"ยูมิน-ทวิกานต์ กุลชล" ก่อนหน้านี้เป็นข่าวแอบสนิทสนมกับหนุ่ม "ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์" ล่าสุดคราวนี้ออกมาเป็นกระแสให้ชาวโลกออนไลน์ได้วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก "ซงจุงกิ" ทำเอาบรรดาสาวๆ ทั้งหลาย รวมทั้งแฟนคลับต่างไม่พอเป็นอย่างมาก สาเหตุเป็นข่าวกับพระเอกเกาหลี "ซงจุงกิ" จากซีรีย์ บัณฑิตหน้าใส หัวใจว้าวุ่น ที่สาวยูมิน ไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก ทำนองที่ว่า "ซงจุงกิ" ชวนค้างคืน
ยูมินไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก ซงจุงกิ อันนี้เป็นอย่างไร? "จริงๆ แล้ว ครั้งนี้ที่ออกมาอธิบายข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และอาจจะเป็นการสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายแล้วก่อนเดินทาง ของการโพสต์ในเฟซบุ๊กนี้ จริงๆ แล้ว ตอนนี้เราได้คุยกับทางบริษัทประเทศไทยแล้ว พอเรามีการคุยส่วนตัวด้วยภาษาไทยที่แท้จริงแล้ว กลับกลายเป็นว่าเราต่างคนต่างโดนบุคคลที่ 3 หลอกให้ข้อมูลไม่ตรงกัน คือว่าจุดประสงค์แรกของการโพสต์เฟซบุ๊ก มันคือการที่เกิดจากอารมณ์ของเราว่า ทำไมถึงคิดกับเราแบบนั้น และพูดกับเราแบบนั้น โดยเป็นสิ่งที่เราไม่รับรู้ หรือฟังข้อมูลจากศิลปินที่แท้จริง ก็แค่ได้มีโอกาสเจอแล้วก็ทักทาย ว่าสิ่งที่เราฟังมาทั้งหมดคือข้อมูลจากบุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ของทาง"
...
เขาพูดออกมาว่าอย่างไร? "เขาก็บอกประมาณว่า ศิลปินมีความพอใจเรานะ ตามที่ลงไป แต่ว่าเรากลับปฏิเสธเขาไป แต่เป็นทางผู้ใหญ่นะคะว่า ได้โปรดกรุณาอย่ามองผู้หญิงไทยแบบนั้น เขาพูดออกมาเองว่า บางทีคนต่างบ้านต่างเมืองมองผู้หญิงไทยไปอีกแบบหนึ่ง เลยรู้สึกว่า ทำไมถึงต้องมองแบบนั้น ตอนแรกโพสต์อยู่ในรถค่ะ กลับมาอยู่บนรถรวบรวมสติได้ แล้วคิดได้ว่าทำไมเป็นแบบนี้ ก็เลยอยากจะเล่าบอกเพื่อน แต่ว่ายูมินเองก็ไม่ใช่คนที่รู้ทันเทคโนโลยีมากเท่าไร คือบางที่เราใช้เฟซบุ๊กในมือถือทุกวัน แต่เราไม่ได้ตรวจสอบว่าต้องเปลี่ยนตรงนั้น หรือเพิ่มตรงนั้น เพราะปกติคิดว่าเราคงไม่ได้ไปโฟสต์ว่าอะไรที่มันเสียหายเกินไปค่ะ"
บริษัทนั้นคือใครที่ติดต่อ ยูมิน? "เป็นผู้ใหญ่ทางเกาหลีที่มาเป็นเอเจนซี่ ฝ่ายกลางของงานอีกที เพิ่งเจอกันครั้งแรก รู้จักกันมา 3 ปีแล้วเป็นเพื่อนสนิทของผู้ใหญ่หลายๆ คน ที่ตัวหนูเองสนิท ซึ่งคิดว่าความไว้ใจ ให้เกียรติเคารพตรงนี้ และใม่คิดว่าผู้ใหญ่ที่โตกว่าเรา มีวุฒิภาวะแล้ว จะมาพูดจาอะไรประมาณนั้น" ยูมินรู้ว่าเขาชวนเราไปในฐานะนั้น แล้วยูมินยังจะไปโรงแรม? "ไม่ใช่ค่ะ ตอนแรกเราไม่ได้มีความคิดว่าเขาจะต้องชวนเราไปในฐานะนั้น และเขาเองก็ไม่ได้แสดงออกแบบนั้นค่ะ คือประมาณว่ายูมินมาถึงแล้วนะ มาทานข้าวกันที่โรงแรม เพราะที่ต้องเป็นโรงแรมคือตัวเขาเองต้องใกล้ชิดกับศิลปินตลอดเวลา ก็ไปทานข้าวกันข้างล่างโรงแรม แล้วถามต่อว่าคุณโอเคไหม ถ้าเข้าไปคุยในห้องก็โอเค เพราะมีทีมงานคนอื่นด้วย และมีพนักงานที่เห็นอยู่ ที่สำคัญเราบริสุทธิ์ใจ"
เหมือนมีข่าวออกมาว่า ยูมินสร้างกระแสข่าวไปอยู่ห้องเดียวกับ ซงจุงกิ? "ส่วนตัวไม่ทราบเหมือนกันก่อนที่จะกลับ เขาพาไปแนะนำกับตัวศิลปิน แต่ว่าการเจอศิลปิน เริ่มตั้งแต่เฟซบุ๊ก ที่บอกว่าเขานอนอยู่ แฟนคลับรอ จริงๆ แล้วมันขึ้นอยู่กับการอ่านข่าว และน้ำเสียงของการให้ข่าวด้วย แต่ใจจริงคือ ความเป็นห่วง หนูรู้ว่าศิลปินกำลังนอนหลับอยู่ ซึ่งหนูกำลังทานข้าวอยู่ข้างล่าง ซีโอคนนั้นก็บอก หนูก็เลยหันไปบอกผู้หญิงที่เป็นแฟนคลับประมาณ 10 กว่าคน เที่ยงคืนกว่าเลยรู้สึกว่าจะบอกเขาได้ไหมว่าศิลปินกำลังหลับอยู่กลับบ้านไปมันอันตราย เขาตอบกลับมาว่า อย่าไปบอกเลยเดี๋ยวจะมองว่าศิลปินเขาไม่ดี หนูเลยโอเค ไม่บอกดีกว่า แต่หนูดันไปโฟสต์ในเฟซบุ๊ก แต่เราบอกเพื่อนว่าเป็นอย่างนี้นะ เราไม่มีสิทธิได้พูดกับเขาจริงๆ ซึ่งหนูอยากจะใช้สายตามาบอกเขาตลอดเวลาว่า เอ๋อกลับไปเถอะ อะไรอย่างนี้ค่ะ เพราะว่าเขาต้องจำหน้าได้อยู่แล้ว ซีโอคนมากับศิลปิน"
มีข่าวออกมาอีกว่าพี่กึ่งจะฟ้องร้อง? "คุยกับบริษัทพี่กึ่งเรียบร้อยแล้วค่ะ คุยกับเลขาฯ ของพี่กึ่ง คือเขาเข้าใจว่า เหมือนกับที่หนูบอกว่า ข้อมูลที่ผิดพลาดคือบุคคลที่ 3 บอกหนูอีกแบบหนึ่ง บองทางค่ายเมืองไทยอีกอย่างหนึ่ง และบอกข้อมูลทางเกาหลีอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งตอนนี้เขาคงจะได้รับผลกระทบในสิ่งที่เขาทำแล้วค่ะ" ซงจุงกิ ไม่ได้พูดอะไรเลยใช่ไหม? "ไม่ค่ะ แค่ได้มีโอกาสทักทายกันวันนั้นจริงๆ" พอเกิดเรื่องก็เลยไม่ได้คุยกัน? "ปกติก็ไม่ได้คุยกับเขาอยู่แล้วค่ะ เพราะไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว"
แต่เราอธิบายละเอียดมากในเฟซบุ๊ก? "นั่นคือข้อเสียของหนูที่อธิบายละเอียดมาก รายงานพ่อ เพื่อน คนที่เป็นห่วง แต่ว่าจริงๆ แล้วในห้องนั้นไม่ได้เกิดอะไรไม่ดีขึ้นเลยค่ะ เพราะว่ามันไม่ได้มีแค่หนูกับศิลปินอยู่ ซึ่งมีผู้ใหญ่ 3 คนอยู่ด้วย เราก็ต้องดูแลภาพลักษณ์ของตัวเองด้วย เพราะคิดอยู่แล้วว่า ให้หนูเป็นผู้หญิงไม่ดี ถ้าคิดจะไปทำงานที่นั่น และทำเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นตัวเองหรือใครออกมา ทำให้ชื่อเสียงหนูมันต้องพัง เพราะว่าผู้ใหญ่จะต้องเห็นค่ะว่ามันเกิดขึ้น".