จากกรณีที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และไทยรัฐออนไลน์ ประจำวันที่ 3 สิงหาคม 2560 เผยแพร่ข่าว “กรุสมบัติกรมศุลฯ สินบน – เงินรางวัล” เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องมากขึ้น กรมศุลกากร ฝ่ายกลุ่มคุ้มครองและส่งเสริมจริยธรรม ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอย่างละเอียด และเตรียมคลอดกฎหมายใหม่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อปรับตัวเข้ากับยุค 4.0 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ 13 พ.ย.นี้

สังคายนาเงินสินบนและเงินรางวัล เตรียมคลอดกฎหมายใหม่ กำหนดใช้ 13 พ.ย. 60

กรมศุลกากรตระหนักถึงเรื่องเงินสินบน – เงินรางวัล ที่สังคมคลางแคลงใจมาเป็นเวลานาน ดังนั้นในการจัดทำ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับใหม่ จะมีผลให้ใช้บังคับในวันที่ 13 พ.ย. 2560 ได้มีการแก้ไขหลักเกณฑ์และปรับลดการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัล จากเดิมที่มีการจ่ายร้อยละ 55 จากเงินค่าปรับและไม่มีการกำหนดเพดานการจ่ายเงินไว้ ทำให้ไม่เกิดความยุติธรรม เป็นการจ่ายเงินรางวัลร้อยละ 20 และเงินสินบนร้อยละ 20 (ให้มีการจ่ายได้เฉพาะของที่ลักลอบนำเข้ามาในประเทศอย่างผิดกฎหมายเท่านั้น) โดยหักจ่ายจากเงินค่าขายของกลาง หรือหักจ่ายจากเงินค่าปรับ ในกรณีที่ไม่สามารถจำหน่ายของกลางได้ นอกจากนี้ยังมีการกำหนดเพดานสำหรับการจ่ายเงินสินบนหรือเงินรางวัล โดยกำหนดให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนได้ไม่เกินคดีละ 5 ล้านบาท และหักจ่ายเป็นเงินรางวัลได้ไม่เกินคดีละ 5 ล้านบาท และไม่สามารถแบ่งคดีเดียวให้เป็นคดีย่อยๆ ได้อีกด้วย ทั้งนี้กรมศุลกากรจะได้มีการออกกฎระเบียบหรือข้อบังคับ เพื่อควบคุมตรวจสอบการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลให้เป็นไปด้วยความโปร่งใสต่อไป

...

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสร้างช่องทางให้กับผู้ประกอบการที่มีการนำเข้า – ส่งออกสินค้าได้รับความยุติธรรม และป้องกันการทุจริตของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร กรมศุลกากรได้จัดทำโครงการ “พันธมิตรศุลกากร” ขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถติดต่อประสานงานขอหารือ หรือขอรับคำแนะนำจากกรมศุลกากรในเรื่องพิกัดอัตราศุลกากร ปัญหาข้อกฎหมาย หรือถิ่นกำเนิดสินค้าที่จะกระทบอัตราภาษี ผ่านเจ้าหน้าที่ประสานงานของกรมศุลกากรที่จะประสานงานระหว่าง กรมศุลกากร ผู้ประกอบการ และท่าหรือด่านศุลกากรที่นำสินค้าเข้า

ขณะนี้มีบริษัททั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมโครงการนี้จำนวน 325 บริษัท พร้อมกันนี้กรมศุลกากรยังได้พัฒนาระบบ Mobile Application เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบพิกัดอัตราศุลกากร จำนวนภาษีอากรที่ต้องเสีย (รวมถึงกรณีการวินิจฉัยพิกัดอัตราศุลกากรที่คล้ายๆ กับสินค้าที่จะนำเข้ามา ที่ได้เคยมีการวินิจฉัยไปก่อนหน้านี้) ได้ด้วยตนเอง เพื่อเป็นการลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรที่ใช้ไม่ถูกต้องทำให้มีการกักหรือจับสินค้าไว้ โดย Mobile Application นี้ สามารถดาวน์โหลดฟรีได้ทั้งไอโฟนและแอนดรอยด์ ภายใต้ชื่อ “HS Check”

กรมศุลกากรยืนยันหนักแน่นว่า ภายใต้กฎหมายศุลกากรฉบับใหม่ที่จะเริ่มมีการใช้ในวันที่ 13 พ.ย. 2560 การจ่ายเงินรางวัลให้เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรจะเป็นไปในลักษณะเสริมสร้างแรงจูงใจและเป็นขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรที่ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปราม และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากกว่าการกลั่นแกล้งผู้ประกอบการไม่ให้ได้รับความเป็นธรรม หรือการรับประโยชน์ส่วนตน

คืบหน้าล่าสุดกรณีคดีพิพาทเรียกค่าภาษีอากรระหว่างค่ายรถยนต์หนึ่งกับกรมศุลกากร

กรมศุลกากรชี้แจงว่าเป็นคดีที่เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2555 และได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลในปี พ.ศ.2558 ปัจจุบันคดีดังกล่าวอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลภาษีอากรกลาง ซึ่งคู่กรณีพิพาทมีสิทธิ เสรีภาพ และมีศักยภาพในการต่อสู้และดำเนินคดี เพื่อรักษาความยุติธรรมและสิทธิประโยชน์ของตนอย่างเต็มที่ ในคดีซึ่งเกิดเป็นข้อพิพาทว่าด้วยการจัดเก็บภาษีอากร เมื่อผ่านกระบวนการยุติธรรมทางกฎหมาย

และหากพิสูจน์ได้ว่า บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องชำระภาษีอากรให้แก่รัฐ เงินค่าภาษีอากรก็จะถูกนำส่งเป็นรายได้ของรัฐอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเช่นกัน หากจะต้องมีการจ่ายเงินสินบนหรือเงินรางวัล ก็จะจ่ายจากเงินในส่วนของค่าปรับตามกฎหมาย มิได้จ่ายจากค่าภาษีอากรที่ต้องชำระแต่อย่างใด ดังนั้นการกล่าวอ้างเพียงแต่ค่าปรับและคาดคะเนว่าคงตกเป็นของแผ่นดินไม่เท่าไร จึงน่าจะเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง

เร่งวางระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้โดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อส่งเสริมจริยธรรมของเจ้าหน้าที่

...

กรมศุลกากรได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินการส่งเสริมองค์กรคุณธรรมและสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรมีจริยธรรมและคุณธรรมในการปฏิบัติงาน มีการเร่งวางระบบการทำงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยคณะกรรมการจริยธรรมประจำกรมศุลกากรที่มี ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ เป็นประธาน ซึ่งข้อมูลที่มีการกล่าวอ้างเผยแพร่ตามข่าวแสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่า กรมศุลกากรมิได้ละเลยหรือเพิกเฉยที่จะแสวงหาข้อเท็จจริงในการตรวจสอบความถูกต้องในการทำงานของข้าราชการกรมศุลกากรให้โปร่งใส ไม่ว่าจะอยู่ในระดับใดก็ตาม

สำหรับการทำงานในระยะยาว กรมศุลกากรได้ปรับปรุงกระบวนการทำงาน โดยนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรให้เกิดประสิทธิภาพและโปร่งใสในการดำเนินการ เพื่อลดการติดต่อทางกายภาพระหว่างเจ้าหน้าที่ศุลกากรและผู้ประกอบการ.