บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น KCG ผู้นำธุรกิจผลิตจัดจำหน่าย และนำเข้าเนย ชีส และผลิตภัณฑ์เพื่อการบริโภคชื่อดังอย่างแบรนด์ Allowrie และคุกกี้กล่องแดง Imperial ประกาศแผนปี 2567 ภายใต้การนำของซีอีโอคนใหม่ “ดำรงชัย วิภาวัฒนกุล”


โดยบริษัทมีแผนลุยออกสินค้าใหม่ จับเมกะเทรนด์อาหารตะวันตก พร้อมเปิดโอกาสหาพันธมิตรร่วมทุนเพื่อทำกิจการร่วมค้า (JV) และเข้าซื้อกิจการ (M&A) ธุรกิจต้นน้ำ-ปลายน้ำ เพื่อผลักดันรายได้ให้โตอย่างน้อย 10% หรือ Double Digit Growth 


ดำรงชัย วิภาวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2567 เติบโตไม่ต่ำ 10% โดยจะมาจากการเติบโตทั้ง Organic Growth และ Inorganic Growth ตามวิสัยทัศน์การสร้างองค์กรสู่การเติบโตที่มั่นคง ยั่งยืน และพร้อมสู่อนาคตที่กำลังเปลี่ยนแปลง


ทั้งนี้ บริษัทเปิดโอกาสในการทำกิจการร่วมค้า (JV) และเข้าซื้อกิจการ (M&A) ธุรกิจต้นน้ำโดยมองโอกาสในการซื้อธุรกิจต้นน้ำในด้านวัตถุดิบ เพื่อเสริม supply chain และธุรกิจปลายน้ำ เพื่อต่อยอดจากวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตในการขยายตลาดมากขึ้น อย่างไรก็ดี บริษัทจะพิจารณาถึงประโยชน์ในการต่อยอดธุรกิจเป็นหลัก ส่วนขนาดหรือมูลค่าลงทุนที่เหมาะสมนั้น ยังไม่ได้กำหนดไว้ แต่เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณารองลงมา


ขณะเดียวกัน เชื่อว่าธุรกิจเดิมก็มีการเติบโตได้ โดยบริษัทมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่ง 5 เมกะเทรนด์ในปี 2567 ได้แก่ 

...

  1. Health Beliefs เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย
  2. Naturally Functional เทรนด์อาหารที่มีการพัฒนาสารเสริมเชิงหน้าที่จากธรรมชาติหรือมีการเติมวิตามินเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ
  3. Weight Wellness เทรนด์อาหารสำหรับการดูแลรูปร่าง
  4. Snackification เทรนด์นวัตกรรมอาหารว่างที่ทำให้สะดวกทานง่ายทุกที่และทุกเวลา
  5. Sustainability เทรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับโลก   

นอกจากนี้ บริษัทวางงบลงทุนปี 2567 ไว้ที่ 400 ล้านบาท โดยจะนำไปเพิ่มและปรับปรุงประสิทธิภาพกำลังการผลิต โดยอยู่ระหว่างการขยายกำลังผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์ชีสในรูปแบบห่อเดี่ยว จากเดิม 18,000 ตันต่อปี เป็น 23,000 ตันต่อปี ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2568 พร้อมทั้งวางระบบเครื่องจักรอัตโนมัติ ปรับปรุงระบบไอที และวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้


สำหรับแนวทางการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในปี 2567-2572 วางกรอบการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสุขภาพและบริการใหม่ตามเทรนด์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นทั้งในประเทศไทยและระดับโลก เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถเจาะลึกถึงความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างกัน รวมถึงการต่อยอดสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งที่ทำจากนมและไม่ได้ทำมาจากนม พร้อมทั้งร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและพันธมิตรบริษัทชั้นนำจากทั่วโลก เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดอย่างเหมาะสม 


ส่วนความคืบหน้า ‘KCG Logistics Park’ หรือศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้าแบบครบวงจร บนพื้นที่ 15 ไร่ ปัจจุบันแล้วเสร็จกว่า 90% แล้ว ซึ่งหากสามารถเปิดดำเนินการได้ จะทำให้เกิดการรวมศูนย์สต๊อกสินค้าและบริหารจัดการได้รวดเร็วขึ้น ช่วยให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฟสแรกคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนเมษายนนี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งโครงการภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2567 ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิมที่วางไว้  

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney