
Lazada, Shopee, LINE MAN Wongnai และ Grab ร่วมก่อตั้ง TDPA เพื่อกำหนดทิศทางเศรษฐกิจดิจิทัลไทย
กลุ่มแพลตฟอร์มดิจิทัลรายใหญ่ Lazada, Shopee, LINE MAN Wongnai และ Grab ประกาศจัดตั้ง “สมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย” หรือ TDPA (Thai Digital Platform Trade Association) อย่างเป็นทางการ ทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” ระหว่างแพลตฟอร์ม รัฐ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย
พันโทหญิง ดร. ธมกร ศุภธนรังสี นายกสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย (TDPA) เปิดเผยว่า การก่อตั้ง TDPA ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย เนื่องจากเศรษฐกิจดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงหนึ่งในภาคธุรกิจอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานและแรงขับหลักของการเติบโตของประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนราว 10% ของ GDP และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง
รายงาน e-Conomy SEA 2025 โดย Google Temasek และ Bain & Company ระบุว่า มูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลไทยปี 2568 อยู่ที่ 1.73 ล้านล้านบาท เติบโต 16% จากปีก่อน และมีขนาดเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน โดยมีภาคอีคอมเมิร์ซยังเป็นสัดส่วนหลักของตลาด ตามด้วยขนส่งออนไลน์ บริการส่งอาหาร และสื่อดิจิทัล ซึ่งล้วนเป็นธุรกิจที่แพลตฟอร์มสมาชิก TDPA มีบทบาทสำคัญ
จากแนวโน้มดังกล่าว กลุ่มผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลตระหนักถึงความสำคัญของการรวมพลังเพื่อกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนเศรษฐกิจแพลตฟอร์มของไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลได้อย่างยั่งยืน โดยเชื่อว่าการกำกับดูแลที่แม่นยำและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น และยกระดับเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
ภารกิจของ TDPA จะเน้นไปที่การสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ เชื่อมโยงผู้ให้บริการ ผู้บริโภค และผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs พร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจเพื่อร่วมกันพัฒนากรอบนโยบายที่สมดุล โปร่งใส เปิดกว้างต่อการแข่งขัน และยึดหลักความรับผิดชอบร่วมกัน
โดยทางสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทยได้เปิดเผยถึง 4 ค่านิยมหลัก ที่ยึดมั่นในการดำเนินงาน ได้แก่
การก่อตั้งสมาคมครั้งนี้มี “พันโทหญิง ดร. ธมกร ศุภธนรังสี” ประธานฝ่ายรัฐสัมพันธ์ของ Lazada ได้รับเลือกจากสมาชิกสามัญให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคม โดยมีวาระดำรงตำแหน่ง 2 ปี ก่อนมีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะมีการเปิดรับสมาชิกใหม่ โดยกำหนดเงื่อนไขว่าต้องเป็นธุรกิจแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนในประเทศไทย และไม่จำกัดประเภทธุรกิจเฉพาะธุรกิจอีคอมเมิร์ซหรือฟู้ดเดลิเวอรี แต่เปิดรับแพลตฟอร์มทุกประเภทที่จดทะเบียนในประเทศไทยเพื่อให้เกิดความหลากหลายของมุมมองในอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 200 ราย
ด้านวิสัยทัศน์ของสมาชิกผู้ก่อตั้ง แม้ทั้ง 4 บริษัทแข่งขันกันในตลาด แต่ต่างเชื่อว่าแพลตฟอร์มของตนสามารถสนับสนุนเป้าหมายหลักของสมาคมได้
การรวมตัวของ 4 แพลตฟอร์มรายใหญ่ในประเทศถือเป็นความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์ สร้างความชัดเจนทางนโยบายและผลักดันให้เกิดกลไกกลางในระดับอุตสาหกรรมได้จริง แต่อีกมุมหนึ่งที่เป็นประเด็นสำคัญที่น่าจับตา คือ การรวมตัวกันของ 4 แพลตฟอร์มรายใหญ่นี้อาจทำให้รัฐต้องจับตาเรื่องการแข่งขันอย่างใกล้ชิด
บททดสอบในระยะถัดไปจึงต้องติดตามต่อไปว่า TDPA จะผลักดันมาตรฐานสากลจริงแค่ไหน และจะกล้าพอไหมถ้าต้องแตะประเด็นที่กระทบสมาชิกตัวเอง มากไปกว่านั้น คือ จะสามารถสร้างสมดุลระหว่าง “การเติบโตอย่างรวดเร็ว” กับ “การกำกับดูแลที่เหมาะสม” ได้มากเพียงใด เพราะท้ายที่สุด ความสำเร็จของสมาคมจะไม่ได้วัดจากตัวเลขมูลค่าตลาดเพียงอย่างเดียว แต่จะวัดจากความสามารถในการทำให้การเติบโตนั้นส่งผลต่อผู้ประกอบการไทยและผู้บริโภคในวงกว้างอย่างแท้จริง
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -