Infographic


ปี 2016 “หวังนิน” ลงทุนบินไปพบกับ “เคนนี วอง” ถึงฮ่องกง และเจรจาหว่านล้อมให้มาร่วมงานกับ Pop Mart ด้วยข้อเสนอที่สุดแสนท้าทายที่ว่า....“คุณต้องก้าวไปสู่เวทีที่ยิ่งใหญ่กว่านี้”
หลังผ่านความพยายามในการเจรจานานร่วม 3 เดือน ในที่สุด Pop Mart จึงได้กลายเป็นผู้ผลิต และผู้ขาย น้อง Molly ในที่สุด และเพื่อให้ “เคนนี วอง” เกิดความสบายใจว่าผลงานของเขาจะมีคุณภาพก่อนถึงมือบรรดาผู้รักน้อง Molly “หวังนิน” จึงได้ทุ่มเงินลงทุนมากกว่า 1 ล้านหยวน (4,907,268 บาท) เพื่อการพัฒนาและผลิตน้อง Molly ซีรีส์แรก
และ“หวังนิน” ยังได้ให้คำมั่นสัญญากับ “เคนนี วอง” อีกด้วยว่า น้อง Molly จะถูกออกวางจำหน่ายภายใต้กลยุทธ์ใหม่ โดยสิ่งแรกที่จะต้องทำคือ ย่อส่วน น้อง Molly ให้เล็กลง และมีราคาที่คนทั่วไปเอื้อมถึง จากนั้นก็เริ่มเพิ่มวิธีการที่สร้างความน่าสนใจให้กับผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ก่อนจะนำไปวางจำหน่ายในตำแหน่งที่ดีที่สุดของห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง เพื่อให้คนทั่วๆ ไปสามารถเข้าถึง และรู้จักน้อง Molly ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้! และในที่สุดการลงทุน และการวางกลยุทธ์ที่ว่านั้นก็บังเกิดผล เมื่อน้อง Molly ซีรีส์แรกถูกจำหน่ายหมดเกลี้ยงภายในเวลาเพียงแค่ 4 วินาที!
ซึ่งปรากฏการณ์ความคลั่งไคล้ที่มีต่อน้อง Molly นี้เอง ได้ช่วยผลักดันให้ Pop Mart กลายเป็นบริษัทที่สุดร้อนแรงขึ้นในบัดดล! และจากความสำเร็จนี้ CEO ของ Pop Mart จึงมอบหุ้น 2% ของบริษัทฯ ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ! (1,786 ล้านบาท) ให้กับ “เคนนี วอง” เพื่อเป็นการตอบแทน
อ่านเพิ่มเติม : Pop Mart ความมั่งคั่งที่เริ่มต้นจากน้อง Molly https://www.thairath.co.th/scoop/world/2726420