"วิษณุ" มอง 24 มี.ค.เลือกตั้งเหมาะสุด คาด พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ประกาศได้สัปดาห์หน้า ซัด "สมชัย" อย่าตีตนไปก่อนไข้ ยังไม่ได้เลือกอย่าคิดเลือกตั้ง เสี่ยงโมฆะแล้ว ย้ำใครก็กดดันขีดเส้นตาย รบ.ไม่ได้ เตือน "พุทธิพงษ์" ระวังเช่นเดียวรัฐมนตรี "พลังประชารัฐ"
เมื่อนที่ 17 ม.ค.62 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข่าวที่ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาจกำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.นี้ ว่า ถ้า กกต.เชื่อว่าสามารถทำได้ก็เป็นหน้าที่ของเขา รัฐบาลหรือใครๆไม่สามารถไปเกี่ยวข้องได้ เพียงแต่พูดคุยกันให้ทราบว่า จะประกาศผลเลือกตั้งวันใดนั้นมีความหมายมาก เพราะถือเป็นการนับหนึ่งที่จะกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินเปิดประชุมรัฐสภา ภายใน 15 วันหลังวันประกาศผลเลือกตั้ง ดังนั้นที่เกรงกันก็คือเรื่องการประกาศผลการเลือกตั้งไปก่อนแล้วนับ 15 วัน จะไปอยู่ในช่วงพระราชพิธี ถ้ายึดวันที่ 9 พ.ค.เป็นหลัก และให้วันเลือกตั้งเป็นวันที่ 24 มี.ค.ก็จะห่างกัน 45-47 วัน ซึ่งถ้า กกต.คิดว่าประกาศผลได้ ก็จะไม่ติดช่วงจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทั้งหมดอยู่ที่การบริหารจัดการของ กกต.ทั้งนี้รัฐบาลเป็นห่วงอยู่เพียงเรื่องที่จะไปทับซ้อนกับพระราชพิธีเท่านั้น แต่ถ้าเป็นไปอย่างที่ได้พูดคุยกันข้างต้นก็ไม่มีปัญหา
"ส่วนที่กลัวกันว่าจะมีปัญหาหรือไม่ หากประกาศผลเลือกตั้งไปก่อนแล้วมาสอยทีหลัง ถ้าหากมีกรณีที่เป็นปัญหามากๆ อยู่หลายรายก็อาจจะเกิดปัญหาจริงในการจัดตั้งรัฐบาล แล้วใครก็ตามที่เป็นรัฐบาลตั้งขึ้นมาโดยอาศัยพรรคการเมืองเหล่านั้น อาศัยเสียงเหล่านี้สนับสนุนอยู่ แต่พอถึงเวลาโหวตก็โหวตกันได้ แต่พอถึงเวลาอยู่ไปแล้วถูกสอยออกรัฐบาลก็กลายเป็นเสียงข้างน้อย อย่างนั้นอาจเป็นปัญหาจริง" นายวิษณุ กล่าว
...
นายวิษณุ กล่าวว่า ตนและนักกฎหมายทั้งหลาย หรือแม้แต่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เองเคยชี้แจงในสภาว่า ในการประกาศผลการเลือกตั้งช่วง 60 วัน เป็นคนละเรื่องกับ 150 วัน แต่ถ้ากกต.คิดว่า เพลย์เซฟรักษาตัวเอง แล้วเอามาเป็นเรื่องเดียวกันก็แล้วไปไม่มีปัญหาเพียงแต่ขอให้บริหารจัดการให้ได้เท่านั้น
เมื่อถามว่า คิดว่าระยะเวลา 45-47 วัน ในการรณรงค์หาเสียงเพียงพอหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมาเป็นเวลาที่พอดี แต่บังเอิญว่าคราวนี้พิเศษ เนื่องจากจะเป็นบัตรเลือกตั้งใบเดียว เลือก 2 ชนิด และการนับคะแนนจะต้องมีวิธีการคิดเพื่อให้เกิดเป็นคะแนนแบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) อาจมีปัญหาล่าช้า แต่ถ้าหากกกต.เชื่อว่าสามารถบริหารจัดการได้ก็ไม่เกิดปัญหาอะไร และสมมติว่าถ้าถึงวันที่ 9 พ.ค. แล้วยังไม่เสร็จ ยังต้องนับคะแนนต่อ ยังไม่สามารถประกาศผลได้นั้น ตนก็เห็นว่า ไม่มีข้อขัดแย้งอะไร หากตอนนั้นสงสัยคิดว่าไม่ทันแล้วจะเกินเวลา จะไปถามศาลรัฐธรรมนูญก็ได้
อย่างไรก็ตาม นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ช่วยค้นและได้มาอธิบายกับตน แต่ตนก็บอกว่า อย่ามาอธิบายกับตนเลยให้ไปอธิบายกับสื่อก็แล้วกัน เพราะถ้อยคำที่ใช้ในรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ก็เขียนแบบเดียวกันว่า ต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายในเท่าไร เมื่อจัดการเลือกตั้งแล้วเสร็จ การประกาศผลก็นับจากนั้น แต่รัฐธรรมนูญที่ผ่านมาไม่ได้ใช้คำว่า ประกาศผล แต่ใช้คำว่าต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 60 หรือ 90 วัน ซึ่งการจะเปิดสภาคือต้องประกาศผลนั่นเอง นับเป็นระยะเวลาคนละส่วนกันกับการจัดการเลือกตั้ง
"สำหรับผมเห็นว่า ถ้ายังไม่เสร็จก็ยังสามารถดำเนินการได้ แต่ถ้าจะมีคนเถียงหรือท้วงว่าไม่ได้จะต้องให้แล้วเสร็จ อย่างนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.ก็ท้วงอยู่คนเดียว ท้วงมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ก็ไม่เป็นไร ถ้าสงสัยในตอนนั้นแล้วกลัวว่าไม่เสร็จ ไม่ทัน ค่อยไปยื่นหารือศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ แต่ไม่ใช่เรื่องที่จะไปหารือในวันนี้ อย่าตีตนไปก่อนไข้ ไม่ทันเห็นน้ำแล้วเพิ่งตักกระบอก ไม่เห็นกระรอกก็จะโก่งหน้าไม้ เพราะเลือกก็ยังไม่เลือก แล้วไปคิดก่อนว่าจะไม่เสร็จ จะไม่ทัน แล้วจะเกินเวลา แล้วจะโมฆะ คิดอย่างนั้นจินตนาการมากไปแล้วละ" นายวิษณุ กล่าว
เมื่อถามว่า ส่วนตัวเห็นว่าวันที่ 24 มี.ค.62 เหมาะเป็นวันเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบแล้วแต่กกต.เห็นว่าเหมาะอย่างไร แต่สำหรับตนมองเห็นหลายจุดว่า วันที่ 3 มี.ค.และวันที่ 10 มี.ค.อาจจะกระชั้นไปเมื่อเทียบกับวันที่จะประกาศพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ซึ่งยังไม่รู้จริงว่าจะประกาศเมื่อไหร่ จึงอาจทำให้เหลือระยะเวลาหาเสียงสั้น ถ้าเป็นวันที่ 17 มี.ค.อาจจะมีปัญหากับเด็กที่สอบ TCAS จำนวนเป็นแสนคน และเป็นวันที่มีสิทธิเลือกตั้งทั้งนั้น ดังนั้นจึงเหลือวันที่ 24 มี.ค.ซึ่งน่าจะเหมาะที่สุด ส่วนพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง น่าจะประกาศใช้ได้ในสัปดาห์หน้าอย่างที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมบอกไว้
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรี ต้องการให้เกิดความสงบในช่วงเลือกตั้ง เพราะมีหลายกลุ่มออกมาเคลื่อนไหว นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะนี้ก็สงบอยู่แล้ว แน่นอนว่ารัฐบาลและคนไทยต้องการความสงบเรียบร้อยตลอดเวลา โดยเฉพาะในยามนี้ที่ต้องการความสงบเรียบร้อยมากขึ้นเป็น 2 เท่า เพราะเหตุสำคัญ 2 อย่าง คือ ช่วงเลือกตั้งกับช่วงพระราชพิธีสำคัญ ไม่ถือเป็นความยุ่งยาก เพราะสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ทำอยู่ทุกวันนี้ก็ถือเป็นความสงบแล้ว อย่าทำอะไรให้รุนแรงไปจากที่มีอยู่ในเวลานี้ก็ถือว่าเพียงพอ ทั้งนี้ กำลังเป็นที่จับตาดูของทั่วโลกอยู่เหมือนกันที่ต้องการเห็นประเทศไทยมีความสงบสุขเรียบร้อย
เมื่อถามว่า กลุ่มคนอยากเลือกตั้งนัดชุมนุมเคลื่อนไหว 19 ม.ค.เพื่อกดดัน และขีดเส้นให้รัฐบาลประกาศวันเลือกตั้งให้ชัดเจน นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ได้กดดัน และไม่สามารถกดดันได้ เว้นแต่เขาตั้งใจจะกดดันคนอื่น
เมื่อถามว่า ตามที่ระบุว่าวันที่ 24 มี.ค.62 มีความเหมาะสมจัดการเลือกตั้ง สามารถประกาศในนามรัฐบาลได้เลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ที่ตนตอบเพราะสื่อถามนำว่าเหมาะสมหรือไม่ ตนมี 3 ทางในการเลือกตอบ คือ 1.ไม่เหมาะสม 2.เหมาะสม และ 3.เฉย ส่วนตัวจะตอบไม่เหมาะสมก็เท็จ นิ่งเฉยเสียอาจจะดีที่สุด แต่เมื่อเผลอตอบไปแล้ว ก็ตอบว่าเป็นไปได้ ตนไม่ได้บอกว่าเหมาะสมเลย หรือบอกวันที่ 3 มี.ค.ไม่เหมาะสมเอาเลย หรือวันที่ 10 มี.ค.62 มีความเป็นไปได้ เมื่อยังไม่รู้ว่า พ.ร.ฎ.เลิอกตั้งจะมีวันไหน ซึ่งจะเหลือเวลาหาเสียงน้อยไป บางพรรคอาจไม่บ่น บางพรรคบอกเลือกเร็วๆดีแล้ว ทุกวันนี้จ่ายเงินทุกวัน ยิ่งเหลือเวลาหาเสียงหลายวันยิ่งจ่ายมากขึ้น มีบางพรรคมาบอกตนอย่างนั้น ก็เรื่องของคุณ แต่ถึงอย่างไร ต้องคำนึงถึงระยะเวลาหาเสียงที่เพียงพอ เมื่อจะขยับวันเลือกตั้ง วันหาเสียงก็ไม่ควรน้อยกว่ากำหนดเดิมคือ 52 วัน จึงจะเป็นธรรม
...
เมื่อถามว่า กรณี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ ยังสามารถออกรายการเดินหน้าประเทศไทย : มติคณะรัฐมนตรี ฉบับประชาชน ทุกวันอังคาร ได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยังสามารถทำได้ ที่แล้วมาโฆษกรัฐบาลที่ลงสมัครรับเลือกตั้งแบบเขตและปาร์ตี้ลิสต์ มีมาทุกยุคสมัย แต่ต้องระมัดระวังเหมือนกับรัฐมนตรี คือ เรื่องเวลาราชการกับเนื้อหาที่แถลงในเวลาราชการแถลงเรื่องพรรคไม่ได้
เมื่อถามว่า หากโฆษกรัฐบาลเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แล้ว พูดถึงนโยบายรัฐบาล แต่เผลอหลุดพูดอะไรที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง เช่น พลังประชารัฐจะมีความผิดหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า "อย่าไปหลุดพูดเลย ต้องระมัดระวังมากขึ้นในเรื่องเนื้อหา" เมื่อถามว่า แต่ถ้าเนื้อหาบางอย่างที่แถลงมีความก้ำกึ่ง นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้ามีความก้ำกึ่งยังถือว่าเป็นงานของรัฐบาลอยู่