Oracle กำลังเจอวิกฤต? ตลาดเครดิตยกให้เป็น“ตัวชี้วัดความเสี่ยง”ใหม่หลังความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้พุ่ง

Tech & Innovation

Tech Companies

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

Oracle กำลังเจอวิกฤต? ตลาดเครดิตยกให้เป็น“ตัวชี้วัดความเสี่ยง”ใหม่หลังความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้พุ่ง

Date Time: 21 ก.ค. 2569 16:31 น.

Video

เจาะลึกหุ้นชิป AI พุ่งไปแล้วเป็นพัน% ยังเหลืออะไรเป็นโอกาสอีกบ้าง? | Digital Frontiers Talk EP.72

Summary

ค่า CDS ของ Oracle พุ่งแตะระดับ 2.03% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 สะท้อนความกังวลของตลาดตราสารหนี้ต่อความสามารถในการชำระหนี้

  • S&P Global ปรับลดอันดับเครดิต Oracle ลงเหลือ BBB- ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับหุ้นกู้ขยะ (Junk Bond) จากภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
  • Oracle ทุ่มเงินลงทุนด้าน AI และ Data Center สูงถึง 55,700 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้กระแสเงินสดอิสระติดลบ 23,700 ล้านดอลลาร์ในปีเดียว
  • นักวิเคราะห์มองว่า Oracle กลายเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยง (Barometer) ของอุตสาหกรรม AI ที่ตลาดตราสารหนี้เริ่มส่งสัญญาณเตือนถึงความยั่งยืนทางการเงิน
  • ตลาดหุ้นยังคงมองบวกต่อการเติบโตของ Oracle แต่ตลาดตราสารหนี้กลับกังวลเรื่องภาระหนี้สินรวมที่พุ่งสูงถึง 156,000 ล้านดอลลาร์

Latest


Oracle บริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ที่กำลังเดิมพันอนาคตกับธุรกิจ AI และ Data Center กำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่จากตลาดตราสารหนี้ หลังต้นทุนการทำประกันความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Credit Default Swap: CDS) พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008

ขณะที่ S&P Global Ratings ปรับลดอันดับเครดิตของบริษัทลงเหลือ BBB- หรือเพียง 1 ขั้นเหนือระดับ Non-Investment Grade (Junk Bond) โดยให้เหตุผลว่าบริษัทมีการใช้จ่ายด้าน AI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าว นอกจากสะท้อนสถานะทางการเงินของ Oracle แล้วยังทำให้บริษัทกลายเป็น ตัวชี้วัดความเสี่ยงของการลงทุน AI ที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามอง

จากหุ้น AI สู่ “ตัวชี้วัดความเสี่ยงของ AI”

ตลอดสองปีที่ผ่านมา Oracle เปลี่ยนบทบาทจากผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ฐานข้อมูลสู่ผู้เล่นรายสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยเร่งสร้าง Data Center ขนาดใหญ่ รองรับความต้องการของลูกค้า Cloud และ OpenAI

อย่างไรก็ตาม การเร่งลงทุนดังกล่าวต้องแลกกับการใช้เงินลงทุน (Capex) และการกู้ยืมจำนวนมหาศาล ส่งผลให้ภาระหนี้ของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนสถาบันจัดอันดับเครดิตเริ่มตั้งคำถามว่า กระแสเงินสดในอนาคตจะเพียงพอรองรับหนี้สินที่เพิ่มขึ้นหรือไม่

Oracle Debt Risk Hits Record High , Bloomberg
Oracle Debt Risk Hits Record High , Bloomberg

ข้อมูลจาก ICE Data Services ระบุว่า ค่า CDS (Credit Default Swap) อายุ 5 ปี ของ Oracle ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงด้านเครดิตของบริษัท เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 2.03% ต่อปี (203 basis points) ในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา นับเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลในช่วงปลายปี 2008 และสูงกว่าสถิติเดิมที่ 198.23 basis points ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ของสัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน พันธบัตรของ Oracle ก็ถูกเทขายตลอดทุกช่วงอายุ (Across the curve) ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราผลตอบแทน (Spread) ของพันธบัตรอายุยาวขยายตัว โดยพันธบัตรอัตราดอกเบี้ย 6.7% ครบกำหนดปี 2056 ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นที่มีการซื้อขายมากที่สุด มีสเปรดขยายตัวประมาณ 8 basis points สู่ระดับ 263 basis points ขณะที่พันธบัตรอัตราดอกเบี้ย 5.7% ครบกำหนดปี 2036 มีสเปรดเพิ่มขึ้นราว 9 basis points แตะ 205 basis points ตามข้อมูลจาก Trace

นอกจากนี้ การที่ Oracle มีสถานะพิเศษในตลาดตราสารหนี้ เพราะเป็นหนึ่งในผู้ออกหุ้นกู้ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในดัชนี Bloomberg US High-Grade Corporate Bond Index นอกภาคการเงิน ทำให้ Oracle ถูกมองเป็น “ตัวชี้วัดความเสี่ยงด้านเครดิต” ของการลงทุน AI หรือ Barometer for AI Risk และเป็นตัวแทนของโมเดลการลงทุน AI ในบรรดาบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ทั้งหมดที่อาจกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านเครดิตหลังจากนี้

ตลาดหุ้นยังมองบวก แต่ตลาดตราสารหนี้เริ่มส่งสัญญาณเตือน

Tyler Richey นักวิเคราะห์จาก Sevens Report Research ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2025 แม้ราคาหุ้น Oracle ยังปรับตัวขึ้นในช่วงหนึ่ง แต่ค่า CDS กลับไม่ได้ลดลงตาม ซึ่งหมายความว่า นักลงทุนหุ้นยังเชื่อว่า Oracle จะเติบโตจาก AI แต่นักลงทุนพันธบัตรกลับยังมองว่าความเสี่ยงด้านเครดิตไม่ได้ลดลง

เพราะโดยปกติแล้วตลาดหุ้นมักตอบสนองต่อ “โอกาสการเติบโต” ขณะที่ตลาดตราสารหนี้ให้ความสำคัญกับ “ความสามารถในการชำระหนี้” ซึ่งหากบริษัทต้องลงทุนจำนวนมหาศาลก่อนสร้างรายได้ นักลงทุนพันธบัตรจะเป็นกลุ่มแรกที่ประเมินว่า บริษัทมีความสามารถแบกรับภาระหนี้ได้หรือไม่

ที่แม้รายได้จาก AI ยังเติบโต แต่ตลาดเริ่มตั้งคำถามว่า การลงทุนระดับหลายแสนล้านดอลลาร์ใน AI Infrastructure จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้เร็วพอหรือไม่ หากรายได้เติบโตช้ากว่าคาดหรือการแข่งขันจากโมเดล AI ต้นทุนต่ำรุนแรงขึ้น บริษัทอาจต้องเผชิญแรงกดดันด้านกระแสเงินสดและภาระหนี้มากขึ้น

ซึ่งในกรณีของ Oracle สะท้อนภาพนี้อย่างชัดเจน ไม่ใช่เพราะ Oracle กำลังมีผลประกอบการแย่ แต่ตรงกันข้าม จากเอกสารรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุด ระบุว่า บริษัทเพิ่งสร้างสถิติ รายได้ 67,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรสุทธิ 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์

แต่ในเวลาเดียวกัน Oracle ก็ใช้เงินลงทุนสร้าง Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน AI สูงถึง 55,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนทำให้ Free Cash Flow ติดลบ 23,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และต้องระดมทุนผ่านหนี้อีก 43,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปีเดียว ส่งผลให้ภาระหนี้รวม (Total Debt) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 156,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้หุ้น Oracle ปรับตัวลดลงกว่า 60% จากจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2025 และ S&P Global ปรับลดอันดับเครดิตในเวลาต่อมา โดยนักลงทุนเองยังจับตาอย่างใกล้ชิดต่อการตัดสินใจของ Moody's Ratings ที่ได้ให้อันดับเครดิต Oracle ไว้ที่ Baa2 พร้อมแนวโน้มเชิงลบ (Negative Outlook) เนื่องจากบริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนด้าน AI อย่างหนัก

Oracle , Trading View (21 July 2026)
Oracle , Trading View (21 July 2026)

Oracle อาจไม่ใช่รายสุดท้าย

นักวิเคราะห์มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับ Oracle อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการประเมินความเสี่ยงรอบใหม่ในอุตสาหกรรม AI เพราะปัจจุบัน ดัชนี S&P 500 ยังคงซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ตลาดตราสารหนี้กลับเริ่มส่งสัญญาณระมัดระวังมากขึ้น 

ทั้งจากส่วนต่างผลตอบแทนของหุ้นกู้ความเสี่ยงสูง (High Yield Spread) ที่ยังไม่ลดลง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังไม่มั่นใจต่อความเสี่ยงด้านเครดิตของบริษัทที่ลงทุน AI อย่างหนัก

สำหรับนักลงทุนบทเรียนสำคัญจาก Oracle คือ ในยุค AI ความเสี่ยงไม่ได้สะท้อนผ่านราคาหุ้นเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ตลาดตราสารหนี้กำลังกลายเป็นพื้นที่ที่ส่งสัญญาณเตือนก่อนว่าการแข่งขันลงทุน AI มูลค่ามหาศาลจะสร้างผลตอบแทนได้จริงหรือจะกลายเป็นภาระหนี้ที่กดดันงบดุลของบริษัทเทคโนโลยีในระยะยาว


ที่มาข้อมูล Bloomberg , Business Insider , Oracle  

 ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -   

https://www.facebook.com/ThairathMoney 

 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ