king10
Thairath Logo
กีฬา

ตัดน้ำดอยผาหมี ยุทธศาสตร์สำคัญ พา13ชีวิตทีมหมูป่าออกจากถ้ำ

Share :
line-share-logo

เจอทีมหมูป่า ทั้ง 13 ชีวิต และทุกคนยังปลอดภัยดี ข่าวดีที่สุดในรอบปี สำหรับประชาชนชาวไทย แต่แน่นอน โจทย์สำคัญที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังขบคิด คือ ทำอย่างไรจึงจะสามารถนำ ทั้ง 13 ชีวิต ออกมาได้อย่างปลอดภัย เพื่อส่งกลับคืนสู่อ้อมอก ของผู้เป็นที่รัก  

การค้นหาหลายๆ ทางเลือกสำหรับเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนจะต้องหาทางระดมสมอง เพื่อให้ทั้ง 13 ชีวิตกลับมาอย่างปลอดภัย และนี่คือหนึ่งในความเห็นที่น่าสนใจ ที่ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอนำเสนอ

ผศ.ดร.สมบัติ อยู่เมือง หัวหน้าศูนย์วิจัยภูมิสารสนเทศเพื่อประเทศไทย ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิชาการที่ได้วิเคราะห์แผนที่ของ MR.MARTIN ELLIS นักสำรวจที่เคยเข้าไปภายในถ้ำหลวงมาแล้ว ร่วมกับข้อมูลด้านอื่นๆ ที่ได้จากการทำงานทุกๆ ส่วน

นำตัวเด็กกลับมาทางปากถ้ำ ปลอดภัยที่สุด เสี่ยงน้อยที่สุด 

โดย ผศ.ดร.สมบัติ ให้ความเห็นถึงความเป็นไปได้อื่นๆ ที่จะนำไปสู่การนำตัว 13 ชีวิตทีมหมูป่า ออกมาจากถ้ำหลวง จ.เชียงราย กับ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ว่า เบื้องต้น ในความเห็นส่วนตัว เห็นด้วยกับแนวทางที่ศูนย์ฯ โดย นายณรงศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้แถลงไปแล้ว นั่นก็คือ การนำตัวเด็กออกมาทางปากถ้ำ

นั่นเป็นเพราะจนถึงขณะนี้ ในเมื่อสามารถค้นหาผู้สูญหายทั้ง 13 คนได้แล้ว และยังสามารถส่งกำลังบำรุงอย่างน้ำ อาหาร น้ำ หรือ แม้กระทั่งบุคคลที่จำเป็นได้เข้าไปอยู่ร่วมกับเด็กๆ ได้แล้ว จึงไม่จำเป็นที่จะต้องวิตก หรือ ต้องรีบร้อนทำอะไรที่เสี่ยงในการนำตัวเด็กออกมา จนกว่าเด็กๆ จะมีความพร้อมทั้งทางด้านร่างกาย และการเตรียมตัวกับทีมซีลในการดำน้ำกลับในกรณีที่น้ำไม่ลด หรือ การเดินย้อนและมุดกลับมาแบบเดิม ในสภาพที่น้ำไม่มีในถ้ำแล้ว 

สูบน้ำออกหมดถ้ำ หากทำได้ ทุกอย่างจบ 

ส่วนขั้นตอนในการนำตัวเด็กออกมานั้น เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ศูนย์ฯ ได้เน้นไปที่ความปลอดภัยเป็นหลัก ฉะนั้น หากสามารถทำให้น้ำในถ้ำลดลงได้ ทุกอย่างก็จะสะดวกที่สุด ไม่จำเป็นต้องไปมองหาวิธีการอื่นๆ เช่นการ ดึงตัวเด็กออกจากโพรงที่จะเจาะเข้าไป เพราะ 1.ไม่รู้จะสามารถเจาะทะลุได้เมื่อไหร่ 2.เจาะไปทะลุแล้ว มันจะทะลุไปอยู่ในที่ ที่เด็กๆ อยู่กันตอนนี้ หรือไม่ ซึ่งทางเทคนิคนั้นเป็นไปได้ยากมาก

“หากน้ำยังเต็มถ้ำทางออก แล้วเด็กอยู่ได้ในที่ปัจจุบันที่สูงกว่าระดับน้ำเป็นเมตร (จากภาพวิดิโอที่เห็น ที่คงเป็นจุดที่สูงที่น้ำมาในช่วงที่ติดอยู่ครั้งแรก ยังไม่ท่วมบริเวณนี้) มีอาหาร น้ำดื่ม มีทีมงานงานช่วยเหลืออยู่เป็นเพื่อน แบบนี้ไม่น่าห่วง รอไปสักหน่อยก็ไม่เป็นอะไร เพราะเงื่อนไขการพาออกด้วยวิธีการอื่นที่ยากและใช้เวลามากเช่นกันนั้น มันจะจำเป็น ก็ต่อเมื่อมีน้ำเริ่มไหลเข้าไปจนกระทั่งเด็กและทีมช่วยเหลือ อยู่ในพื้นที่ปัจจุบันไม่ได้

หากน้ำถูกสูบออกหมดถ้ำ เด็กๆ ก็แค่เดินลุยโคลน แล้วมุดออกมาจากจุดที่คับขันที่ต้องผ่านไปทีละคน เหมือนที่พวกเขามุดเข้าไป ซึ่งไม่มีอันตรายอะไร แต่หากออกมาตอนนี้ ตอนที่น้ำยังเต็มถ้ำ หากผ่านจุดที่อันตรายที่ซีลบอกไว้นั้น มันมีความเสี่ยงแน่นอน ซึ่งในขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องเสี่ยงจากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น

ตอนนี้ หากให้อยู่ต่ออีกสักหน่อย เพื่อรอให้สูบน้ำออกจากถ้ำให้หมด แล้วเด็กๆ สามารถเดินออกมาได้อย่างปลอดภัย คือแนวทางที่ดีที่สุด เพราะมันคือแนวทางที่ปลอดภัยมากที่สุด เพียงแต่อาจต้องใช้เวลาเท่านั้น” หัวหน้าศูนย์วิจัยภูมิสารสนเทศเพื่อประเทศไทย ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว 

ยุทธศาสตร์สำคัญ ต้องตัดน้ำดอยผาหมีให้สำเร็จครบ 100 เปอร์เซ็นต์ 

ส่วนคำถามที่ว่า แล้วจะสามารถสูบน้ำออกจากถ้ำได้หมดเมื่อไหร่ นั้น คงไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ แต่มีแนวโน้มลดลง ถ้าไม่มีฝนตกลงไปเติมที่น้ำจะมากับทางน้ำด้านนอกที่ไหลเข้าทำ ที่หน่วยที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการเบี่ยงทางน้ำดังกล่าวได้หลายจุดแล้ว ที่สามารถทำได้แน่นอนในระดับหนึ่งขณะนี้

สิ่งสำคัญตอนนี้ คือ ต้องตัดน้ำ หรือ เปลี่ยนเส้นทางน้ำ ข้างต้นในบริเวณทางน้ำที่ไหลผ่านหุบเขาตรงผาหมี ที่อยูทางทิศเหนือของถ้ำ ซึ่งเป็นจุดที่น้ำไหลเข้าไปในถ้ำในปริมาณที่มากจากการสำรวจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากเราทำได้สำเร็จ แล้วสูบน้ำออกมาจากตอนกลางถ้ำ เหมือนที่กำลังทำอยู่ในตอนนี้ ก็จะทำให้การลดระดับน้ำในถ้ำที่มีการสูบออกมาอย่างมากอยู่ด้วยแล้ว สำเร็จขึ้นได้โดยเร็ว

ส่วนที่ ในวันพรุ่งนี้ (5 ก.ค.61) ทางกรมอุตุนิยมวิยา รายงานว่า จะมีฝนตกลงมาเพิ่มในพื้นที่ จ.เชียงราย นั้น เรื่องนี้เป็นเงื่อนไขที่น่ากังวล เพราะมันอาจไปกระทบการพร่องน้ำในถ้ำดังกล่าวข้างต้น

ตามข้อมูลการสำรวจที่ผ่านมา หากไม่ใช่ฤดูฝน ในถ้ำหลวงจะมีลักษณะ น้ำขังแฉะๆ มีโคลน เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ไม่ถึงขั้นมีน้ำท่วมขังสูงเหมือนตอนนี้ ด้วยเหตุนี้ เด็กๆ ถึงสามารถเดินเข้าไปในลึกขนาดนั้น ตอนที่น้ำยังไม่มา ซึ่งตามปกติ เมื่อประมาณเข้าเดือนตุลาคม ในถ้ำก็จะไม่ค่อยมีน้ำแล้ว

การันตี เนินนมสาว ปลอดภัย น้ำไม่ท่วมสูงเกินกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน  

สำหรับจุดที่ 13 ชีวิตและหน่วยซีลอยู่ คือ จุดเนินนมสาว นั้น เท่าที่ได้เห็นจากในคลิป ส่วนตัวมองว่า ไม่น่าจะต้องวิตกกังวลอะไร เพราะหากสังเกตดีๆ จะเห็นได้ชัดว่า ปริมาณน้ำ หากจากเนินที่เด็กๆ นั่งอยู่เกือบ 1 เมตร และน้ำค่อนข้างนิ่ง นั่นก็น่าจะแปลว่า ในช่วง 10 กว่าวันที่ผ่านมา แม้ฝนจะตกลงมาอย่างหนัก จนกระทั่งทำให้น้ำเข้ามาเติมเต็มถ้ำหมดแล้ว ปริมาณน้ำก็ไม่ยังไม่สามารถสูงเกินกว่าจุดที่เด็กอาศัยอยู่

“คิดง่ายๆ หากน้ำมันสูงเกินกว่านี้ได้อีก เด็กๆ ก็คงต้องเดินหน้าเข้าไปลึกกว่านี้ เพื่อหาที่สูงหนีน้ำ คงไม่อยู่รอคอยความช่วยเหลือที่จุดนั้นนานขนาดนี้ ฉะนั้นจุดนี้น่าจะปลอดภัยที่สุด และไม่น่ามีอะไรต้องกังวล”

แม้คนเยอะขึ้น ไม่ต้องห่วงเรื่องออกซิเจน เชื่อมีอากาศถ่ายเทสะดวก  

ส่วนปัญหาเรื่องออกซิเจน จะมีเพียงพอหรือไม่นั้น ส่วนตัวมองว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรอีกเช่นกัน เพราะ เพราะคิดง่าย ในเมื่อน้ำเข้ามาได้ อากาศก็ย่อมเข้ามาถ่ายเทได้ อีกอย่างคือ หากมีปัญหาเรื่องออกซิเจนจริง หมอที่เข้าไปก็ต้องร้องขอถังออกซิเจนให้กับเด็กๆ แล้ว นอกจากนี้ การที่เด็กๆ บอกว่า ได้อาศัยดื่มน้ำจากภายในถ้ำได้ นั่นก็แปลว่า บริเวณนั้น ต้องมีรอยแตกเล็กๆ อยู่ ซึ่งในเมื่อน้ำทะลุลงมาได้ อากาศก็ย่อมต้องมีการถ่ายเทได้เช่นกัน

“ตามหลักการเดินสำรวจถ้ำ จะไม่มีการเดินต่อไปเพื่อหาทางออกอื่นๆ หากเห็นแน่ชัดอยู่แล้ว ว่า สามารถเดินกลับออกไป ในทางที่เดินมาได้” ผศ.ดร.สมบัติ กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้อย่างน่าสนใจ 

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน 

อ่านเพิ่มเติม...
13ชีวิตติดถ้ำทีมหมูป่าถ้ำหลวงสมบัติ อยู่เมืองทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์