"วัฒนา" ซัดอภิมหาอันธพาลเล่นงาน "ทักษิณ" ย้ำทำธุรกรรมสองครั้งไม่ต้องเสียภาษี เย้ยใช้วิชาทรงเจ้าแก้กฎหมาย

เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 60 นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า "อภินิหารหรืออภิมหาอันธพาล" รัฐบาลสั่งให้กรมสรรพากรใช้มาตรา 61 แห่งประมวลรัษฎากร ประเมินเรียกเก็บภาษีจาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเห็นว่าหุ้นชินคอร์ป จำนวน 329.2 ล้านหุ้น ที่โอ๊ค-เอมขายให้กับกองทุนเทมาเส็กในตลาดหลักทรัพย์ในราคาหุ้นละ 49.25 บาท นั้น เป็นของนายทักษิณทั้งหมด แต่การจะใช้มาตรา 61 ประเมินเรียกเก็บภาษีจากผู้มีชื่อในหนังสือสำคัญ กรณีนี้คือใบหุ้นที่อยู่ในชื่อของโอ๊ค-เอม ที่ศาลฎีกาเห็นว่าถือไว้แทนนายทักษิณ จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าทรัพย์สินดังกล่าวก่อให้เกิดเงินได้พึงประเมิน แต่ธุรกรรมเกี่ยวกับหุ้นชินคอร์ปไม่เคยก่อให้เกิดเงินได้พึงประเมิน

นายวัฒนา ระบุต่อว่า ทั้งนี้ครั้งแรกแอมเพิลริชได้ขายหุ้นดังกล่าวให้กับโอ๊ค-เอมในราคาหุ้นละ 1 บาท ที่หลายฝ่ายเห็นว่าเป็นการขายต่ำกว่าราคาตลาดจึงสามารถเรียกเก็บภาษีได้ซึ่งคลาดเคลื่อน เพราะหากจะถือว่าหุ้นเป็นสินค้าหรือบริการ ซึ่งกรมสรรพากรอาจใช้มาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากรประเมินภาษีได้นั้น จะต้องประเมินและเรียกเก็บจากผู้ขาย ส่วนโอ๊ค-เอมที่เป็นผู้ซื้อไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษี ต่อมา หุ้นดังกล่าวถูกขายให้กับกองทุนเทมาเส็ก แต่เป็นการขายในตลาดหลักทรัพย์จึงได้รับยกเว้นภาษีอีกเช่นกัน ดังนั้นธุรกรรมทั้งสองครั้งไม่ว่า โอ๊ค-เอม จะกระทำฐานะส่วนตัวหรือในฐานะตัวแทนของนายทักษิณก็ไม่ต่างกัน เพราะไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีทั้งสองธุรกรรม

นอกจากนี้ นายวัฒนา ยังระบุด้วยว่า หากพิจารณาเรื่องนี้ตามกฎหมายบนหลักนิติธรรม ไม่ว่าจะใช้อภินิหารขนาดไหนก็ไม่อาจใช้มาตรา 61 มาประเมินภาษีได้เพราะไม่มีภาระภาษีเกิดขึ้น เนื่องจากการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปทั้งสองครั้งไม่ก่อให้เกิดเงินได้พึงประเมิน วิธีเดียวที่จะทำได้ใช้อำนาจเผด็จการแก้ไขกฎหมายเพื่อเรียกเก็บภาษีจากนายทักษิณ แต่ไม่ใช่อภินิหารของกฎหมาย และไม่จำเป็นต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนถึงเมืองนอกเพราะสำนักทรงเจ้าเข้าทรงก็สอนได้

...