#dek64 อนาคตที่ถูกผู้ใหญ่ทิ้งไว้ข้างหลัง

ข่าว

    #dek64 อนาคตที่ถูกผู้ใหญ่ทิ้งไว้ข้างหลัง

    ไทยรัฐออนไลน์

    26 มี.ค. 2564 11:30 น.

    • ตารางสอบของนักเรียน ม.6 ทั่วประเทศมีทั้งหมด 30 วิชา ภายในเวลา 22 วัน 
    • การระบาดของโควิด-19 ทำให้เปลี่ยนกำหนดการเปิดเทอมและปิดเทอม แต่ตารางสอบกลับถูกรวบมาไว้ในช่วงเดียว
    • ตัวแทนนักเรียน ม.6 ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง ขอให้มีการเลื่อนการสอบ แต่คำตอบที่ได้รับคือ ไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นตารางที่กำหนดไว้ และจะส่งผลกระทบต่อหลายฝ่าย 

    ฤดูกาลสอบเข้ามหาวิทยาลัยเวียนมาอีกครั้ง แต่สิ่งที่ต่างจากเดิมคือกำหนดการและวันเวลาของสนามสอบที่อัดแน่นติดกันจนแทบไม่มีเวลาหายใจ การสอบแข่งขันเพื่อก้าวจากระดับมัธยมไปสู่อุดมศึกษาของนักเรียน ม.6 ทั่วประเทศครั้งนี้จึงกลายเป็นช่วงเวลาสุดแสนทรมาน ต้องอาศัยความทรหด ด้วยตารางสอบที่อัดแน่นกว่า 30 วิชา บีบให้พวกเขาต้องสอบเสร็จในระยะเวลาต่อเนื่อง 22 วัน


    จากสาเหตุข้างต้น ทำให้นักเรียน ม.6 ทั่วประเทศร่วมกันติดแฮชแท็ก #เลื่อนสอบ #dek64กำลังถูกทิ้ง #dek64deservebetter จนเป็นปรากฏการณ์ในทวิตเตอร์

    การลุกฮือในโลกโซเชียลครั้งนี้ ไม่เพียงตะโกนบอกความทุกข์ที่พวกเขาต้องเจอ แต่เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการเลื่อนสอบ GAT PAT และ 9 วิชาสามัญ เนื่องจากมีความกังวลเรื่องการเตรียมความพร้อม และผลกระทบทางสุขภาพ เพราะการสอบติดกันต่อเนื่องนั้นตรึงพวกเขาให้อยู่กับความเครียด เพราะต้องแบกรับการเรียนที่ ‘หนัก’ และ ‘เยอะ’ กว่าปกติ รวมถึงการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ ที่อาจเกิดขึ้นในสนามสอบได้

    เมื่อถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมและไร้ทางเลือก นักเรียน ม.6 จึงยื่นเรื่องต่อศาลปกครองกลาง ในวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา เพื่อขอให้ไต่สวนฉุกเฉินการจัดสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย หรือที่เรียกว่าระบบ TCAS ประจำปีการศึกษา 2564 ที่จัดโดย ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กับองค์กรด้านการศึกษา

    พัท - ภูมภัสส์ หิรัญวีวิชญ์ หนึ่งในนักเรียนผู้เป็นโจทก์ร่วมยื่นคำร้องให้เลื่อนสอบ นี่คือรายละเอียดชีวิต ความหนักบวกความเยอะ กลายเป็น ‘ความทุกข์’ จากระบบการศึกษา ที่ทำให้นักเรียน ม.6 ต้องหันหน้าพึ่งระบบยุติธรรม

    การศึกษาที่ไม่เคยฟังเสียงนักเรียน

    พัทเล่าว่า ตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้โรงเรียนทั่วประเทศเลื่อนกำหนดการเปิดเทอมมาเป็นช่วงเดือนกรกฎาคม 2563 แม้ ทปอ. จะกำหนดตารางการสอบให้นักเรียนทราบล่วงหน้าเพื่อเตรียมตัว แต่ช่วงเดือนธันวาคม 2563 โควิด-19 กลับมาระบาดอีกครั้ง ส่งผลให้โรงเรียนในหลายพื้นที่ต้องปรับการเรียนการสอนเป็นวิธีเรียนออนไลน์ และเลื่อนการสอบปลายภาคออกไปจนใกล้กับวันสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย

    “ผมมองว่าการเรียนออนไลน์มันสร้างความเหลื่อมล้ำ เพื่อนๆ หลายคนได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ไม่สามารถไปโรงเรียนได้ และโรงเรียนก็เลื่อนสอบปลายภาคไปชนกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำให้เพื่อนๆ ม.6 ต้องเตรียมตัวหนักขึ้น อ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยพร้อมๆ กัน จนไม่มีเวลาพัก”

    จากการรวบรวมข้อมูล พัทบอกว่า นักเรียนอย่างน้อย 150 โรงเรียนที่ตารางการสอบปลายภาคตรงกับวันสอบ TCAS ซึ่งเป็นผลกระทบจากการไม่เลื่อนสอบ

    พัทเล่าต่อว่า การยื่นข้อเรียกร้องต่อศาลปกครองครั้งนี้ทำตามสิทธิในฐานะผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยได้นำรายชื่อของ ‘dek64’ หรือนักเรียน ม.6 อีกกว่า 9,300 คนทั่วประเทศ ที่ลงชื่อสนับสนุนการเลื่อนสอบ TCAS ใน เว็บไซต์นักเรียนเลว เพื่อขอให้ศาลไต่สวนในยุติการจัดสอบ TCAS ชั่วคราว และจะเขียนคำฟ้อง 5 องค์กรที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.), สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.), สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ องค์การมหาชน (สทศ.) และกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ที่มีมติไม่เลื่อนสอบเช่นกัน

    “วันที่เราไปยื่นรายชื่อ ศาลดูไม่เข้าใจเด็กไทยเลยว่าเราต้องสอบอะไรบ้าง สอบวันไหนบ้าง สอบตัวนี้แล้วเอาคะแนนไปยื่นอะไรบ้าง ข้อสอบเป็นแบบไหน ศาลไม่เข้าใจเลย

    “เวลา 2 ชั่วโมงที่เสียไป เราต้องอธิบายให้ศาลฟังว่าระบบการสอบ TCAS มันคืออะไร”

    พัทบอกว่า หลังการตรวจสอบเอกสารการยื่นคำร้อง ศาลปกครองกลางได้นัดไต่สวนอย่างไม่เป็นทางการ โดยให้เขาและตัวแทนนักเรียนทั้ง 5 คน ในฐานะผู้ยื่นคำร้องชี้แจงถึงปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้น

    19 มีนาคม ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำขอกำหนดวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา ในคดีที่มีผู้ยื่นฟ้องขอให้เลื่อนการสอบคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา (TCAS) ปีการศึกษา 2564 ว่า

    “เนื่องจากศาลฯ เห็นว่า เมื่อมีผู้สมัครสอบรายวิชา GAT/PAT จำนวน 257,274 คน รายวิชาสามัญ จำนวน 175,003 คน และรายวิชาสอบ O-NET จำนวน 387,139 คน มีจังหวัดสนามสอบ 77 จังหวัด หน่วยสนามสอบสูงสุด 397 หน่วย และมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการสอบอีกไม่น้อยกว่า 20,000 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เป็นต้น ซึ่งบุคคลดังกล่าวต้องเตรียมตัว ต้องเดินทาง และต้องหาที่พัก หากมีการเลื่อนสอบย่อมจะส่งผลกระทบต่อคนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งได้มีการจัดส่งข้อสอบไปยังศูนย์สอบต่างๆ ทั่วประเทศแล้ว ประกอบกับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมระบบ TCAS มีจำนวน 80 สถาบัน จาก 156 มหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เข้าร่วมระบบ TCAS ก็ได้มีกำหนดการคัดเลือกต่อจากการคัดเลือกของ TCAS ซึ่งจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย รวมทั้งการแจ้งเลื่อนการสอบอย่างกระชั้นชิดนั้นก็อาจไม่สามารถดำเนินการแจ้งได้อย่างทั่วถึงครบถ้วนภายในระยะเวลาที่จำกัด อันเป็นปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นแก่การบริหารงานของรัฐและแก่การบริการสาธารณะ

    “ดังนั้น เมื่อคำขอของผู้ฟ้องคดีไม่เข้าเงื่อนไขที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครอง จึงไม่มีเหตุสมควรที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับ ตามคำขอของผู้ฟ้องคดี ทั้งนี้ ตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ประกอบกับข้อ 72 วรรคสาม แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543”

    ความหนัก เหนื่อย ที่เด็กสมัยนี้ต้องแบกไว้บนบ่า

    พัทยกตัวอย่างตารางชีวิตในช่วงที่ผ่านมาของตัวเอง เพื่อสะท้อนความจริงที่เกิดขึ้นกับนักเรียนไทยว่า

    “หลังจากตื่นนอนตอนเช้า ต้องรีบจัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จ เพื่อเริ่มอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบ”

    แม้จะออกตัวว่าไม่อยากกดดันตัวเองให้เครียดมากเกินไป แต่เมื่อเห็นประกาศตารางสอบ ด้วยเงื่อนไขต่างๆ ก็บีบให้พัทต้องติวหนังสืออย่างเข้มมากขึ้น

    “ผมตื่น 7.30 น. ในหนึ่งวันเราจะติว 2 ชั่วโมง เว้น 1 ชั่วโมง ติวกับเพื่อนบ้าง ออกไปเรียนติวกับอาจารย์ข้างนอกบ้าง ทำแบบนี้วนไปตั้งแต่เช้าจนค่ำ”

    ตารางชีวิตแบบนี้อาจไม่ต่างจากนักเรียน ม.6 ทั่วประเทศมากนัก และพัทเชื่อว่า เป็นไปได้ที่บางคนจะต้องเจอการเรียนที่หนักกว่า และมีตารางชีวิตที่โหดกว่า

    พัทเรียนอยู่ที่โรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง ในสายศิลป์ภาษาเกาหลี ช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ทางบ้านประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ทำให้ต้องหยุดเรียนพิเศษ เขาขวนขวายหาความรู้จากทวิตเตอร์ ที่กลายเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้และแชร์ข้อสอบเก่าๆ

    “แม้เด็กสมัยนี้จะมีเทคโนโลยีช่วยในการสืบค้นต่างๆ มีมือถือ มีคอมพิวเตอร์ แต่นี่คือต้นทุนราคาแพง ถ้าเพื่อนๆ คนอื่นไม่มีจะทำยังไง”

    อนาคตที่ไม่มีโอกาสทำความรู้จัก

    นอกจากต้นทุนราคาแพงซึ่งเป็นปัจจัยแต้มต่อทางการศึกษา อีกหนึ่งปัญหาที่พัทพยายามตั้งคำถามมาตลอดคือ การศึกษาไทยเปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้ค้นหาตัวเองมากแค่ไหน

    “ตลอดเวลาตั้งแต่ขึ้น ม.ปลาย ผมไม่เคยรู้ตัวเลยว่าอยากจะเป็นอะไร ไม่รู้ว่าจะเข้าคณะอะไร ระบบการศึกษาไม่ได้เอื้อให้คิดหรือมีพื้นที่ให้ค้นหาตัวเองเลย ระบบตีกรอบให้เราต้องท่องจำ โดยไม่สอนให้ตั้งคำถามหรือเอื้อให้คิดว่าเราเหมาะกับอาชีพอะไร หรือต้องหาตัวเองยังไง เน้นสื่อสารเพียงเพราะอาชีพหลักๆ ที่เป็นค่านิยมเดิม เช่น แพทย์ ครู ตำรวจ ผู้พิพากษา”

    ความโชคดีอย่างหนึ่งคือ ช่วงปีที่ผ่านมา พัทได้ร่วมทำกิจกรรมการเคลื่อนไหวด้านการศึกษา เป็นประตูประสบการณ์บานแรกที่ทำให้เริ่มสำรวจตัวเอง ว่าจริงๆ แล้วเขามีความสนใจด้านรัฐศาสตร์

    “เพิ่งรู้ตัวว่าอยากเรียนรัฐศาสตร์ และเริ่มติวเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว จริงๆ ก็รู้สึกเสียดายเวลาเหมือนกันที่เพิ่งรู้ตัวว่าอยากเรียนอะไร ถ้ารู้ตัวก่อนก็อาจจะมีเวลาออกแบบและวางแผนชีวิตของตัวเองได้บ้าง”

    ช่วงค้นหาตัวเอง พัทสมัครเข้าค่ายตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งการสมัครแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีการเตรียมตัว เตรียมค่าสมัคร และต้องเขียนใบสมัครให้ดี เพื่อแข่งขันกับคนนับพัน เขามองว่านี่คือราคาที่นักเรียนไทยต้องจ่ายเพิ่มเพื่อซื้อโอกาสให้ตัวเอง

    การศึกษาไทยไม่เคยให้เด็กเป็นศูนย์กลาง

    นอกจากความโหดของตารางสอบที่บีบให้เด็กต้องรีบเตรียมความพร้อม ระบบของการคัดเลือกเด็กเข้าสู่มหาวิทยาลัยที่เปลี่ยนไปมาทุกปีก็สร้างความมึนงงให้นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษาอย่างมาก ซึ่งความไม่แน่นอนของระบบคัดเลือกที่เกิดขึ้น ไม่แปลกที่นักเรียน ม.6 หลายคนจะรู้สึกเหมือนเป็นหนูทดลอง

    “จากระบบ Entrance พัฒนามาสู่ O-NET, A-NET สู่ Addmission มาเป็นระบบ TCAS คิดว่านิยามของระบบแต่ละอันก็ดีนะ แต่ทุกระบบที่กล่าวมาไม่ได้ผลเชิงปฏิบัติ เพราะขาดการมีส่วนร่วมตัดสินใจจริงๆ จากเด็ก”

    นอกจากความเครียดและแรงกดดันที่เกิดขึ้น พัทบอกว่า การสอบติดต่อกันมากเกินไปยังลดทอนโอกาสและเวลาสำหรับทบทวนความผิดพลาดหลังจากทำข้อสอบเสร็จ เพราะสอบเสร็จวันนี้ก็ต้องรีบเตรียมตัวสอบวิชาใหม่ทันที

    ถึงแม้ว่าเด็กม.6 ทุกคนจะไม่จำเป็นต้องสอบทั้ง 30 วิชา ในเวลา 22 วัน แต่ในความเป็นจริง นักเรียนส่วนใหญ่ต่างเลือกลงสนามสอบเกือบทุกวิชา เพราะต้องการเก็บคะแนนของแต่ละวิชาไว้ใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้มากที่สุด

    ความ ‘ทับซ้อน’ ของเนื้อหาในข้อสอบก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เด็กไทยหนีไม่พ้น พัทบอกว่า ถึงแม้เป็นข้อสอบในกลุ่มสาระภาษาไทยเหมือนกัน แต่ภาษาไทยใน O-NET กับภาษาไทยใน 9 วิชาสามัญก็มีความแตกต่างกันมาก นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เด็กต้องเร่งอ่าน เร่งติว สร้างความกดดันให้ตัวเอง ต้องอ่านให้ได้มากที่สุด ติวให้ได้มากที่สุด เพราะทุกคนกลัวว่าตัวเองจะผิดพลาดและตกหล่น

    ในความเป็นจริง การศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ ทว่าประเทศไทยยังคงยึดถือค่านิยมและความเชื่อที่ว่าใบปริญญาคือความหวังและความสำเร็จในชีวิต ส่งผลให้เด็กไทยถูกบีบให้เป็นนักวิ่ง แบกรับความคาดหวังของครอบครัว และความกดดันจากระบบ

    การออกมาเรียกร้องให้เลื่อนสอบครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาคือเด็กที่ไม่อดทน เพราะจากคำบอกเล่าและเรื่องราวที่ต้องเผชิญ เด็กในวันนี้อาจพบเจอแรงเสียดทานของสังคมมากกว่าเดิมก็เป็นได้

    การระบาดของโควิด-19 คือสถานการณ์ใหม่ที่โลกไม่เคยเผชิญ เช่นเดียวกับระบบการศึกษา ที่ต้องหยุดชะงักและต้องปรับเปลี่ยนวิธีแบบไม่ทันตั้งตัว แต่ใช่หรือไม่ว่า ทางออกที่ผู้ใหญ่เลือกนั้น จะกลายเป็นการผลักไสเด็กนักเรียนไปสู่ทางตัน

    และคำอธิบายถึงสาเหตุของการ ‘ไม่สามารถเลื่อนสอบได้’ ว่า เป็นกำหนดที่วางไว้ตั้งแต่ปี 2563 จะส่งผลกระทบต่อสนามสอบและกรรมการคุมสอบ จึงควรถูกตั้งคำถามต่อไปว่า ระบบการศึกษาไทย จัดวางที่ทางของเด็กนักเรียนไว้ตรงไหนกันแน่

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      การศึกษาTCASสอบเข้ามหาวิทยาลัยนักเรียน ม.6นักเรียนเลวเลื่อนสอบpremium contentspecial content

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม 2564 เวลา 10:35 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์