ข่าว
100 year

ไม่คืบหน้า ไร้ความชัดเจน ตำรวจปล่อย "เป็กกี้" โกงขายแบรนด์เนมข้ามโลก

ไทยรัฐออนไลน์3 มิ.ย. 2562 15:25 น.
SHARE

ยืดเยื้อยาวนานมาจนกลางปี 2562 เรื่องราวของสาวไทย "ศิริลักษณ์ ศิริเจริญพร" หรือ เป็กกี้ โอซาก้า ที่ไปใช้ชีวิตในโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ประกอบกิจการขายกระเป๋าแบร์นดเนมมือ 2 ข้ามประเทศส่งมาเมืองไทย ท้ายที่สุดกลายเป็นกลโกงมีเหยื่อถูกหลอกหลายราย เจ้าทุกข์พากันไปแจ้งความตามพื้นที่ต่างๆ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปีปลายปี 2558 ปัจจุบันถูกออกหมายจับถึง 6 หมาย ประกอบด้วยคดีฉ้อโกงประชาชน และคดีหมิ่นประมาท 

เหยื่อผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า กองบังคับการกองปราบปราม เป็นหน่วยงานแรกที่รับทราบเรื่องดังกล่าว แต่ตำรวจไม่ได้รับทำคดีนี้ โดยให้เหตุผลว่า บางคดีเป็นคดีแพ่ง บางคดีเป็นคดีอาญา เมื่อนำมารวมกันทำให้คดีอ่อน และยอดเสียหายไม่ถึง 5 ล้านบาท ตามกฎเกณฑ์ของกองปราบที่จะรับทำคดี กองปราบจึงไม่รับทำคดีให้ และนำเรื่องของเป็กกี้ ส่งต่อไปพื้นที่รับผิดชอบตั้งแต่ปี 2558 

"คดีที่ผู้เสียหายไปแจ้งความมีทั้งหมด 18 คดี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจรับเรื่องและดำเนินการต่อเพียง 1-2 คดีเท่านั้น เมื่อผู้เสียหายไปร้องกับทางกองปราบปรามร้อยเวรต้นเรื่องก็ได้แจ้งว่า ส่งเรื่องลงท้องที่ทั้งหมดแล้ว แต่ไม่ทราบว่าตอนนี้เรื่องไปอยู่ที่ใดบ้าง ทางผู้เสียหายจึงมืดแปดด้าน ในขณะเดียวกันเป็กกี้ยังคงไลฟ์สดขายของต่อเนื่องตามปกติ และมีเหยื่อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทุกปี"

ต่อมาผู้เสียหายรวมตัวกันไปร้องเรียนต่อตำรวจ ปอท. หรือ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมไปถึงนำข้อมูลทั้งหมดไปร้องโดยตรงกับทางศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามคดี ซึ่งตำรวจก็ได้จัดชุดติดตามคดีให้ ล่าสุดโยนไปยังอีกหน่วยงานหนึ่ง บอกเพียงว่าส่งเรื่องไปแล้ว แต่เมื่อผู้เสียหายไปติดตามเรื่องก็ไม่คืบ ไม่มีการประสานนำตัวผู้ต้องหากลับ สร้างความไม่สบายใจให้กับกลุ่มผู้เสียหาย เนื่องจากเป็กกี้ยังคงสร้างกระแสและมีพฤติกรรมข่มขู่ผู้เสียหาย 

"ในห้วงเวลา 3 ปีกว่า กลุ่มผู้เสียหายดิ้นรนทุกทางเพื่อจะนำหลักฐานข้อมูลต่างๆ ส่งให้ตำรวจไทยทุกหน่วยงานที่กล่าวมา จนท้ายที่สุดตัดสินใจรวมตัวกันไปยังสถานทูตญี่ปุ่นในประเทศไทย เพื่อขอให้ทางสถานทูต ส่งตัวผู้ต้องหากลับมารับโทษดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่เรื่องราวก็ยังเงียบไม่มีความคืบหน้าใดๆ"

จากปี 2558 จนถึงวันนี้ คดีที่อยู่ระหว่างดำเนินการมีทั้งหมด 158 คดี และมีหมายจับออกมาแล้ว โดยประมาณ 10 หมายจับ ในคดีฉ้อโกงและฉ้อโกงประชาชนรวมถึงหมิ่นประมาท ตามพ.ร.บคอมพิวเตอร์ อีกด้วย ที่ผ่านมากลุ่มผู้เสียหายไม่เคยนิ่งนอนใจและพยายาม ขอความอนุเคราะห์ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเร่งดำเนินคดี เพื่อนำตัวผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดี และขณะเดียวกันได้มีจำนวนผู้เสียหายใหม่เพิ่มขึ้น แต่ได้รับคำตอบแบบเดิมคือ เรื่องอยู่ในขั้นตอนการทำงาน

"เป็นข่าวดังไปหลายรอบแล้ว ผู้เสียหายก็ไปร้องทุกข์ ในทุกช่องทางที่ร้องได้ บางรายถึงขนาดบินไปถึงญี่ปุ่น แต่จนบัดนี้มีเพียงความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าตำรวจหน่วยงานใด จะลงมือทำทุกอย่างด้วยความจริงจัง มูลค่าเงินที่เสียก็ว่าหนักแล้ว ไหนจะประชาชนคนไทยที่ต้องตกเป็นเหยื่ออยู่เรื่อยๆ หากจับไม่ได้ หรือมีเหตุผลอะไรที่ไม่สามารถไปจับได้ ควรชี้แจงออกมาให้ชัดเจน และควรมีแนวทางป้องกันไม่ให้เป็กกี้หลอกไลฟ์ขายสดในเมืองไทยซ้ำๆ อีก มิเช่นนั้นมูลค่าความเสียหายจะเพิ่มขึ้น แต่ตำรวจไทยหลายหน่วยที่กล่าวมา ก็ยังปล่อยลอยนวลไม่สามารถทำอะไรได้"

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. ให้ข้อมูลกับเราว่า เรื่องดังกล่าวตำรวจกองปราบปรามได้ทำตามขึ้นตอนกระบวนการไปหมดแล้ว เรื่องทั้งหมดอยู่ที่การดำเนินงานของประเทศญี่ปุ่น ว่าจะให้ความร่วมมือในการส่งตัวกลับมาอย่างไร จึงถือเป็นเรื่องนอกเหนืออำนาจของตำรวจไทย 

ในขณะที่ พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก. สน.ลุมพินี ในฐานะชุดทำงานของ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ส่งข้อมูลสำนวนทั้งหมดให้ พ.ต.ท.อนิรุทธ์ พูลสวัสดิ์ สว.สส.สน.ดินแดง เป็นผู้รับผิดชอบ ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปแต่ยัง พ.ต.ท.อนิรุทธ์ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ล่าสุดได้รับข้อมูลจากผู้เสียหายเพียงว่า พ.ต.ท.อนิรุทธ์  ได้ส่งสำนวนไปยังหน้าห้องผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 เรียบร้อยแล้ว จึงไม่รู้ว่าขณะนี้เรื่องดำเนินการไปอย่างไร

ต่อมาทางผู้สื่อข่าวได้โทรไปยังเจ้าหน้าสถานทูตญี่ปุ่น ที่ออกมารับจดหมายร้องเรียนจากกลุ่มผู้เสียหาย ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อได้ จึงโทรไปเบอร์ต่อตรงของทางสถานทูต มีเจ้าหน้าที่รับสายพร้อมอธิบายให้เราฟังว่า 

"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสถานทูตญี่ปุ่นแต่อย่างใด สถานทูตญี่ปุ่นเพียงแต่ทำหน้าที่ดูแลคนญี่ปุ่นในประเทศไทยเท่านั้น ส่วนคนไทยที่ได้รับความเสียหายต้องประสานไปทาง "สถานทูตไทยในญี่ปุ่นเท่านั้น" เพราะสถานทูตไทยก็เปรียบเสมือนกิ่งอำเภอหนึ่งที่ช่วยเหลือคนไทยในประเทศญี่ปุ่น โดยจะส่งอีเมล หรือโทรไปก็ได้ ทางสถานทูตไทยในญี่ปุ่นจะต้องเป็นคนประสานงานช่วยเหลือเอง" 

อย่างไรก็ตาม ภายในเวลาทำการของประเทศญี่ปุ่น ทางทีมข่าวเจาะประเด็น ไทยรัฐออนไลน์ จะได้ประสานไปยังสถานทูตไทยในประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง เพื่อยุติขอสรุปที่ชัดเจนให้กับกลุ่มผู้เสียหายว่า ควรจะทำอย่างไรต่อไป เพื่อไม่ให้ยืดเยื้อบานปลายออกไปถึงปี 2563 เพราะขณะนี้มีผู้เสียหาย 1,000 กว่าราย มูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เป็กกี้ โอซาก้าหลอกขายกระเป๋ากองปราบศปอส.ตร.ข่าวร้อน

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้