
Meta เปิดตัวชิปออกแบบเองในตระกูล MTIA เวอร์ชันใหม่ หลังเปิดตัวรุ่นแรกตั้งแต่ปี 2023 โดยรอบใหม่นี้เล็งจะเปิดตัวรวมทั้งหมด 4 รุ่น เพื่อรองรับการพัฒนา AI และการขยายตัวของ Data Center ของบริษัท เพื่อที่จะลดการพึ่งพาผู้ผลิตรายใหญ่เจ้าอื่นลง
Meta เปิดตัวชิปแบบสั่งทำพิเศษ (Custom Chip) ตัวใหม่ที่ออกแบบเองสำหรับงานด้าน AI เพื่อรองรับแผนการขยาย Data Center ขนาดยักษ์ของบริษัทในช่วงหลายปีข้างหน้า โดยภายใน 2 ปีนี้ (2026-2027) บริษัทจะเปิดตัวชิปในกลุ่ม Meta Training and Inference Accelerator (MTIA) รวม 4 รุ่น เพื่อใช้งานกับทั้งงานพื้นฐานบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและสำหรับพัฒนา GenAI
ชิปในตระกูล MTIA เป็นชิปสำหรับงานด้าน AI โดยเฉพาะที่บริษัทออกแบบขึ้นเอง หลังจากเปิดตัวแนวคิดและเวอร์ชันแรกของชิปตระกูลนี้ในปี 2023 ก่อนจะเปิดตัวเวอร์ชันสองในปี 2024 และล่าสุดในวันที่ 11 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา ได้เปิดตัวเวอร์ชันที่ 3 ในรุ่น MTIA 300 และจะเปิดอีก 3 รุ่นในอนาคตอันใกล้ ประกอบไปด้วย MTIA 400, MTIA 450 และ MTIA 500
Yee Jiun Song รองประธานฝ่ายวิศวกรรมของ Meta ระบุว่า ชิปที่ออกแบบขึ้นมาเองนี้ผลิตโดย Taiwan Semiconductor Manufacturing Company หรือ TSMC จะช่วยให้ Meta สามารถเพิ่มความสามารถทั้งในด้านประสิทธิภาพและราคาของระบบ Data Center ได้ดีกว่าการพึ่งพาผู้ผลิตชิปรายอื่นเพียงอย่างเดียว
เขาอธิบายว่า “การออกแบบชิปเองยังช่วยให้เรามีความหลากหลายในซัพพลายเชนของซิลิคอน และช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของราคาชิปในตลาดได้ระดับหนึ่ง อีกทั้งยังทำให้เรามีอำนาจต่อรองมากขึ้น”
ชิปที่เปิดตัวออกมาล่าสุดนี้คือรุ่น MTIA 300 และได้นำไปใช้งานจริงแล้วเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน โดยชิปตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อฝึกเทรนโมเดล AI ขนาดเล็กที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบการจัดอันดับและระบบแนะนำเนื้อหา (Ranking และ Recommendation) ของแพลตฟอร์มโซเชียลในเครือ Meta เช่น Facebook, Instagram
ตัวอย่างงานที่ใช้โมเดลเหล่านี้ เช่น การเลือกและแนะนำคอนเทนต์ที่ผู้ใช้ควรเห็น หรือโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้มากที่สุด
นอกจาก MTIA 300 แล้ว Meta ยังมีชิปอีก 3 รุ่นที่กำลังจะตามมา ได้แก่ MTIA 400, MTIA 450 และ MTIA 500 โดยชิปเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงาน Generative AI โดยเฉพาะงาน Inference เช่น การสร้างภาพจากข้อความ การสร้างวิดีโอจากพร้อมพ์
อย่างไรก็ตาม Yee Jiun Song ยืนยันว่า ชิปตระกูล MTIA จะไม่ได้นำไปใช้สำหรับการฝึกโมเดลขนาดยักษ์อย่าง Large Language Models
ขณะนี้ บริษัทได้ทำการทดสอบ MTIA 400 เสร็จเรียบร้อยแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนเตรียมนำไปใช้งานจริงใน Data Center ส่วน MTIA 450 และ MTIA 500 มีกำหนดจะเริ่มใช้งานในปี 2027
ทั้งนี้ Yee Jiun Song ยังระบุอีกว่า การออกชิปถี่ระดับนี้ถือว่าไม่ปกติในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เพราะ “โดยปกติแล้วบริษัทชิปจะไม่ได้ออกชิปรุ่นใหม่ทุก ๆ 6 เดือน แต่นี่คือจังหวะที่เร็วมาก”
โดยเหตุผลหลักคือ Meta กำลังขยายกำลัง Data Center อย่างรวดเร็วและมีแผนลงทุนเพิ่มจำนวนมหาศาล ทำให้บริษัทต้องการใช้ชิปที่ทันสมัยที่สุดในทุกช่วงเวลา ซึ่งชิปแต่ละรุ่นมีอายุการใช้งานเฉลี่ยมากกว่า 5 ปี
สำหรับชิปรุ่นใหม่ในตระกูล MTIA นั้นจะมีหน่วยความจำความเร็วสูง (High-Bandwidth Memory หรือ HBM) เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับงาน GenAI แต่การเร่งลงทุนด้าน AI ของทั้งอุตสาหกรรมกำลังทำให้ตลาดเริ่มเผชิญกับภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำ
Yee Jiun Song ยอมรับว่า Meta ก็กังวลเรื่องซัพพลายของ HBM เช่นกัน “แต่เราคิดว่าเราได้จัดหาซัพพลายเพียงพอสำหรับแผนการขยายระบบที่เรากำลังจะทำ” เขากล่าว โดยใช้กลยุทธ์กระจายซัพพลายเชน
และแม้ว่าจะพัฒนาชิปของตัวเอง Meta ก็ยังคงลงทุนซื้อ GPU จากผู้ผลิตรายใหญ่เช่นกัน โดยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา Meta ได้ทำข้อตกลงเพื่อติดตั้ง GPU ของ Nvidia หลายล้านตัวใน Data Center และเตรียมใช้ GPU ของ AMD สูงสุดถึง 6 กิกะวัตต์ในระยะหลายปี
Yee Jiun Song กล่าวว่า “เวิร์กโหลดด้าน AI เปลี่ยนแปลงเร็วมาก เราจึงต้องการให้แน่ใจว่าเรามีทางเลือกหลายแบบ” เพื่อรองรับ Data Center ที่ Meta มีอยู่ในปัจจุบันที่เปิดใช้งานหรืออยู่ระหว่างการวางแผนทั้งหมด 30 แห่ง และ 26 แห่งตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney