ทอท. เดินหน้าต่อประมูลสัมปทาน “ดิวตี้ฟรี” 4 สนามบิน หลังบอร์ด PPPs พิจารณาแล้วว่า ไม่เข้าข่ายต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ พ.ศ. 2562 ทุนใหญ่ ตบเท้าเข้าซื้อซอง หวังเค้กก้อนโตแสนล้าน

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เดินหน้าเปิดประมูลสัมปทานร้านค้าปลอดอากร หรือ ดิวตี้ฟรี สนามบินสุวรรณภูมิ และ 3 สนามบินภูมิภาค หลังบอร์ด PPPs มีมติตามที่อนุกรรมการด้านกฎหมายธุรกิจดิวตี้ฟรีไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมลงทุนระหว่างรัฐ และเอกชน พ.ศ. 2562 เนื่องจากไม่ใช่กิจการจำเป็นที่ขาดไม่ได้

โดยเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2562 นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการ PPPs เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการ PPPs ครั้งที่ 2/2562 โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

มีมติพิจารณารับทราบการพิจารณาของคณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย และเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการ PPPs เรื่องกิจการเกี่ยวเนื่องที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการดำเนินการเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะตามมาตรา 7(3) ท่าอากาศยาน การขนส่งทางอากาศ แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 เพื่อพิจารณาให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบต่อไป

ทั้งนี้ กิจการเกี่ยวเนื่องที่จำเป็นสำหรับกิจการท่าอากาศยาน จำนวน 12 กิจการ และกิจการขนส่งทางอากาศ จำนวน 1 กิจการ ซึ่งกิจการ “ดิวตี้ฟรี” ไม่มีใน 12 กิจการที่เกี่ยวเนื่องกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะของท่าอากาศยาน ดังนั้น กิจการดิวตี้ฟรีจึงไม่ถือเป็นกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ไม่ต้องเข้าเงื่อนไขต้องปฏิบัติตามกฎหมายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562

ด้าน บอร์ด ทอท. ที่ก่อนหน้านี้ มีมติไฟเขียวให้มีการแยกสัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรีออกเป็น 2 สัญญา คือ สัญญาแรก ดิวตี้ฟรี สนามบินสุวรรณภูมิ และสัญญาที่ 2 ดิวตี้ฟรี สนามบินภูมิภาค (ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่) หลังเจอกระแสต้านเอื้อทุนใหญ่รายเดียวเหตุเปิดประมูลสัมปทานดิวตี้ฟรีควบรวม 4 สนามบิน แต่ยังคงเป็นรูปแบบผู้ประกอบการรายเดียว (Master Concessionaire)

และไม่แยกประมูลตามหมวดสินค้า (Category consessions) ตามข้อเสนอจากสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ที่ต้องการให้สัมปทานแบบหมวดหมู่สินค้า เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม และเพิ่มความหลากหลายของสินค้า ซึ่งมองว่า หากทำลักษณะนี้จะช่วยนำเงินเข้าประเทศได้มากขึ้นถึง 5 หมื่นล้านบาทต่อปี หรือ 5 แสนล้านบาท ตลอดระยะเวลาสัมปทาน

การประมูลสัมปทานดิวตี้ฟรี สนามบินสุวรรณภูมิ รอบนี้จะรวมพื้นที่ภายในอาคารเทียบเครื่องบินรอง หลังที่ 1 ที่กำลังก่อสร้างและมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2563 เข้ามาด้วย รวมพื้นที่ 12,021 ตารางเมตร และดิวตี้ฟรี 3 สนามบินภูมิภาค (ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่) รวมพื้นที่ 2,000 ตารางเมตร สำหรับการประมูลสัมปทานพื้นที่เชิงพาณิชย์ หรือ รีเทล รวมพื้นที่ 2.4 หมื่นตารางเมตร ซึ่งคาดว่าการแข่งขันจะดุเดือดไม่แพ้กัน

ทุนใหญ่เจ้าเดิม-หน้าใหม่ ตบเท้าซื้อซอง

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เปิดเผยรายชื่อผู้ซื้อซองประมูลพื้นที่ดิวตี้ฟรีและเชิงพาณิชย์ หลังปิดขายซองการประมูลวันที่ 18 เมษายน 2562 โดยการประมูลดิวตี้ฟรี มี 5 รายได้แก่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด, บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด, บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และโรงแรมรอยัลคิด เชอร์ราตัน (ประเทศไทย)

ส่วนพื้นที่เชิงพาณิชย์ มี 4 ราย ได้แก่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด, บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และบริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด

จากนี้ผู้ที่จะยื่นซองจะต้องบอกรายชื่อ Joint Venture ที่จะร่วมประมูลกับ ทอท. ก่อนกำหนดวันยื่นซอง วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 ไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ หรือ วันที่ 8 พฤษภาคม 2562

ผ่าเค้กส่องยอดขาย “ดิวตี้ฟรี” 4 สนามบิน

หากจะให้แบ่งย่อย "สัญญาการประมูลดิวตี้ฟรี" เป็นหลายชิ้นตามที่สมาคมผู้ค้าปลีกเสนอ คงดำเนินการได้ยาก เนื่องจาก ทอท. กังวลว่า ยอดขายดิวตี้ฟรีแต่ละสนามบินมีไม่เท่ากันนั้น จะทำให้บางสนามบินเกิดปัญหาและไปไม่รอด อย่าง สนามบินหาดใหญ่ ที่มียอดขายเพียง 0.04% เฉลี่ยตกวันละประมาณ 2 หมื่นบาทเท่านั้น ขณะที่ สนามบินเชียงใหม่ มียอดขายอยู่ที่ 4-5% สนามบินภูเก็ต 13-14% รายได้เฉลี่ยประมาณวันละ 10 ล้านบาท ส่วนสนามบินสุวรรณภูมิ มียอดขายสูงถึง 82%

หากเทียบสัดส่วนเที่ยวบินพาณิชย์ และการรองรับผู้โดยสารระหว่างสนามบินสุวรรณภูมิ กับ 3 สนามบินภูมิภาค ก็อยู่ที่ 62 : 38 และ 65 : 35 ตามลำดับ โดยปี 2561 สนามบินสุวรรณภูมิ มีเที่ยวบินพาณิชย์ 364,047 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.29 รองรับผู้โดยสารรวม 62,814,644 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.32 , สนามบินภูเก็ต มีเที่ยวบินพาณิชย์ 116,487 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.10 รองรับผู้โดยสารรวม 18,260,833 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.51 , สนามบินเชียงใหม่ มีเที่ยวบินพาณิชย์ 75,593 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.93 รองรับผู้โดยสารรวม 10,808,866 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.38 และสนามบินหาดใหญ่ มีเที่ยวบินพาณิชย์ 29,184 เที่ยวบิน ลดลงร้อยละ 4.23 รองรับผู้โดยสาร 4,265,718 คน ลดลงร้อยละ 1.87

รวม 3 สนามบินภูมิภาค มีเที่ยวบินพาณิชย์ 221,264 เที่ยวบิน รองรับผู้โดยสาร 33,335,417 คน

จากผลการศึกษาของ “ไพร์มสตรีท” หรือ บริษัท ไพร์มสตรีท ประเทศไทย จำกัด ซึ่ง ทอท. ว่าจ้างเป็นให้เป็นที่ปรึกษาทีโออาร์ดิวตี้ฟรี 4 สนามบิน และรีเทลสุวรรณภูมิ แบบประมูลสัญญาเดียว ทั้ง 2 สัญญา มีมูลค่ารวม 4,600 ล้านบาท แบ่งเป็น ดิวตี้ฟรี 2,800 ล้านบาท และรีเทล 1,800 ล้านบาท

ขณะที่ ทีโออาร์การประมูลสัมปทานดิวตี้ฟรี ก็เกิดข้อกังวลจากหลายฝ่ายเช่นกัน อาทิ เกณฑ์พิจารณา ที่แบ่งเป็น ด้านเทคนิค 80% และด้านผลประโยชน์ตอบแทนประเทศ 20% โดยมีระยะเวลาสัมปทาน 10 ปี ตั้งแต่ 28 กันยายน 2563 - 31 มีนาคม 2574 (คิงเพาเวอร์หมดสัญญาสัมปทาน วันที่ 27 กันยายน 2563 ประมูลสัมปทานเมื่อปี 2549 ระยะเวลาสัมปทาน 10 ปี แต่ต่ออายุให้เพิ่มอีก 4 ปี จากเหตุการณ์ปิดสนามบิน) ซึ่งทางสมาคมผู้ค้าปลีกมองว่า ทีโออาร์ดิวตี้ฟรี 80:20 ไม่บาลานซ์ ควรจะมีความสมดุล โดยใช้เกณฑ์ด้านเทคนิค 50% และด้านผลประโยชน์ตอบแทนประเทศ 50%

เกณฑ์ให้คะแนนผู้ได้รับสัมปทานดิวตี้ฟรี

- คุณสมบัติและประสบการณ์ 15 คะแนน
- แผนธุรกิจ 40 คะแนน
- แผนดำเนินงานและแผนการเงิน 25 คะแนน
- MAG 20 คะแนน

รวม 100 คะแนน

ซึ่งผลประโยชน์ตอบแทน แบ่งเป็น รายเดือน 20% ของยอดขาย หรือ ประกันรายได้รายปีขั้นต่ำที่สุด ที่จะต้องบวกเพิ่มเปอร์เซ็นต์การขยายตัวของจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศ ทาง ทอท. จะเลือกอันที่ได้สูงกว่า

ปัจจุบัน บริษัท คิงเพาเวอร์ฯ ผู้ได้รับสัมปทานดิวตี้ฟรี จ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้ ทอท. อยู่ที่ 20% โดยมีการแบ่งผลประโยชน์ (อ้างอิงจากสัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรี ปี 2549) ดังนี้

- 1-5 ปีแรก 15%
- ปีที่ 6 16%
- ปีที่ 7 17%
- ปีที่ 8 18%
- ปีที่ 9 19%
- ปีที่ 10 20%

เฉลี่ยอยู่ที่ 15% ส่วนรีเทลขั้นต่ำ 15%


ในปี 2560 รายงานงบบัญชีคิงเพาเวอร์แจ้งต่อกระทรวงพาณิชย์ มีรายได้จากดิวตี้ฟรี 113,247 ล้านบาท กำไรสุทธิ 7,954 ล้านบาท (ในสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง หาดใหญ่ ภูเก็ต เชียงใหม่ รายได้รวม 35,633 ล้านบาท กำไร 1,838 ล้านบาท)

ไทม์ไลน์การเปิดประมูลสัมปทาน “ดิวตี้ฟรี”

28 มี.ค. 2562 - บอร์ด ทอท. ไฟเขียวแยกสัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรีสนามบินออกเป็น 2 สัญญา คือ สุวรรณภูมิ และ 3 สนามบินภูมิภาค

1-18 เม.ย. 2562 - ทอท. เปิดขายซองดิวตี้ฟรี สนามบินสุวรรณภูมิ และพื้นที่เชิงพาณิชย์

5-25 เม.ย. 2562 - เปิดขายซองประกวดราคา 3 สนามบินภูมิภาค

18 เม.ย. 2562 - ทอท. เปิดรายชื่อเอกชนที่ซื้อซองประกวดราคาดิวตี้ฟรี สุวรรณภูมิ

18 เม.ย. 2562 - บอร์ด PPPs ไฟเขียว ดิวตี้ฟรีไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ

22 เม.ย. 2562 - ทอท. กำหนดรับฟังคำชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม

22 พ.ค. 2562 - เปิดให้เอกชนมายื่นซองประมูลดิวตี้ฟรี สนามบินสุวรรณภูมิ

27 พ.ค. 2562 - เปิดซองด้านเทคนิค

28 พ.ค. 2562 - เปิดซองด้านผลตอบแทน

31 พ.ค. 2562 - เปิดซองเสนอค่าตอบแทนและประกาศผลคะแนนสูงสุด สุวรรณภูมิ

10 มิ.ย. 2562 - เปิดซองเสนอค่าตอบแทนและประกาศผลคะแนนสูงสุด

3 มิ.ย. 2562 - เปิดให้เอกชนยื่นประมูล 3 สนามบินภูมิภาค

เมื่อเทียบกับการเปิดสัมปทานดิวตี้ฟรีในต่างประเทศ พบว่า ส่วนใหญ่แล้วจะเปิดให้มีผู้ได้รับสัมปทานหลายราย อาทิ สนามบินอินชอน เกาหลีใต้ แบ่งเป็น เทอร์มินอล 1 จำนวน 6 ราย เทอร์มินอล 2 จำนวน 6 ราย, สนามบินชางงี สิงคโปร์ จำนวน 3+ ราย, สนามบินฮ่องกง ฮ่องกง จำนวน 4+ ราย, สนามบินนาริตะ ญี่ปุ่น จำนวน 4 ราย เป็นต้น ระยะเวลาสัมปทานเฉลี่ยประมาณ 5-7 ปี ต่างจากไทยที่มีระยะเวลายาวถึง 10 ปี

นส่วนของค่าธรรมเนียมสัมปทานดิวตี้ฟรีของไทยถูกกว่าประเทศอื่นครึ่งหนึ่ง เฉลี่ยอยู่ที่ 15% ขณะที่ในต่างประเทศเก็บ 30-40% หรือแม้แต่ยอดขายที่สินค้าดิวตี้ฟรี ที่ไทยก็มียอดขายน้อยกว่าบางประเทศ หากเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไทยมีมากกว่าเกือบ 1-3 เท่า อาทิ เกาหลีใต้ที่มียอดขายอยู่ที่ 10.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไทยอยู่ที่ 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

หากไม่มีอะไรสะดุด คาดว่าไม่เกินเดือนมิถุนายน คงจะได้เห็นหน้าค่าตาของเอกชนผู้ได้รับสัมปทานดิวตี้ฟรี สุวรรณภูมิ ว่าจะเป็น “เจ้าใหญ่หน้าเดิม” หรือ “เจ้าใหญ่หน้าใหม่” ที่แต่ละรายทุ่มเต็มที่หวังคว้าเค้กแสนล้านก้อนนี้ ...

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน