ศึก AI จีน-สหรัฐ คิดคนละทาง สี เน้น “คุม” ทรัมป์ เน้น “เร่ง” จับตา AI Hotline ทางลงด้านความปลอดภัย

Tech & Innovation

Tech Companies

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ศึก AI จีน-สหรัฐ คิดคนละทาง สี เน้น “คุม” ทรัมป์ เน้น “เร่ง” จับตา AI Hotline ทางลงด้านความปลอดภัย

Date Time: 28 ก.ย. 2569 16:00 น.

Video

ปี 2570 โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่ “ขายอะไร” แต่คือ “ทำอย่างไรให้ลูกค้ากลับมา” | Money Issue EP.77

“Summary“

หลังสี จิ้นผิงเดินทางพบกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประเด็นเรื่อง AI คือหนึ่งในหัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นวาระระดับโลกกันต่อ ด้านจีนมองว่า ควร “ควบคุม” แต่ด้านสหรัฐฯ กลับมองว่าควร “เร่ง” ให้มี Super Intelligence ขึ้นมาโดยเร็ว พร้อมหารือกันต่อในเรื่อง “AI Hotline” สายด่วน AI หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่จะกระทบความมั่นคงของทั้งสองมหาอำนาจ

Latest


แม้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเดินทางกลับจีนแล้วเมื่อวันเสาร์ ที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา หลังจบทริป 3 วันในสหรัฐอเมริกา ที่ได้พบปะหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แล้ว แต่ประเด็นเรื่องความร่วมมือระหว่างทั้ง 2 มหาอำนาจยังคงคลุมเครือ โดยเฉพาะเรื่อง AI ที่ผู้นำทั้งสองยังมีมุมเห็นต่าง

“เราต่างมีทั้งศักยภาพและต้องมีความรับผิดชอบในการพัฒนาและบริหารจัดการ AI เพื่อประโยชน์ของทุกคน” สี จิ้นผิง กล่าวในงานพบปะเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายนผ่านมา พร้อมกล่าวต่อว่า “ต้องทำให้มั่นใจว่าการพัฒนา AI จะอยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์อยู่เสมอ และทำหน้าที่เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน”

จีนได้เรียกร้องให้การพัฒนา AI ยังคงต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์ แต่ฝั่งของโดนัลด์ ทรัมป์กลับประกาศชัดเจนว่าต้องการยกระดับเทคโนโลยีนี้ไปสู่ “Super Intelligence” หรือปัญญาที่เหนือมนุษย์ให้ได้โดยเร็ว

“ผมจะไม่ขัดขวางการเติบโตของสิ่งที่จะยิ่งใหญ่กว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรม” ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาที่องค์กรสหประชาชาติก่อนจะพบกับสี จิ้นผิง พร้อมระบุว่า “เราจะสนับสนุน Super Intelligence เท่านั้น เราจะสนับสนุนมัน ไม่ใช่ควบคุมหรือรั้งมันไว้ เราจะจับตาดูอย่างใกล้ชิดผ่านกระทรวงยุติธรรม”

AI ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์

ระหว่างการพบปะกับทรัมป์ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดี สี จิ้นผิง ได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ และจีนร่วมกันทำให้ AI อยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์ โดย สี จิ้นผิง ระบุว่า “ทั้งสองฝ่ายสามารถเดินหน้าหารือเกี่ยวกับ AI แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของ AI และทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันการนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิดและเป็นอันตราย”

แม้ว่าทั้งสองมหาอำนาจจะมีมุมมองในการเดินหน้าด้าน AI ที่แตกต่างกัน แต่ตามรายงานของ Nikkei Asia นักวิเคราะห์มองว่า ทั้งสองประเทศยังมีพื้นที่สำหรับความร่วมมือ ด้านจีนยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจาก AI เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อความมั่นคงของรัฐบาล การจ้างงาน Deepfake และการสูญเสียการควบคุมของมนุษย์

โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่พัฒนาการของ AI เดินหน้าไปอย่างก้าวกระโดดจนมีข่าวออกมาต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือเคสของ OpenAI ที่ได้แฮกเข้า Hugging Face และแฮกเข้าถึงข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้เอง จนประเด็น “ชะลอ” ความก้าวหน้าของ AI ถูกหยิบยกขึ้นมาถกกันในหมู่บริษัทผู้พัฒนา AI กันเอง

ที่ผ่านมาบนเวทีสหประชาชาติ แซม อัลท์แมน ซีอีโอของ OpenAI และดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอของ Anthropic ต่างเรียกร้องในที่ประชุมไปในแนวทางเดียวกันว่า ทุกฝ่ายต้องทำงานร่วมกันเพื่อสร้างมาตรการป้องกันความเสี่ยงจาก AI 

“ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มีหลายครั้งที่ประเทศต่าง ๆ ที่เคยแข่งขันกันและไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ยังสามารถร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันและประโยชน์ของส่วนรวม โดยเฉพาะเมื่อโลกต้องเผชิญหน้ากับเทคโนโลยีใหม่ที่ทรงพลัง เราเชื่อว่านี่ควรเป็นหนึ่งช่วงเวลานั้น” แซม อัลท์แมน กล่าว

อย่างไรก็ตาม ฝั่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กลับเห็นต่างไปอย่างสิ้นเชิง ทรัมป์ปฏิเสธที่จะเดินหน้าสร้างความร่วมมือแบบ Globalist หรือความร่วมมือร่วมกันในระดับโลกที่จะใช้กำกับดูแลด้าน AI ทรัมป์ยังคงย้ำจุดยืนว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องเป็นผู้ชนะในการแข่งขันด้านการพัฒนา AI และมองว่า เรื่องที่ AI อาจส่งผลกระทบต่อมนุษยชาติว่าเป็น “เรื่องหลอกลวง”

เสนอแนวทาง “AI Hotline” สายด่วนรายงานเหตุการณ์ AI

ความกังวลนี้ทำให้จีนเดินหน้าอย่างจริงจังในการป้องกันภัย ซึ่งฝั่งสหรัฐฯ เองก็มีแผนที่ต้องการจะหารือกับปักกิ่งต่อ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ข้อเสนอที่จะจัดทำ “AI Hotline” หรือ “สายด่วน AI” แจ้งเตือนและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันเมื่อเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับ AI ที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ

สำหรับ AI Hotline แนวคิดนี้เสนอขึ้นมาโดย สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ในระหว่างหารือกับ เหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ที่นครนิวยอร์ก

สายด่วน AI นี้จะมีลักษณะเช่นเดียวกับสายด่วนช่วงสงครามเย็น ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อบริหารจัดการและแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุการณ์ด้าน AI ที่มีความเสี่ยง เช่น AI Agent ที่ควบคุมไม่ได้ การโจมตีทางไซเบอร์ หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ

สายด่วนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกรอบความร่วมมือที่เรียกว่า “US-China Super Intelligence Dialogue” โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สหรัฐฯ และจีนแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของ AI ขั้นสูง โดยแผนนี้จะมีการเจรจากันต่อภายในปลายปี 2026 นี้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ระบุว่า ยังมีคำถามสำคัญเกี่ยวกับวิธีการทำงานของสายด่วน AI ที่เสนอขึ้นมา รวมถึงประสิทธิภาพของระบบในการจัดการความเสี่ยง ยังไม่มีกรอบออกมาชัดเจนว่าสายด่วนนี้จะทำงานอย่างไร เช่น ใครจะเป็นผู้รับสาย และสถานการณ์แบบใดที่ควรโทรศัพท์ติดต่อกัน

ขณะที่ฝั่ง Silicon Valley มองไปในมุมมองที่ว่า สายด่วนนี้เป็นมาตรการที่น้อยเกินไป และอาจจะทำให้การบริหารจัดการความเสี่ยงจาก AI เกิดขึ้นได้ล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น 

ตามรายงานของ Nikkei Asia ระบุว่า นักวิจัยรายหนึ่งจากห้องปฏิบัติการ AI ในซานฟรานซิสโก กล่าวว่า สายด่วนลักษณะนี้ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกสุดท้าย ที่จะใช้รับมือสถานการณ์ระดับหายนะ อย่างการที่ AI ถูกนำไปใช้ในการโจมตีทางทหาร แต่ไม่ได้ช่วยจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น การที่ AI Agent โจมตีทางไซเบอร์

ทั้งนี้ โลกยังจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันด้านความปลอดภัยของ AI ที่ครอบคลุมมากกว่านี้ และมาตรการเหล่านั้นต้องเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายสามารถตกลงร่วมกันได้ โดยในการประชุมระหว่างสี จิ้นผิง และโดนัลด์ ทรัมป์ที่เพิ่งผ่านมานี้ ยังไม่เห็นว่ามีผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากทั้งสองประเทศเข้าร่วมมากพอ เพื่อหารือในประเด็นที่น่ากังวลนี้

อย่างไรก็ตาม หลังการประชุมนัดสำคัญครั้งนี้ ทั้งจีนและสหรัฐฯ มีแนวโน้มไปในทางบวกที่จะหารือกันต่อในเรื่อง AI โดยผู้นำทั้งสองประเทศคาดว่าจะพบกันอีก 2 ครั้งภายในปีนี้

ในระหว่างพิธีชงชาเมื่อวันศุกร์ สี จิ้นผิง กล่าวว่า เขายินดีต้อนรับทรัมป์เดินทางเยือนจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ APEC ในเดือนพฤศจิกายน และคาดว่าจะได้พบกับทรัมป์อีกครั้งในการประชุม G20 ในเดือนธันวาคม ด้านทรัมป์กล่าวว่าเขาจะเดินทางไปเซินเจิ้น พร้อมระบุว่าผู้นำทั้งสองจะ “พูดคุยกันอีกมาก”


ที่มา: Nikkei Asia, The Hill, The Guardian


อ่านข่าวเทคโนโลยี โลกนวัตกรรม Digital Transformation กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/tech_innovation 

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ