขาทำหน้าที่บกพร่อง บางทีเราต้องถามตัวเองเหมือนกันว่า เราล่ะบกพร่องตรงไหน ถึงไม่สามารถให้ความสุขสามีกับเรื่องแบบนี้ได้เช่นกัน เราเห็นแต่ความผิดเขา จนลืมพิจารณาตัวเรา และเมื่อเป็นสามีภรรยากันแล้ว ทุกเรื่องต้องจับมือกันแก้ปัญหา คุยกัน ฟังกัน แก้ปัญหาด้วยกัน ไม่ได้บอกว่าเรื่องแบบนี้ต้องเป็นหน้าที่ของสามีฝ่ายเดียว ตอนนี้เราอคติ คิดว่าเขาแย่ ที่ไม่มีอะไรกับเรา ในวันที่มดลูกเรายังใช้งานได้ดี จนถึงวันที่ตอนนี้มันไม่สมบูรณ์แล้ว น้องมองหรือเปล่าว่า ขนาดเราเป็นภรรยาที่มีอะไรกับเขาน้อยมาก เขายังไม่อยากไปมีคนอื่นเลย ดูแลเรามาเป็น 10 ปี ถ้าเขามีคนที่ให้ความสุขเขาได้มากกว่า และอยากพาคนนั้นมานอนในที่ของเรา เขาก็ทำได้นะ แต่เขาไม่ทำ เคยถามเขาไหม เกิดอะไรขึ้นในชีวิตคู่ของเรา เราขาดตกบกพร่องตรงไหนหรือเปล่า ถึงทำหน้าที่ภรรยาในการให้ความสุขเขาได้ไม่เต็มที่ พูดได้ ถามได้ค่ะ ดีกว่ามาเดาเอง และกล่าวโทษโกรธกัน ว่าเธอนั่นแหละที่ทำให้ครอบครัวเราไม่มีลูก ไม่สมบูรณ์เหมือนครอบครัวคนอื่น ถ้าเขาโทษเราบ้างว่า มีอะไรกันตั้งเกือบ 10 ครั้ง ลูกยังไม่เห็นติดเลย เธอร่างกายไม่แข็งแรงพอหรือเปล่า ทำให้เรามีลูกไม่ได้ น้องจะรู้สึกยังไง ถึงบอกว่า ไม่ใช่เรื่องของการโทษกัน

ครอบครัวสมบูรณ์ไหม อยู่ที่รัก ห่วงใย ใส่ใจ ไม่ใช่จำนวนคน ถ้าฟังคลับฟรายเดย์บ่อยๆ คงได้ยินอยู่ บางคู่มีลูกด้วยกัน ภรรยาต้องอุ้มลูกอ่อนกระเตงไปตามดูว่า สามีออกจากบ้านเราแล้วไปเป็นสามีใครอีก แบบนั้นเรียกว่าสมบูรณ์ไหม

อย่ามัวแต่รอสิ่งที่ขาด จนพลาดสิ่งที่ตัวเองมี เห็นประโยคนี้ในเฟซบุ๊ก แล้วจำขึ้นใจ เรารักกันดูแลกัน ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองมี และเข้าใจดีในสิ่งที่เรามีไม่ได้ บอกรักเขา ขอบคุณเขาที่ยังดูแลหัวใจเราตั้ง 10 ปี ไม่มีใครสมบูรณ์แม้แต่เรา ไม่มีลูกให้กอด ก็กอดกันและกัน ไม่มีโซ่ทองคล้องใจ ก็มีแค่ใจเขา และใจเราที่ต้องคล้องกันให้แน่นๆ  การมีลูกเป็นสิ่งที่ดี แต่การไม่มีก็ไม่ได้แย่เสมอไป ความสุขไม่ได้อยู่ที่เรามีอะไร แต่อยู่ที่เรารู้สึกยังไงกับสิ่งที่เรามีไงคะ รู้แล้วว่าลูกเราไม่มี ว่าแต่ตอนนี้เราดูแลสามีได้ดีพอหรือยังคะ

IG: DJAoy