Anthropic เปิดด้านมืด AI ในเอกสารยื่น IPO กว่า80หน้า เตือนความเสี่ยงมนุษยชาติบนเดิมพัน 2 ล้านล้าน

Tech & Innovation

Tech Companies

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

Anthropic เปิดด้านมืด AI ในเอกสารยื่น IPO กว่า80หน้า เตือนความเสี่ยงมนุษยชาติบนเดิมพัน 2 ล้านล้าน

Date Time: 29 ก.ย. 2569 17:17 น.

Video

ใครๆ ก็อยากเข้า EVEANDBOY ร้านเครื่องสำอาง 5,000 ล้าน ที่กำลัง IPO | BrandStory EP.61

“Summary“

Anthropic ยื่นไฟลิ่ง IPO โดยตั้งมูลค่ากิจการไว้สูงกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าจากประเมินเดิมเมื่อเดือนพฤษภาคม

  • บริษัทรายงานรายได้ปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 4,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้น 12 เท่าจากปีก่อนหน้า แต่ยังคงมีภาระต้นทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและ Cloud มหาศาล
  • โครงสร้างการบริหารจัดการจัดตั้ง Founder LLC เพื่อให้ผู้ก่อตั้งถืออำนาจโหวต 50.1% แม้จะเสนอขายหุ้น Class A ต่อสาธารณะ
  • เอกสาร IPO ระบุความเสี่ยงระดับหายนะต่อมนุษยชาติจาก AI ขั้นสูง เช่น พฤติกรรมปกปิดข้อมูลหรือต่อต้านการปิดระบบ ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องพิจารณา
  • การเข้าตลาดหุ้นครั้งนี้คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน เพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดมูลค่าที่แท้จริงของอุตสาหกรรม Frontier AI

Latest


Anthropic บริษัท AI เจ้าของ Claude เดินหน้าเข้าสู่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อีกขั้น หลังเปิดเผยหนังสือชี้ชวน (IPO Prospectus) ต่อสาธารณะ เผยภาพธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมเดิมพันมูลค่ากิจการมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกันก็เปิดเผยต้นทุนมหาศาลของการพัฒนา AI และคำเตือนความเสี่ยงที่รุนแรงกว่าบริษัทเทคโนโลยีทั่วไป

การเปิดเผยไฟลิ่งครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญของตลาด AI เพราะจะเป็นครั้งแรกที่นักลงทุนในตลาดหุ้นสาธารณะสามารถเห็นรายละเอียดทางการเงิน ต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน และความเสี่ยงของบริษัท Frontier AI รายใหญ่ได้อย่างละเอียด หลังจาก Anthropic เติบโตจากบริษัทสตาร์ตอัปที่ก่อตั้งในปี 2021 สู่หนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่แข่งขันกับ OpenAI, Google และ Meta

รายงานจาก Reuters ระบุว่า Anthropic กำลังมองมูลค่ากิจการในการ IPO ที่มากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่ามูลค่าที่บริษัทเคยประเมินไว้ราว 965,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเดือนพฤษภาคม มากกว่า 2 เท่า

รายได้โต 12 เท่า แต่ขาดทุน 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ตัวเลขที่ดึงดูดความสนใจมากที่สุด คือ การเติบโตของรายได้ โดย Anthropic มีรายได้เกือบ 4,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 เพิ่มขึ้นประมาณ 12 เท่าจากปีก่อนหน้า ขณะที่ Annualized Revenue Run Rate หรือรายได้ต่อปีที่คำนวณจากอัตรารายได้ล่าสุด เพิ่มขึ้นจากประมาณ 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี 2025 เป็นมากกว่า 65,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม 2026

โดยบริษัทได้คาดการณ์ไว้อีกว่ารายได้ในปี 2028 อาจอยู่ที่ประมาณ 190,000-200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนความคาดหวังว่าความต้องการใช้ AI ในภาคธุรกิจจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามการเติบโตนี้ยังมาพร้อมกับต้นทุนที่สูงมาก

ในปี 2025 Anthropic รายงานยอดขาดทุนสุทธิประมาณ 42,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเงินสดที่บริษัทนำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจโดยตรง โดยประมาณ 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเกี่ยวข้องกับการปรับมูลค่าของตราสารทางการเงินที่อาจแปลงเป็นหุ้นในอนาคต ซึ่งหากตัดรายการดังกล่าวออก ขาดทุนจากการดำเนินงานของบริษัทอยู่ที่มากกว่า 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประเด็นนี้จึงสะท้อนโจทย์ใหญ่ของ Anthropic และบริษัท AI รุ่นเดียวกันว่า รายได้จาก AI จะสามารถเติบโตเร็วพอที่จะรองรับต้นทุนการพัฒนาโมเดลและโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลได้หรือไม่ เนื่องจากข้อมูลที่เปิดเผยออกมา ต้นทุนที่ใหญ่ที่สุดของ Anthropic มีตั้งแต่ค่าจ้างนักวิจัย AI ไปจนถึง Compute และ Infrastructure

ปี 2025 บริษัทใช้เงินกับ Computing และ Infrastructure ไปแล้วประมาณ 7,330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นราว 3 เท่าจากปีก่อน และในอนาคต Anthropic ยังมีภาระผูกพันด้าน Cloud, Computing และ Infrastructure รวมกันสูงถึงประมาณ 518,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

หนึ่งในดีลสำคัญ คือ การผูกการใช้บริการ AWS (Amazon Web Services) มากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระยะเวลา 10 ปี ขณะที่บริษัทมีข้อตกลงกับ SpaceX เพื่อใช้กำลังการประมวลผลทั้งหมดของศูนย์ข้อมูล Colossus 1 ในเมมฟิส โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือราว 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี จนถึงเดือนพฤษภาคม 2029

โดยบริษัทเตือนนักลงทุนว่า ลูกค้ารายใหญ่จำนวนมากไม่ได้มีสัญญาระยะยาว ซึ่งหมายความว่าลูกค้าเหล่านี้สามารถลดหรือหยุดการใช้จ่ายกับ Anthropic ได้ ซึ่งความเสี่ยงดังกล่าวมีความสำคัญต่อธุรกิจ AI เพราะรายได้ในปัจจุบันต้องแลกมาด้วยต้นทุน Computing และ Infrastructure จำนวนมหาศาล หากการเติบโตของการใช้งานไม่เป็นไปตามคาด บริษัทอาจต้องรับภาระต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ได้ทำสัญญาไว้แล้ว

IPO Anthropic จุดวัดมูลค่าใหม่ของอุตสาหกรรม AI

การเข้าตลาดหุ้นของ Anthropic ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน จะเปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วไปเข้าถือหุ้นบริษัทโดยตรงเป็นครั้งแรก และถูกจับตาในฐานะ “Benchmark ใหม่ของมูลค่าบริษัท AI” โดยเฉพาะเมื่อ OpenAI คู่แข่งรายสำคัญของ Anthropic ได้ยื่นเอกสาร IPO แบบเป็นความลับในเดือนมิถุนายน และมีรายงานว่าบริษัทอาจเข้าตลาดภายในต้นปี 2027

หาก Anthropic สามารถเข้าตลาดด้วยมูลค่ามากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้สำเร็จ นักลงทุนจะมีข้อมูลจากตลาดสาธารณะในการประเมินว่าตลาดทุนให้มูลค่ากับบริษัท AI ที่ยังต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลเพื่อขยายธุรกิจอย่างไร

นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้การ IPO ครั้งนี้มีความสำคัญมากกว่าการนำบริษัทหนึ่งเข้าตลาด คือ Anthropic จะทำให้ตลาดหุ้นสาธารณะได้เห็น Unit Economics ที่แท้จริงของ Frontier AI ตั้งแต่รายได้จากลูกค้า ค่าใช้จ่ายด้านการประมวลผล ค่าลิขสิทธิ์ใบอนุญาต เงินลงทุน ไปจนถึงต้นทุนด้านความปลอดภัย ทั้งหมดจะถูกนำมาอยู่ภายใต้สายตาของนักลงทุนสาธารณะ

การเปิดเผยไฟลิ่งครั้งนี้จะช่วยให้ตลาดเห็นรายละเอียดของธุรกิจ AI และมีโอกาสเปรียบเทียบโมเดลธุรกิจของสองบริษัท AI รายใหญ่ได้โดยตรงในอนาคต

ผู้ก่อตั้งยังถืออำนาจโหวตเหนือผู้ถือหุ้นทั่วไป

โครงสร้างการกำกับดูแลของ Anthropic ยังสะท้อนความพยายามรักษาสมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางธุรกิจกับพันธกิจด้าน AI Safety โดย Anthropic จะยังคงสถานะเป็น Delaware Public Benefit Corporation และจัดตั้งนิติบุคคลใหม่ชื่อ Founder LLC ซึ่งประกอบด้วยผู้ร่วมก่อตั้ง 7 คน

Founder LLC จะถือหุ้น Class F จำนวน 1 หุ้น แต่มีสิทธิออกเสียงคิดเป็น 50.1% ของอำนาจโหวตทั้งหมด ในประเด็นสำคัญบางเรื่อง รวมถึงการเลือกกรรมการบางตำแหน่ง ขณะที่หุ้น Class A ที่เสนอขายต่อประชาชนจะมีสิทธิออกเสียงหุ้นละ 1 เสียง แต่ผู้ถือหุ้นทั่วไปจะมีอำนาจในการตัดสินใจจำกัดเมื่อเทียบกับโครงสร้างการถือสิทธิของผู้ก่อตั้ง

Anthropic ระบุในหนังสือชี้ชวนว่าโครงสร้างดังกล่าวอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ขัดแย้งกับผลประโยชน์ทางการเงินและผลประกอบการของบริษัทในระยะสั้น กลาง หรือยาว และอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าหุ้น Class A

ดังนั้น สิ่งที่น่าจับตาของ Anthropic IPO ครั้งนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพียงอย่างเดียว แต่คือการที่ตลาดต้องประเมินว่า AI จะสร้างรายได้มหาศาลได้เร็วแค่ไหน

ความเสี่ยงต่อมนุษยชาติหลังจากนี้

นอกจากเรื่องการเงินแล้ว เอกสาร IPO ของ Anthropic ยังให้พื้นที่กับความเสี่ยงด้าน AI Safety อย่างมาก โดยจากเนื้อหาหลัก 261 หน้า Anthropic ใช้ประมาณ 80 หน้าในการอธิบาย Risk Factors มากกว่าการอธิบายธุรกิจที่ใช้เพียง 40 กว่าหน้าเท่านั้น

บริษัทเตือนนักลงทุนว่า AI ขั้นสูงอาจก่อให้เกิด “Catastrophic or Existential Risks to Humanity” หรือความเสี่ยงระดับหายนะและระดับการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ โดย Anthropic ระบุว่าโมเดล AI อาจแสดงพฤติกรรมที่เรียกว่า Self-Preserving Behaviors เช่น พยายามต่อต้านการปิดระบบ ปกปิดหรือบิดเบือนข้อมูล รวมถึงพฤติกรรมที่มีลักษณะคล้ายการแบล็กเมล

แน่นอนว่าความย้อนแย้งนี้กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตามองมากที่สุดของ IPO เพราะ แม้ว่า Anthropic วางตัวเองเป็นบริษัท AI ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย แต่ในไฟลิ่งกลับต้องเตือนนักลงทุนถึงความเสี่ยงจากเทคโนโลยีที่บริษัทกำลังพัฒนา

บริษัทเองยังยอมรับว่า โมเดลอาจพัฒนาความสามารถที่ไม่คาดคิดระหว่างการฝึก และความสามารถดังกล่าวอาจไม่ถูกค้นพบจนกว่าจะนำโมเดลไปใช้งานจริงและเกิดเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยขึ้นแล้ว

โดย Evan Hubinger นักวิจัยด้าน AI Safety ของ Anthropic ได้ประเมินความเป็นไปได้ที่ AI จะทำให้มนุษย์เสียชีวิตภายในทศวรรษหน้าไว้ที่มากกว่า 10% พร้อมระบุว่างานด้านนี้ต้องใช้ทรัพยากรสูง และต้องแบ่งทรัพยากรที่มีจำกัดระหว่าง Compute บุคลากร AI และงานด้านความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม Anthropic ยังคงเดินหน้าพัฒนาและเปิดตัวโมเดลใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเปิดตัว Opus 5.5 เมื่อวันที่ 22 กันยายน ก่อนตามด้วย Sonnet 5.5 ในสัปดาห์ถัดมา ซึ่งเป็นโมเดลที่ออกแบบมาให้เร็วขึ้นและมีต้นทุนต่ำลงสำหรับลูกค้าที่ไม่จำเป็นต้องใช้ความสามารถระดับสูงสุดของ Opus

โจทย์จึงเกิดขึ้นพร้อมกันสองด้าน คือ Anthropic ต้องพัฒนาโมเดลอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน แต่ยิ่งโมเดลมีความสามารถสูงขึ้น ความเสี่ยงและต้นทุนในการทดสอบความปลอดภัยก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

การ IPO ของ Anthropic ครั้งนี้จึงอาจกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ว่านักลงทุนสาธารณะพร้อมให้มูลค่ากับบริษัทที่เติบโตด้วยความเร็วสูงที่ต้องแลกมากับเงินลงทุนและ Computing มหาศาลได้ขนาดไหน และความเสี่ยงของการลงทุนในบริษัท AI นอกจากมูลค่ากิจการ รายได้และผลกำไรแล้ว ความปลอดภัยของเทคโนโลยีจะถูกยกให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องหลังจากนี้


ที่มาข้อมูล Reuters [1] [2]  , Yahoo Finance  

อ่านข่าวเทคโนโลยี โลกนวัตกรรม digital transformation กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/tech_innovation 

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ