นายวิทิตนันท์ โรจนพานิช นักผจญภัยผู้ไปประกาศศักดา อวดธงชาติไทยบนยอดเขาเอเวอร์เรสต์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก ให้ความเห็นกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับ 13 ชีวิต ทีมฟุตบอลเยาวชนและโค้ช ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ใกล้ชายแดนไทย-พม่า อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ที่ถูกน้ำท่วมขัง ว่า
สถานการณ์ที่ผมเป็นห่วงที่สุดในเวลานี้ คือ เรื่อง การควบคุมสติ ของผู้ที่ประสบเหตุ ในเฉพาะในกรณีนี้ มีผู้ที่ประสบเหตุพร้อมกันหลายๆ คน และในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่เป็นเด็กเสียด้วย
โดยปกติ สำหรับกรณีผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ในการเผชิญหน้าเหตุการณ์วิกฤติแบบนี้ แน่นอน มันอาจย่อมเกิดอาการตื่นตระหนก เอะอะ โวยวาย เพื่อพยายามหาทางเอาตัวรอด แน่นอน เมื่อมันเกิดขึ้นกับคนหนึ่ง คนต่อๆไป ก็มักจะเกิดอาการในลักษณะเดียวกัน ซึ่งหากทุกคนเกิดไม่มีสติ หรือ สติแตก พร้อมๆ กันขึ้นมา แบบนี้ย่อมเกิดความเสี่ยงขึ้นได้ และแน่นอนเมื่อใช้พลังงานร่างกายมากๆ ก็ยิ่งต้องใช้ออกซิเจนมากขึ้นไปเป็นเท่าทวี ในสถานที่ ที่มีออกซิเจนเบาบางอยู่แล้ว
...
แต่อย่างไรก็ดี เบื้องต้น เท่าที่ทราบ ในกลุ่มมีผู้ใหญ่ รวมอยู่ด้วย ก็อาจจะทำให้ประเด็นนี้ มีความน่าวิตกน้อยลง เพราะผู้ใหญ่น่าจะช่วยดึงสติเด็กๆ ให้กลับมาได้
“ผมอยากให้เราจินตนาการถึงภาวะที่ผู้ประสบเหตุ กำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ 1.ความมืดมิด ที่อาจทำให้เกิดความกลัว 2.อากาศที่อาจจะเบาบาง ทำให้อาจเกิดความอึดอัด 3.ความหิว ที่บั่นทอนกำลังใจ สิ่งเหล่านี้ คือสิ่งที่เด็กๆ เหล่านั้นกำลังเผชิญอยู่ ฉะนั้น ความเครียด ความกดดัน ย่อมมี คิดง่ายๆ บางคนติดอยู่ในลิฟต์ แค่ไม่กี่นาที ยังเกิดความหวาดวิตกเลย”
บางทีเราอยู่ข้างนอก มักจะคิดว่า ทำไมไม่ทำแบบนั้น ทำไมไม่ทำแบบนี้ เราคิดออกครับ เพราะเราไม่ได้อยู่ในถ้ำ แต่ถ้าอยู่ในถ้ำเราจะคิดไม่ออกครับ เพราะเราเริ่มจะหายใจไม่ออกแล้ว หายใจไม่ได้แล้ว กลัวสัตว์ร้ายทั้งหลาย จินตนาการไปต่างๆ นานา เรื่อยๆ และต้องไม่ลืมนะครับว่า เกือบทั้งหมด ยังเป็นเพียงเด็กเท่านั้น
โดยทั่วไปสำหรับคนที่มีประสบการณ์ ในการผ่านเหตุการณ์วิกฤติมาก่อน จะมีหลักในคิดเมื่อเผชิญหน้าเหตุการณ์เลวร้ายว่า ให้ Stop Thinking act คือ หยุดก่อน แล้วค่อยคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพราะเมื่อมีสติ มันจะสามารถคิดหาทางออกให้กับตัวเองได้ในที่สุด
ส่วนการหาทางให้ความชวยเหลือนั้น ส่วนตัวมองว่า สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก คือทำยังไงก็ได้ ให้สามารถติดต่อกับ ผู้ที่ประสบภัยก่อน อะไรก็แล้วแต่ ทั้งเคาะ ทั้งเรียก หรืออะไรก็แล้วแต่ ให้รู้ว่า เรายังสื่อสารกับพวกเขาอยู่ แล้วจะต้องไม่หยุดการสื่อสาร เพื่อทำให้สติเขากลับคืน เมื่อเขาหยุดความหวาดวิตกได้แล้ว เดี๋ยวสติในการเอาชีวิตรอดมันจะเริ่มทำงานมาทันที
หากถามว่า ในเวลานี้ สิ่งใดที่น่าวิตก ส่วนตัวมองว่า สิ่งที่หน้ากลัวคือ ความอับชื้นภายในถ้ำ เพราะว่าในมวลอากาศเอง ถ้ามันมีไอน้ำเยอะๆ ออกซิเจนมันจะเริ่มเบาบาง และยิ่งเมื่อมนุษย์สูดไอน้ำเข้าไปภายในปอดมากๆ อาจมีปัญหาเรื่อง ปอดบวม ปอดชื้น ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการป่วยได้ และเมื่อคนหนึ่งป่วย คนต่อๆ ไป ก็อาจจะป่วยตามได้เช่นกัน
เพราะฉะนั้น ในเวลานี้ ทุกๆ เข็มวินาที มีค่าอย่างยิ่ง
เราคนไทย ต้องรวมพลังกันหาทางช่วยทั้ง 13 ชีวิต ออกมาจากถ้ำให้ได้โดยเร็วที่สุด...
...