
แอปเปิล เดินหน้าขยายธุรกิจบ้านอัจฉริยะเปิดตัว HomeView ศูนย์กลางควบคุมบ้านพร้อมจอ 7 นิ้วใช้ Siri AI ช่วยสั่งงานด้วยเสียง เชื่อมความบันเทิง และอุปกรณ์ภายในบ้าน ขณะที่จับมือ LG และ Schneider Electric แนะนำอุปกรณ์สมาร์ตโฮมชุดใหม่ เสริมระบบนิเวศ Apple Home
แอปเปิลเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับบ้านอัจฉริยะ นำโดย Apple HomeView อุปกรณ์ศูนย์กลางประจำบ้านที่รวมการสื่อสาร ความบันเทิง และการควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ในเครื่องเดียว พร้อมเปิดตัวชุดอุปกรณ์สมาร์ตโฮม Apple Home Collection และอัปเกรด Apple TV 4K กับ HomePod mini 2 เพื่อขยายบริการและประสบการณ์ใช้งานภายในบ้านผ่านระบบ Apple Home
HomeView มาพร้อมจอ Liquid Retina ขนาด 7 นิ้ว ใช้สำหรับเล่นเพลง โทรผ่าน FaceTime ควบคุมอุปกรณ์สมาร์ตโฮม และตั้งระบบทำงานอัตโนมัติด้วยคำสั่งเสียง โดยมี Siri AI หรือ Siri รุ่นใหม่เป็นตัวช่วยในการสั่งงานและตอบคำถาม สามารถวางบนโต๊ะหรือติดตั้งบนผนังได้ เริ่มวางจำหน่ายวันที่ 13 พฤศจิกายน
อีกจุดเด่นคือ HomeView สามารถจดจำใบหน้าผู้ใช้ เพื่อปรับหน้าจอและแสดงข้อมูลส่วนตัวให้เหมาะกับสมาชิกแต่ละคนในบ้าน รองรับได้สูงสุด 6 คน ช่วยให้สมาชิกใช้เครื่องเดียวกันได้โดยยังแยกข้อมูลส่วนตัวออกจากกัน
นอกจาก HomeView แอปเปิลได้เปิดตัว Apple Home Collection ชุดอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะที่พัฒนาร่วมกับ LG Electronics และ Schneider Electric ครอบคลุมกล้องรักษาความปลอดภัย กริ่งประตูพร้อมกล้อง กลอนประตูอัจฉริยะ และอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ โดยสามารถตั้งค่าและควบคุมผ่านแอป Apple Home ได้ โดยไม่ต้องติดตั้งแอปแยกหรือสร้างบัญชีใหม่
อุปกรณ์ชุดใหม่นี้ออกแบบให้ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การตรวจสอบความเคลื่อนไหวภายในและภายนอกบ้าน การดูภาพผู้มาเยือนหน้าประตู ไปจนถึงการจัดการสิทธิ์เข้าออกบ้านและปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม ผู้ใช้ยังสามารถสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Siri และเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับระบบ Apple Home ที่มีอยู่เดิมได้
ด้านความปลอดภัย แอปเปิลระบุว่าข้อมูลในแอป Apple Home ได้รับการเข้ารหัสตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง โดยบริษัทและพันธมิตรผู้ผลิตไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ พร้อมรองรับมาตรฐาน Matter เพื่อให้อุปกรณ์จากผู้ผลิตต่างๆ ทำงานร่วมกันได้
Apple Home Collection มีกำหนดเริ่มวางจำหน่ายในบางประเทศตั้งแต่เดือนธันวาคมนี้ ขณะที่อุปกรณ์บางรุ่นจะตามมาในช่วงต้นปี 2027 โดยประกาศครั้งนี้ยังไม่ได้ระบุราคาและกำหนดวางจำหน่ายในประเทศไทย
สำหรับ Apple TV 4K รุ่นใหม่ อุปกรณ์รับชมความบันเทิงบนทีวีที่อัปเกรดประสิทธิภาพด้วยชิป A19 พร้อมไมโครโฟนในตัวสำหรับสั่งงานด้วยเสียงโดยไม่ต้องใช้รีโมท เพิ่มความสะดวกในการค้นหาภาพยนตร์และรายการที่ต้องการรับชม พร้อมยกระดับระบบเสียงภายในบ้าน และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางควบคุมอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะ
ชิป A19 ช่วยให้การประมวลผลเร็วขึ้นสูงสุด 50% และการประมวลผลกราฟิกเร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ทำให้การเปิดเมนู การค้นหา และการใช้งานตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะที่ไมโครโฟนในตัวช่วยให้ผู้ใช้พูดสั่ง Siri เพื่อค้นหาภาพยนตร์หรือรายการได้โดยไม่ต้องหยิบรีโมทขึ้นมาใช้งาน
อีกจุดเด่นคือ Siri Remote รุ่นใหม่ ที่รองรับการค้นหาตำแหน่งผ่านแอปค้นหาของฉัน และสั่งให้รีโมทส่งเสียงได้ ช่วยให้ผู้ใช้หารีโมทที่วางลืมไว้ได้ง่ายขึ้น
ด้านความบันเทิง Apple TV 4K รุ่นใหม่รองรับระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 4 ลำโพง เมื่อใช้งานร่วมกับ HomePod mini 2 หรือ HomePod รุ่นที่ 2 ช่วยเพิ่มมิติการรับชมภาพยนตร์ภายในบ้าน นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางควบคุมอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะ เช่น การดูภาพจากกริ่งประตูที่รองรับบนทีวี พูดคุยกับผู้มาเยือน และควบคุมอุปกรณ์อื่นๆ ได้
Apple TV 4K รุ่นใหม่เตรียมวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆ นี้ ราคา 10,900 บาท
นอกจากนี้ได้เปิดตัว HomePod mini 2 ลำโพงอัจฉริยะรุ่นใหม่ ใช้ชิป S10 ปรับปรุงประสบการณ์ด้านเสียง เพิ่มสีสันใหม่รวม 5 สี พร้อมรองรับ Siri AI ผู้ช่วยสั่งงานด้วยเสียงที่สนทนาได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น และเชื่อมโยงการใช้งานกับอุปกรณ์ภายในบ้าน
HomePod mini 2 รองรับการฟังเพลงผ่านลำโพงตัวเดียว จับคู่เป็นลำโพงสเตอริโอ หรือเชื่อมต่อลำโพงหลายตัวเพื่อเล่นเพลงในหลายห้อง นอกจากนี้ ยังสามารถใช้งานร่วมกับ Apple TV 4K รุ่นใหม่ โดยใช้ HomePod mini 2 จำนวน 4 ตัว สร้างระบบเสียงรอบทิศทางสำหรับรับชมภาพยนตร์ภายในบ้านได้
อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่คือ Sound Glow ที่ทำให้แสงบนตัวลำโพงเคลื่อนไหวตามจังหวะเพลง เพิ่มบรรยากาศให้กับการฟังเพลง ขณะที่ Siri AI จะช่วยค้นหาเพลง ตอบคำถาม และทำงานตามคำสั่งเสียง โดยความสามารถใหม่บางส่วนจะทยอยเปิดให้ใช้งานผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์ในอนาคต
HomePod mini 2 มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ ชมพู เขียว น้ำเงิน ขาว และมิดไนท์ เตรียมวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆ นี้ ราคา 5,200 บาท
การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชุดใหม่ครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าแอปเปิลกำลังขยายบทบาทจากผู้พัฒนาอุปกรณ์ส่วนบุคคล สู่การเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายในบ้าน ครอบคลุมทั้งการควบคุมบ้านอัจฉริยะ ความบันเทิง และระบบรักษาความปลอดภัยผ่าน Apple Home