ไลฟ์สไตล์
100 year

แพทย์เตือน "ยาคุมกำเนิด" บดใส่แชมพู ไม่สามารถช่วยรักษา "โรคผมร่วง" ได้

ไทยรัฐออนไลน์28 ต.ค. 2563 13:05 น.
SHARE

สถาบันโรคผิวหนัง ไม่แนะนำให้ใช้ "ยาคุมกำเนิด" บดใส่แชมพูเอามาสระผม หรือทาหนังศีรษะ เพื่อหวังรักษาโรคผมร่วง ผมบาง และหวังเร่งผมให้ยาวเร็วขึ้น เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ว่าใช้ได้ผล

นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวเผยแพร่ใน Social ว่า ถ้าอยากเร่งให้ผมยาวหรือแก้ผมร่วง ให้เอายาคุมกำเนิดมาบดใส่แชมพูแล้วเอามาสระผมนั้น ขอเรียนว่า ยาคุมกำเนิดแบบเม็ดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ชนิดฮอร์โมนรวม ซึ่งประกอบด้วยฮอร์โมน 2 ชนิดคือ เอสโตรเจน (estrogen) และโปรเจสติน (progestin) ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีคุณสมบัติยับยั้งการตกไข่, ยับยั้งการสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจนและลดฮอร์โมนเพศชาย ที่ทำให้เกิดภาวะผมบางจากพันธุกรรม

ข่าวแนะนำ

ส่วนฮอร์โมนโปรเจสติน มีคุณสมบัติยับยั้งฮอร์โมนแอนโดรเจนที่ทำให้เกิดภาวะผมบางจากพันธุกรรมเช่นกัน ปกติยาคุมกำเนิดจะดูดซึมทางระบบอาหาร ไม่มีรายงานทางการแพทย์ว่าดูดซึมทางหนังศีรษะ การนำยาคุมกำเนิดไปใช้ผิดวิธีจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี

ทางด้าน แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า โรคผมบางจากพันธุกรรมเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ใช่จากปัจจัยฮอร์โมนแอนโดรเจนอย่างเดียว เช่น ปัจจัยทางพันธุกรรมรวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ด้วยเหตุนี้ การรักษาด้วยการใช้ยาทาหรือยารับประทานที่ต้านฮอร์โมนแอนโดรเจนอาจจะไม่ได้ผลในผู้หญิง สำหรับผู้ชายไม่ควรใช้ยาคุมกำเนิดในการรักษาเพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น มีเต้านมขนาดใหญ่ขึ้น พบว่าจากหลักฐานการศึกษาทางการแพทย์ มีการใช้ยาทาเอสโตรเจนในผู้ป่วยหญิงที่มีภาวะผมบางจากพันธุกรรม แต่ไม่ได้ทำให้ผมขึ้นมากขึ้น

นอกจากนี้ การใช้ยาคุมกำเนิดบดผสมในแชมพูอาจมีการดูดซึมที่หนังศีรษะได้ไม่ดีเท่ากับการทายา แต่กลับจะทำให้ปริมาณยาคุมกำเนิดลดลงพร้อมกับแชมพูสัมผัสหนังศีรษะในระยะเวลาจำกัดก่อนที่จะถูกล้างออก ดังนั้นการดูดซึมจึงน้อยกว่าการทายาหรือการรับประทานยา ประสิทธิภาพในการต้านฮอร์โมนแอนโดรเจนลดลง

อย่างไรก็ตาม การศึกษาทางการแพทย์ที่พบว่ายาต้านฮอร์โมนแอนโดรเจนชนิดอื่นนอกเหนือจากยาคุมกำเนิด อาจใช้ได้ผลในผู้ป่วยหญิงบางรายที่มีโรคผมบางทางพันธุกรรม ได้แก่ spironolactone, finasteride, dutasteride, flutamide แต่ยารับประทานเหล่านี้ยังไม่ได้รับการจัดให้อยู่ในมาตรฐานการรักษา และห้ามใช้ในหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีโอกาสจะตั้งครรภ์ เพราะจะเป็นอันตรายแก่ทารกในครรภ์ได้

ทั้งนี้ จากหลักฐานการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างผู้ที่รับประทานยา spironolactone อย่างเดียวหรือรับประทานยา spironolactone ร่วมกับยาคุมกำเนิด ผลการศึกษาไม่พบว่าการรับประทานยาคุมกำเนิดช่วยให้ผมขึ้นมากขึ้น สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง แนะนำปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อได้รับการรักษาที่ถูกต้อง จะดีกว่าการทำตามความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ผมร่วงผมบางโรคผมร่วงยาคุมกำเนิดยาคุมกรมการแพทย์สถาบันโรคผิวหนังสุขภาพ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 2 ธันวาคม 2563 เวลา 10:40 น.