เอกนิติ-BOI ดึง 3 ยักษ์สหรัฐฯ ลงทุนไทย ดันไทยเข้า “สมาคมชิปโลก” หวังเป็น “ต้นน้ำ” การผลิตให้ได้

Tech & Innovation

Tech Companies

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เอกนิติ-BOI ดึง 3 ยักษ์สหรัฐฯ ลงทุนไทย ดันไทยเข้า “สมาคมชิปโลก” หวังเป็น “ต้นน้ำ” การผลิตให้ได้

Date Time: 20 เม.ย. 2569 17:57 น.

Video

วางแผนการเงินรับมือสงครามอิหร่าน หรือหากมีสงครามโลกครั้งที่ 3 ? | Money Issue EP.50

Summary

รัฐบาลไทย เดินทางหารือสหรัฐฯ นำโดยเอกนิติ รองนายกฯ และ BOI ดึง 3 บริษัทชิปยักษ์ใหญ่ของโลกเข้าลงทุนในประเทศไทย ดันเป็นต้นน้ำผลิตชิป พร้อมพูดคุยสมาคม SEMI และหอการค้าสหรัฐฯ สานต่อความสัมพันธ์และดันมาลงทุนเพิ่ม

Latest


รัฐบาลไทยเดินหน้ารุกเชิงยุทธศาสตร์ เร่งสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งกำลังเป็นตัวแปรสำคัญของเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้า 

โดยล่าสุด เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา พูดคุยดึงบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการเซมิคอนดักเตอร์เข้าลงทุนในประเทศไทย พร้อมปั้นเป็นศูนย์กลางสำคัญของซัพพลายเชนโลก

ในระหว่างวันที่ 13-17 เมษายน 2569 เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และ BOI ได้เดินทางไปสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมการประชุม IMF-World Bank Spring Meetings 2026 พร้อมกับถือเป็นจังหวะสำคัญ ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เปิดการเจรจากับบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และระบบอัตโนมัติ

ซึ่งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์นี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI โดยคาดว่ามูลค่าตลาดโลกจะทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2569 ซึ่งเร็วกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ก่อนหน้า 

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้หลายประเทศเร่งแข่งขันดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยี สร้างมูลค่าเพิ่ม และเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว


เจรจา 3 บริษัทชั้นนำ สร้างโอกาสลงทุนในไทย

ในการเดินทางครั้งนี้ คณะผู้แทนไทยได้เข้าหารือกับบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ เพื่อเชิญชวนให้ขยายการลงทุนในประเทศไทย และสร้างความร่วมมือในระยะยาว ประกอบไปด้วย

  • Phononic ผู้พัฒนาเทคโนโลยีชิปควบคุมอุณหภูมิ (Cooling Chip) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบประมวลผลขั้นสูง โดยเฉพาะในยุค AI ซึ่งบริษัทนี้ได้ลงทุนในประเทศไทยไปแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท และมีแผนขยายการลงทุนเพิ่มเติม โดยเฉพาะการย้ายฐานการผลิตวัสดุต้นน้ำมายังประเทศไทยในอนาคต
  • GlobalFoundries ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้านชิปเฉพาะทางสำหรับอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า ระบบสื่อสาร และ Data Center โดยฝ่ายไทยได้เชิญชวนให้พิจารณาการลงทุนตั้งโรงงานผลิตเวเฟอร์ (Wafer Fabrication) ในประเทศไทย เพื่อเสริมศักยภาพการเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำ
  • Teradyne ผู้นำด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์ทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดระดับโลกสูง ปัจจุบันมีการดำเนินงานในประเทศไทยอยู่แล้ว และมีแนวโน้มขยายความร่วมมือกับผู้ผลิตในประเทศเพิ่มเติม


ไทยในสายตานักลงทุนสหรัฐฯ

นอกจากการพบปะกับบริษัทยักษ์ใหญ่แล้ว คณะผู้แทนไทยยังได้พบหารือกับสมาคมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของโลก (SEMI) ซึ่งเชื่อมโยงผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมชิป มีสมาชิกกว่า 4,000 บริษัททั่วโลก มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายและกำหนดมาตรฐานทางเทคนิค และเป็นผู้จัดงาน SEMICON งานรวมตัวผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในหลายประเทศทั่วโลก 

ทั้งนี้ BOI ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก SEMI เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยครั้งนี้ได้หารือแนวทางการร่วมมือเพื่อใช้เครือข่ายของ SEMI ในการเข้าถึงบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก รวมถึงการร่วมจัดงาน SEMICON ในประเทศไทยในอนาคต เพื่อยกระดับบทบาทของไทยในเวทีโลก

นอกจากนี้ คณะผู้แทนไทยยังได้เข้าหารือกับหอการค้าสหรัฐฯ หรือ U.S. Chamber of Commerce (USCC) โดยแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำ อาทิ Dow Chemical, Chevron, Netflix, PepsiCo, Visa และ IBM ซึ่งต่างมีฐานการดำเนินงานในประเทศไทย

ในการหารือกับหอการค้าสหรัฐฯ และบริษัทชั้นนำหลายแห่ง พบว่าภาคเอกชนสหรัฐฯ มองประเทศไทยในฐานะ “ศูนย์กลางการดำเนินธุรกิจระดับภูมิภาค” ไม่ใช่เพียงฐานการผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งมุมมองดังกล่าวสะท้อนถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของไทยในห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก และเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อการดึงดูดการลงทุนในระยะยาว

และจากการหารือครั้งนี้ นักลงทุนสะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อประเทศไทยในหลายด้าน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก ได้แก่

  • ศักยภาพของบุคลากรและทักษะด้านอิเล็กทรอนิกส์
  • ความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรม
  • การมีอุตสาหกรรมปลายน้ำรองรับ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้าและ Data Center
  • ความพร้อมด้านพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานสะอาด
  • เสถียรภาพทางเศรษฐกิจและนโยบายภาครัฐ
  • บทบาทของ BOI ในการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน


การลงทุนจากสหรัฐฯ ยังเติบโตต่อเนื่อง

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2564-2568) นักลงทุนจากสหรัฐอเมริกาได้ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทยรวม 232 โครงการ มูลค่ากว่า 220,300 ล้านบาท โดยเฉพาะปี 2568 มีจำนวน 60 โครงการ มูลค่ารวม 32,774 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ ดิจิทัล เทคโนโลยีชีวภาพ และการแปรรูปอาหาร

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสหรัฐฯ ต่อศักยภาพของประเทศไทย ในฐานะฐานการผลิตและศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของภูมิภาค

ทั้งนี้ การเดินหน้าดึงดูดอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการเพิ่มเม็ดเงินลงทุน แต่ยังเป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจไทยสู่ยุคใหม่ ทั้งในมิติของการสร้างงานคุณภาพสูง การยกระดับทักษะแรงงาน การพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และการเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว ท่ามกลางโลกที่ผันผวนและการแข่งขันที่เข้มข้น การวางตำแหน่งของประเทศไทยในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต จึงเป็นก้าวสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทยในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า


ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney 



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ