ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    7 สัญญาณเตือน "มะเร็งเต้านม" ระยะแรกมักไม่แสดงอาการ ผู้ชายก็ป่วยได้

    ไทยรัฐออนไลน์18 ต.ค. 2563 10:30 น.
    SHARE
    • ปัจจัยเสี่ยงสำคัญเกิด "มะเร็งเต้านม"
    • เปิด 7 สัญญาณเตือนโรคมะเร็งเต้านม
    • "มะเร็งเต้านม" มีโอกาสรักษาหายขาด หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มแรก

    ในเดือนตุลาคมของทุกๆ ปี เป็นช่วงเวลาที่ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย มีการรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักถึงภัยของ "มะเร็งเต้านม" ซึ่งถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของทุกประเทศทั่วโลก จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก พบว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ทั่วโลกประมาณ 2.1 ล้านคน เสียชีวิตราว 630,000 คน

    โดยแต่ละปีจะพบผู้หญิงไทยป่วยด้วย "มะเร็งเต้านม" รายใหม่ราว 14,800 คน หรือคิดเป็น 41 คนต่อวัน และมีผู้เสียชีวิตถึง 12 คนต่อวัน ซึ่งแนวโน้มอัตราการเกิดโรคและอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับสาเหตุของ มะเร็งเต้านม เกิดจากเนื้อเยื่อที่มีความผิดปกติส่วนใดส่วนหนึ่งภายในเต้านม แล้วเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์มะเร็ง อาจลุกลามไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียง และแพร่กระจายไปยังเซลล์อื่นของร่างกายได้

    มะเร็งเต้านม สามารถพบทั้งในเพศหญิงและเพศชาย แต่พบในเพศชายในอัตราที่น้อยมาก ผู้หญิงที่มีอายุมากขึ้นจะมีความเสี่ยงมะเร็งเต้านมมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป หรือกลุ่มที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม, มะเร็งรังไข่ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการ และมักมาพบแพทย์ด้วยการคลำพบก้อนเนื้อในเต้านมหรือบริเวณรักแร้ อาการอื่นๆ อาจสังเกตได้จากขนาดหรือรูปร่างของเต้านมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เกิดแผลและอาจมีน้ำเหลืองหรือของเหลวสีคล้ายเลือดไหลออกมา หรือเป็นผื่นบริเวณหัวนม

    ปัจจัยเสี่ยงสำคัญเกิด "มะเร็งเต้านม"

    • อายุมากขึ้น
    • ภาวะอ้วน น้ำหนักเกิน
    • มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม, มะเร็งรังไข่ หรือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
    • ใช้ฮอร์โมนเพศ หรือยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน
    • มีประจำเดือนครั้งแรก ก่อนอายุ 12 ปี หรือหมดประจำเดือนครั้งแรกหลังอายุ 55 ปี
    • มีบุตรคนแรกหลังอายุ 30 ปี หรือไม่เคยมีบุตร
    • ไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่
    • ดื่มแอลกอฮอล์
    • ขาดการออกกำลังกาย

    สำหรับระยะเริ่มต้นของมะเร็งเต้านม จะไม่มีอาการเจ็บ ส่วนใหญ่ถ้าเจ็บแสดงว่าก้อนมะเร็งโตมากแล้ว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องตรวจอย่างสม่ำเสมอ และควรตรวจเอกซเรย์เต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรม+อัลตราซาวนด์ ทุกๆ 1-2 ปี ผู้ที่มีประวัติเป็นมะเร็งเต้านมและคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจค้นหาความผิดปกติอย่างสม่ำเสมอ

    7 สัญญาณเตือน "มะเร็งเต้านม"

    1. มีก้อนที่เต้านม หรือรักแร้

    2. รูปร่างหรือขนาดของเต้านมที่เปลี่ยนแปลงไป

    3. มีน้ำผิดปกติไหลออกมาจากหัวนม

    4. หัวนมบอด หรือมีแผลเรื้อรังที่หัวนม

    5. มีรอยบุ๋ม รอยย่น ผื่นคัน บริเวณลานหัวนม

    6. มีอาการเจ็บผิดปกติที่เต้านม หรือรักแร้

    7. ผิวหนังของเต้านมมีรอยบุ๋ม รอยย่น ผิวหนังบวมหนาคล้ายผิวเปลือกส้ม

    ส่วนการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ใช้หลักการคลำและสังเกต ควรทำเป็นประจำ เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย เพราะถ้ามีการเปลี่ยนแปลงหรือมีสิ่งผิดปกติ จะช่วยให้สังเกตและรู้สึกได้ง่าย ร้อยละ 80 ของเนื้องอกที่เต้านม ผู้หญิงถูกตรวจพบครั้งแรกด้วยตัวเอง โดยใช้เทคนิค Triple Touchs 3 ท่า 3 แบบ 3 นิ้ว 3 ระดับ (ทุกท่าจะต้องบิดลำตัวไปทั้งทางซ้ายและขวา เพื่อสังเกตรูปร่างลักษณะและความผิดปกติของผิวหนังและเต้านม) ดังนี้

    ท่ายืนหน้ากระจก

    • ปล่อยแขนข้างลำตัวตามสบาย แล้วสังเกตหาความผิดปกติของเต้านม เปรียบเทียบเต้านมทั้งสองด้าน ประสานมือทั้งสองข้างเหนือศีรษะ แล้วสังเกตความผิดปกติ โค้งตัวลงให้เต้านมห้อยแล้วสังเกตดูความผิดปกติ

    ท่าขณะอาบน้ำ

    • วางมือบนศีรษะแล้วใช้มืออีกข้างคลำเพื่อหาความผิดปกติ
    • สำหรับผู้หญิงที่มีเต้านมขนาดเล็ก ให้วางมือข้างเดียวกับเต้านมที่ต้องการตรวจบนศีรษะ แล้วใช้มืออีกข้างคลำในทิศทางเดียวกับที่ทำในท่านอน
    • สำหรับผู้หญิงที่มีเต้านมขนาดใหญ่ ให้ใช้มือข้างหนึ่งประคอง และตรวจคลำเต้านมจากด้านล่าง ส่วนมืออีกข้างให้ตรวจคลำจากด้านบน

    ท่านอนราบ

    • นอนในท่าสบาย แล้วสอดหมอนหรือม้วนผ้าใต้ไหล่ขวา (ถ้าต้องการตรวจเต้านมด้านขวา)
    • ยกแขนขวาเหนือศีรษะ เพื่อให้เต้านมด้านนั้นแผ่ราบ ซึ่งจะทำให้คลำก้อนเนื้อได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะส่วนบนด้านนอกซึ่งมีเนื้อนมหนามากที่สุด และเป็นตำแหน่งที่เกิดมะเร็งบ่อยที่สุด
    • ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง (ของมือซ้าย) คลำทั่วทั้งเต้านมและรักแร้ ที่สำคัญคือห้ามบีบเนื้อเต้านม เพราะจะทำให้รู้สึกเหมือนเจอก้อนเนื้อซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่
    • ถ้าต้องการตรวจเต้านมด้านซ้าย ให้สอดหมอน หรือม้วนผ้าใต้ไหล่ซ้าย ยกแขนซ้ายหรือศีรษะ ใช้มือขวาตรวจตามขั้นตอนเดียวกัน

    สำหรับวิธีคลำเต้านมมี 3 แบบ ดังนี้

    • คลำแบบก้นหอย เริ่มคลำจากส่วนบนแล้ววนเป็นก้นหอยไปจนถึงส่วนฐานของเต้านม
    • คลำในแนวรูปลิ่ม เริ่มคลำจากส่วนบนของเต้านมจนถึงฐานแล้วคลำจากฐานขึ้นส่วนบนไปเรื่อยๆ จนทั่วเต้านม
    • คลำในแนวขึ้นลง จากใต้เต้านมถึงกระดูกไหปลาร้า แล้วคลำลงจากไหปลาร้าถึงใต้เต้านม สลับไปเรื่อยๆ จนทั่วเต้านม

    ขณะที่การรักษามะเร็งเต้านมมีหลายวิธี เช่น การผ่าตัด, การฉายรังสี, การรักษาด้วยเคมีบำบัด และฮอร์โมน หรือแพทย์อาจใช้หลายวิธีร่วมกันในการรักษา ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทีมแพทย์และระยะของโรค

    สำหรับการป้องกันมะเร็งเต้านม คือ การค้นพบให้เร็วที่สุด โดยควรตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างถูกวิธี เริ่มตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป ตรวจเดือนละ 1 ครั้ง หลังมีประจำเดือน 7 วัน ส่วนคนที่หมดประจำเดือนแล้วให้กำหนดวันใดวันหนึ่งของทุกเดือน เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ

    สุดท้าย แม้ว่ามะเร็งเต้านมจะเป็นโรคที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน แต่ก็เป็นมะเร็งที่มีโอกาสรักษาหายขาดหากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เราสามารถตรวจคัดกรองเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือน เข้ารับการตรวจจากแพทย์หรือพยาบาลเป็นครั้งคราว ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรเข้ารับการตรวจเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม เพื่อป้องกันการเกิดโรคได้อย่างทันท่วงที.

    ผู้เขียน : กนก โฆษกสุขภาพ

    ขอบคุณ : นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ

    กราฟิก : Jutaphun Sooksamphun

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    มะเร็งเต้านมspecial contentมะเร็งโรคมะเร็งเต้านมอาการมะเร็งเต้านมรักษา มะเร็งเต้านมสุขภาพ

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2563 เวลา 07:57 น.