นางจิออร์เจีย เมโลนี ผู้นำฝ่ายขวาจัดของอิตาลี ประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปของอิตาลี และคาดว่าเธอจะได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ และคาดว่าเธอจะจัดตั้งรัฐบาลขวาจัดที่สุดของอิตาลี นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
ชาวอิตาลีหลายล้านคนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ หลังจากนายกรัฐมนตรีมาริโอ ดรากี ลาออกเมื่อเดือน ก.ค. เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาล
ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดเมื่อสองสัปดาห์ก่อนชี้ว่า พันธมิตรฝ่ายขวานำโดยพรรคภราดรแห่งอิตาลี ของจิออร์เจีย เมโลนี ผู้นำฝ่ายขวาจัดของอิตาลี ชนะขาดลอยตามที่คาดหมายกันไว้ และคาดว่าเธอจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำพรรคพันธมิตรที่มีพรรคสันนิบาตของแมตทิโอ ซาลวินี และพรรคฟอร์ซา อิตาเลียของซิลวิโอ แบร์ลุสโคนีรวมอยู่ด้วย ถือเป็นคะแนนนิยมที่เพิ่มขึ้นมากสำหรับเธอ นักการเมืองวัย 45 ปี จากกรุงโรม ที่ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดปี 2018 พรรคของเธอได้คะแนนเสียงเพียง 4% เท่านั้น
นางเมโลนี กล่าวหลังการใช้สิทธิเลือกตั้งว่า พรรคภราดรแห่งอิตาลีจะปกครองประเทศเพื่อทุกคน และจะไม่ทรยศต่อความเชื่อมั่นของประชาชน จากผลการนับคะแนนเบื้องต้น คาดว่าเธอจะได้รับคะแนนเสียงราว 26% เหนือคู่แข่งคนสำคัญอย่าง นายเอนริโค เล็ตตา จากพรรคฝ่ายซ้ายกลาง
อย่างไรก็ตามการนับคะแนนค่อนข้างซับซ้อน มีทั้งระบบสัดส่วนผสมและใครได้คะแนนถึงเกณฑ์ก่อนเป็นผู้ชนะ หมายความว่าต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะทราบผลที่ชัดเจน แต่เนื่องจากโพลล่าสุดทำขึ้นเมื่อสองสัปดาห์ก่อนเลือกตั้ง เรื่องเซอร์ไพรส์ยังอาจเกิดขึ้นได้
มีการคาดการณ์กันว่า เสียงสนับสนุนขบวนการห้าดาว หรือ ไฟว์สตาร์มูฟเมนต์ พรรคการเมืองฝ่ายซ้ายที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดในปี 2018 เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งอาจอาจบั่นทอนโอกาสของพันธมิตรฝ่ายขวาไม่ให้ได้เสียงข้างมากในวุฒิสภา ยิ่งทำให้กระบวนการตั้งรัฐบาลยุ่งยากขึ้น
...
แต่แม้ผลเลือกตั้งชนะขาด แต่ประธานาธิบดีจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าใครจะได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง โดยสภาชุดใหม่จะประชุมกันในวันที่ 13 ต.ค.
แม้นางเมโลนีจะใช้ความพยายามอย่างหนักในการลบภาพลักษณ์ที่ดูแข็งกร้าว รวมถึงแสดงการสนับสนุนยูเครน และลดการต่อต้านสหภาพยุโรป แต่เธอยังคงเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นในยุคการเคลื่อนไหวหลังสงครามที่ถือกำเนิดมาจากลัทธิฟาสซิสต์ของเบนิโต มุสโสลินี.
ที่มา : บีบีซี