แก้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อศีลธรรม อำนาจเจ้าหน้าที่ หรือประชาชน

ข่าว

    แก้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อศีลธรรม อำนาจเจ้าหน้าที่ หรือประชาชน

    ไทยรัฐออนไลน์

    7 ก.ค. 2564 19:33 น.

    • ปัจจุบัน ประเทศไทยใช้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ที่ประชาชนจำนวนหนึ่งมองว่าสร้างความสับสน และสร้างอุปสรรคในการทำการค้า ทั้งกฎที่จำกัดเวลาซื้อ-ขาย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือการโฆษณาสินค้าต่างๆ
    • เมื่อไทยเผชิญกับโควิด-19 มานานเกินปี ผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่าใครอย่างผู้ประกอบการธุรกิจแอลกอฮอล์ เริ่มเกิดความรู้สึกต้องการเปลี่ยนแปลง พ.ร.บ. ฉบับนี้
    • ด้าน สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (สคอ.) ก็มีความต้องการจะแก้ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่นกัน ทว่าการแก้ไขในตัวบทถือว่าแตกต่างกับภาคประชาชนพอสมควร

    หลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยใช้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มาโดยตลอด ใจความสำคัญของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ทำหน้าที่ตรงตามชื่อ คือการควบคุมเรื่องการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งในแง่การทำโฆษณา การจำกัดสถานที่และเวลาในการซื้อ-ขาย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    โดยหมายเหตุช่วงท้ายของ พ.ร.บ. ฉบับปี 2551 ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ต้องบังคับใช้กฎหมายนี้ว่า

    “เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ ครอบครัว อุบัติเหตุและอาชญากรรม ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ สมควรกำหนดมาตรการต่างๆ ในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งการบำบัดรักษา หรือฟื้นฟูสภาพผู้ติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยลดปัญหาและผลกระทบทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ ช่วยสร้างเสริมสุขภาพของประชาชนโดยให้ตระหนักถึงพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตลอดชนช่วยป้องกันเด็กและเยาวชนมิให้เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้โดยง่าย จึงจำเป็นต้องใช้พระราชบัญญัตินี้’

    เวลาผ่านไป ประชาชนจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจแอลกอฮอล์ กำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนักในประเทศไทย หลายธุรกิจถูกสั่งปิดและไม่ได้รับการเยียวยา นอกจากนี้ ร้านค้าหรือผับบาร์ ยังไม่สามารถระบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ค้างสต๊อกอยู่ได้เท่าที่ควร ด้วยเพราะติดข้อกฎหมายเรื่องการโฆษณาตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 จึงเริ่มเกิดการรวมกลุ่มกันเขียนร่างฉบับประชาชน เพื่อให้เกิดการแก้ไขรายมาตรา

    ด้านสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (สคอ.) ก็มอง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต้องมีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่เช่นกัน แต่เป็นการเพิ่มอำนาจแก่เจ้าหน้าที่ในการตรวจค้นร้าน เพิ่มบทลงโทษทั้งการปรับและจำคุก และควบคุมการโฆษณาให้เข้มงวดยิ่งกว่าเดิม


    ความต้องการแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของ สคอ.

    พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นประเด็นใหญ่อีกครั้งในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม เนื่องจาก สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (สคอ.) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่ ที่เน้นการแก้ไขในหมวดคำนิยามของ ‘เครื่องดื่มแอลกอฮอล์’ และ ‘สื่อสารการตลาด’ โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน-9 กรกฎาคม 2564 ผ่านเว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    สคอ. ต้องการแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ และอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีผู้รักษาการ สำนักงาน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน

    เพิ่มหมวดและแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการโฆษณา เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ มาตรา 32 ที่ระบุว่า

    “ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือแสดงชื่อ หรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม

    “การโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ใดๆ โดยผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท ให้กระทำได้เฉพาะการให้ข้อมูลข่าวสาร และความรู้เชิงสร้างสรรค์สังคม โดยไม่มีการปรากฏภาพของสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น เว้นแต่เป็นการปรากฏของภาพสัญลักษณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสัญลักษณ์ของบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้น ทั้งนี้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

    “บทบัญญัติในวรรคหนึ่งและวรรคสอง มิให้ใช้บังคับกับการโฆษณาที่มีต้นกำเนิดนอกราชอาณาจักร”

    แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 21 โดยให้ยกเลิกความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 เปลี่ยนเป็น

    "ห้ามผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การประชาสัมพันธ์ใดๆ โดยผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้กระทำได้เฉพาะการให้ข้อมูลข่าวสารและความรู้เชิงสร้างสรรค์สังคม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุม”

    และเพิ่มเติมมาตราย่อยว่า

    • ห้ามผู้ใดแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันเป็นการอวด หรืออ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ผู้อื่นบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยตรงหรือโดยอ้อม
    • ห้ามผู้ใดโฆษณาผลิตภัณฑ์หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้ชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นชื่อหรือเครื่องหมายของผลิตภัณฑ์หรือสิ่งนั้น หรือโฆษณาโดยการนำเอาชื่อ เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาตัด ต่อเติม หรือดัดแปลงข้อความให้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อหรือ เครื่องหมายของผลิตภัณฑ์หรือสิ่งนั้น ทั้งนี้ ในลักษณะที่อาจทำให้เข้าใจได้ว่าหมายความถึงการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    • ห้ามผู้ใดให้การอุปถัมภ์ หรือให้การสนับสนุนบุคคล กลุ่มบุคคล หน่วยงาน ของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ในลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ต่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลหรือที่อาจส่งผลเสียต่อนโยบายการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือส่งเสริมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    • ห้ามผู้ใดเผยแพร่กิจกรรมหรือข่าวสาร เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมข้างต้น

    แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 33 เรื่องการส่งเสริมและสนับสนุนการบำบัดรักษา หรือฟื้นฟูผู้ติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือผู้มีปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน

    แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 24 ให้ยกเลิกความในมาตรา 34 เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยให้พนักงานมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

    1. เข้าไปในสถานที่ทำการของผู้ผลิต นำเข้า หรือขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สถานที่เก็บเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในเวลาทำการของสถานที่นั้น รวมถึงเข้าตรวจสอบยานพาหนะเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
    2. เรียก ขอดูบัตรประชาชนหรือเอกสารอื่นใด ซึ่งระบุชื่อที่อยู่ และปรากฏรูปถ่ายของผู้ถือบัตรเพื่อบันทึกข้อมูล ในกรณีที่มีการกระทำความผิดหรือกรณีที่มีหลักฐานตามสมควรว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
    3. ตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐานหรือวัตถุอื่นใด เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดี
    4. ยึดหรืออายัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ผลิต ผู้นำเข้าหรือผู้ขายที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี
    5. มีหนังสือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุใดมา เพื่อประกอบการพิจารณา

    ในแง่บทลงโทษ สคอ. ต้องการแก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษตามมาตรา 25 ให้ยกเลิกความในมาตรา 43 ที่ระบุว่า ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 32 หรือมาตรา 32/1 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เปลี่ยนเป็น ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี

    นอกจากต้องระวางโทษตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองแล้ว ผู้ฝ่าฝืนยังต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน

    แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 27 ให้ยกเลิกความเดิมในมาตรา 44 เป็น ผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 34 (1) (2) (3) หรือ (4) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 36 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

    สคอ. ได้ระบุเหตุผลที่ต้องการยื่นให้แก้ไขร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไว้ในเอกสารว่า

    “โดยที่พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มีบทบัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน โดยควรปรับปรุงบทนิยาม องค์ประกอบ อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดต่างๆ และอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีผู้รักษาการ รวมทั้งของสำนักงาน บทบัญญัติการโฆษณา การส่งเสริมและสนับสนุนบำบัดรักษา หรือฟื้นฟูสภาพผู้ติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือผู้มีปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อำนาจและหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ และบทกำหนดโทษ เพื่อการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้”

    นั่นหมายความว่า สคอ. กำลังรู้สึกว่า พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจไม่เหมาะกับยุคสมัยอีกต่อไป จึงจำต้องปรับเปลี่ยนบางช่วงบางตอน และมอบอำนาจให้กับเจ้าหน้าที่มากยิ่งขึ้น โดยมองว่าไม่มีความจำเป็นจำต้องทำประชามติแต่อย่างใด


    ความต้องการแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชน

    ไม่ได้มีแค่ สคอ. เท่านั้น ที่ต้องการแก้ไข พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในภาคประชาชนนำโดย เจริญ เจริญชัย และประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง ได้มีการร่วมลงชื่อแก้กฎหมายแล้วกว่า 10,942 รายชื่อ

    เฟซบุ๊กเพจ สมาคมคราฟท์เบียร์ หนึ่งในผู้ร่วมผลักดันให้เกิดการแก้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้จัดทำประชามติในเว็บไซต์รัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2564 โดยสิ่งที่ประชาชนจำนวนหนึ่งต้องการแก้แตกต่างจากความต้องการของ สคอ. พอสมควร สรุปเพื่อเข้าใจง่ายดังนี้

    แก้ไขร่างมาตรา 3 และ 4 เกี่ยวกับการให้นิยามของคำว่า ‘ขาย’ ‘โฆษณา’ และ ‘จัดเลี้ยงตามประเพณี’ ให้มีความชัดเจนเหมาะสมในการตีความ

    แก้ไขร่างมาตรา 5 เพิ่มบทบัญญัติให้ผู้แทนสมาคมการค้าของผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และผู้ทรงคุณวุฒิในด้านการผลิต เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ

    โดยร่างกฎหมายเดิม ‘คณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ’ จะประกอบด้วยเหล่าข้าราชการ ทั้ง นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

    ผู้ต้องการแก้ไขมองว่า คณะกรรมการดังกล่าว เป็นกลุ่มข้าราชการที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจในธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่าที่ควร

    แก้ไขร่างมาตรา 6 ยกเลิกบทบัญญัติการให้ผู้แทนองค์กรเอกชนที่มีวัตถุประสงค์มิใช่เป็นการแสวงหาผลกำไร เป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการควบคุมแอลกอฮอล์ เนื่องจากไม่มีตัวแทนภาคประชาชน หรือตัวแทนกลุ่มธุรกิจแอลกอฮอล์อยู่ในผู้แทนเลย

    แก้ไขมาตรา 7 ยกเลิกการมอบอำนาจให้คณะกรรมการควบคุม มีอำนาจกำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ ฉลาก เวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สถานที่ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสิ่งอื่นใดที่ใช้เป็นการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    แก้ไขร่างมาตรา 10 ยกเลิกบทบัญญัติการห้ามขายในเวลาที่กำหนด

    แก้ไขร่างมาตรา 11 มีรายละเอียดดังนี้

    1. ยกเลิกบทบัญญัติห้ามใช้เครื่องขายอัตโนมัติขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    2. ยกเลิกบัญญัติห้ามลดราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการขาย
    3. ยกเลิกบัญญัติห้ามแจก แถม ให้ หรือแลกเปลี่ยนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับสินค้าหรือบริการอื่น

    แก้ไขร่างมาตรา 12 ให้สถานศึกษาที่มีการเรียนการสอนด้านการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับการยกเว้นให้สามารถบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้

    แก้ไขร่างมาตรา 14 ให้สามารถโฆษณาได้ โดยไม่อ้างสรรพคุณอันเป็นเท็จ

    แก้ไขมาตรา 17 เรื่องผู้มีอำนาจเปรียบเทียบปรับ โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการเปรียบเทียบแทนคณะกรรมการควบคุม และไม่ให้มีการหักเงินค่าปรับเป็นเงินสินบนรางวัล เนื่องจากค่าปรับไม่ได้สัดส่วนกับความผิด และกังวลว่าอาจมีช่องว่างให้บุคคลได้ประโยชน์ส่วนตนกับส่วนแบ่งค่าปรับราว 60-80 เปอร์เซ็นต์

    ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อการแก้มาตรา 17 เป็นเพราะความต้องการแก้กฎหมายของ สคอ. มีความต้องการให้เพิ่มค่าปรับ 10 เท่า และทำให้พนักงานผู้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับแทนคณะกรรมการฯ ได้ส่วนแบ่งค่าปรับเพิ่ม 10 เท่า

    โดยข้อเสนอของกลุ่มนี้คือ ให้ประชาชนที่เห็นด้วยกับการผลักดันแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับประชาชน ร่วมลงชื่อด้วยการ กด ‘ไม่เห็นด้วย’ ที่เว็บไซต์ alcoholact.ddc.moph ได้จนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม 2564



    แฮชแท็ก #กูจะโพสต์มึงจะทำไม

    หลัง สคอ. ยื่นแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 รวมถึงการยื่นแก้ของภาคประชาชน ส่งผลให้ทั้ง สคอ. และผู้จัดทำร่างฉบับประชาชน ต่างรณรงค์ให้ประชาชนร่วมเข้าไปแสดงความคิดเห็นในร่างของตัวเอง และกระแสส่วนใหญ่ในโซเชียลมีเดียทั้งเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ต่างพูดถึงประเด็นดังกล่าวไปในทิศทางเดียวกัน นั้นคือการไม่เห็นด้วยกับร่างของ สคอ. พร้อมกับแสดงจุดยืนผ่านแฮชแท็ก #กูจะโพสต์มึงจะทำไม

    มีความเป็นไปได้สูงมากว่า หากร่างของ สคอ. ผ่าน การโฆษณาหรือโพสต์รูปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยอาจทำไม่ได้อีกต่อไป เนื่องจากผู้ประกอบการอาจถูกปรับสูงสุด 1,000,000 บาท ส่วนผู้บริโภคก็เสี่ยงจะถูกปรับสูงสุด 500,000 บาท ที่ทำให้ผู้ต่อต้านร่างของ สคอ. เรียกการแก้ไข พ.ร.บ. ครั้งนี้ว่า ‘พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับเผด็จการ’

    ในแง่ผู้ประกอบการ ผู้เปิดร้านคราฟต์เบียร์หรือร้านค็อกเทลบางส่วน เกิดความรู้สึกว่า เมื่อนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อต่างๆ เข้ามาในร้าน ทางร้านควรต้องโพสต์ข้อความบอกลูกค้าว่าแต่ละวันจะมีเครื่องดื่มอะไรบ้าง ทว่าหากร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถูกแก้ไขตามร่างที่ สคอ. เสนอ การโพสต์แจ้งยี่ห้อเครื่องดื่ม หรือโพสต์อธิบายสินค้า อาจถูกตีความได้ว่าผู้โพสต์เขียนเนื้อหาที่โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยุยงส่งเสริมให้เกิดการบริโภค

    ในแง่เศรษฐกิจแบบภาพรวม หาก พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับ สคอ. ผ่านและมีผลบังคับใช้ จะกระทบต่อระบบอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งระบบหลักแสนล้านบาท

    ผู้ประกอบการจำนวนมากมองว่า หากต้องการให้ประชาชนทราบถึงโทษของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือไม่ต้องการให้ประชาชนมีอาการติดพิษสุราเรื้อรัง ควรสร้างจิตสำนึกต่อสังคม สร้างความเข้าใจเรื่องการดื่มอย่างมีความรับผิดชอบทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น หรือเพิ่มบทลงโทษทางกฎหมายกรณีเมาแล้วขับ มากกว่าการกำหนดกฎหมายการผลิต การขาย หรือโฆษณาที่เข้มงวด

    การสั่งห้ามตามที่ สคอ. พยายามยื่นเรื่อง อาจมีส่วนสำคัญที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจ การจัดเก็บภาษีของรัฐ เจ้าของธุรกิจ วงการสื่อโฆษณา รวมถึงประชาชนจำนวนมากต้องได้รับผลกระทบที่รุนแรง ทั้งจากกฎหมาย และจากเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจมากขึ้นในการบังคับใช้กฎหมาย


    อ้างอิง

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แอลกอฮอล์เหล้าเบียร์สคอ.special contentpremium content

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 8 ธันวาคม 2564 เวลา 23:50 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์