
SpaceX ประกาศเข้าซื้อกิจการ xAI ควบรวมธุรกิจ AI เข้ากับอวกาศ สร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีที่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน AI ถึงภารกิจอวกาศเพื่อมวลมนุษยชาติ เดินหน้าเตรียมพร้อมก่อนส่งธุรกิจจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ คาดดันมูลค่าทะลุล้านล้าน สร้างประวัติศาสตร์ IPO ใหญ่สุดในวงการเทค
SpaceX บริษัทเทคโนโลยีอวกาศของมหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งของโลก Elon Musk ประกาศผ่านบล็อกโพสต์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า บริษัทได้ทำการเข้าซื้อกิจการ xAI บริษัท AI ของ Elon Musk เอง รวมกิจการทั้งสองมาไว้ด้วยกัน จะช่วยให้ SpaceX สามารถผสาน AI เข้ากับเทคโนโลยีอัจฉริยะอื่น ๆ โดย Elon Musk ระบุในโพสต์ด้วยว่า “จะเป็นการสร้างนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนทั้งในโลกและนอกโลก”
การตัดสินใจครั้งนี้ เกิดขึ้นในระหว่างที่ SpaceX กำลังเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ ส่งสัญญาณชัดเจนว่ากำลังดันมูลค่ากิจการให้สูงขึ้น หลังจากมีการวิเคราะห์ออกมาแล้วว่าจะเป็นการ IPO ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เทคโนโลยี โดยคาดว่ามูลค่า IPO ของ SpaceX หลังจากรวมกิจการกับ xAI แล้วจะทะยานขึ้นไปเป็น 1.25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อปีที่ผ่านมา SpaceX ได้เปิดให้มีการขายหุ้นเดิม (Secondary Share Sale) ทำให้ประเมินมูลค่าบริษัทได้ที่ 800,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ xAI หลังจากระดมทุนรอบล่าสุดในช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้ได้ไปกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้มูลค่าบริษัททะลุ 230,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในเดือนมีนาคมปี 2025 ที่ผ่านมา Elon Musk ก็ได้ควบรวมกิจการ xAI เข้ากับ X หรือในอดีตคือ Twitter ไปแล้ว และยังเปิดให้ใช้งาน Grok บน X ได้เลยในตัว จนทำให้เกิดคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีผู้ใช้งานใช้ Grok อย่างไม่เหมาะสม
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: xAI มีดีอะไร? ระดมทุนได้ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ Grok ถูกตั้งคำถามเรื่องภาพผู้หญิงและเด็กว่อน X
ต่อมาทางกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศอีกด้วยว่า เตรียมจะใช้งาน Grok ในเพนตากอน เป็นอีกหนึ่ง GenAI ที่จะมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลของกองทัพร่วมกับ Gemini ของ Google อย่างไรก็ตาม SpaceX ก็ยังถือว่าเป็นเจ้าของสัญญาด้านกลาโหมรายใหญ่กว่า xAI มาก ถือครองสัญญาจากรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มูลค่ารวมหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมตั้งแต่โครงการด้านความมั่นคง การปล่อยและบริหารจัดการดาวเทียม ไปจนถึงภารกิจอวกาศที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ
ตามรายงานของ Reuters เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ระบุว่า SpaceX สามารถทำกำไรได้กว่า 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากรายได้ที่ 15,000-16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 แต่ในส่วน xAI กลับยังไม่มีการนำเสนอเรื่องผลกำไรออกมา เนื่องจากบริษัทยังคงต้องใช้เงินทุนมหาศาลเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ให้แข็งแกร่งสู้กับคู่แข่งในตลาด
นอกจากนี้ ในบล็อกโพสต์ดังกล่าว Elon Musk ยังได้กล่าวถึง การสร้าง Data Center บนอวกาศ ระบุว่า “AI ต้องใช้พลังงานปริมาณมหาศาล ความสามารถบนภาคพื้นดินนั้นไม่ตอบโจทย์… ดังนั้น ทางออกที่มีเหตุผลเพียงทางเดียว คือการย้ายกิจกรรมที่ใช้ทรัพยากรอย่างเข้มข้นเหล่านี้ไปยังพื้นที่ที่มีพลังงานและพื้นที่อย่างมหาศาล และแน่นอนว่า “อวกาศ” มันถูกเรียกว่า Space ก็เพราะมันมี “พื้นที่” เหลือเฟือจริง ๆ 😂”
ในปี 2025 SpaceX ได้ทำการปล่อยยานสู่วงโคจรมากที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นการส่ง Starlink ดาวเทียมอินเทอร์เน็ตก็ตาม แต่การส่งซ้ำ ๆ นี้ช่วยให้ SpaceX สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้เป็นอย่างดี
Elon Musk กล่าวอีกด้วยว่า “ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า วิธีที่มีต้นทุนต่ำที่สุดในการสร้างกำลังประมวลผล AI จะอยู่ในอวกาศ และความได้เปรียบเรื่องต้นทุนที่ต่ำลงนี้ ก็เพียงพอที่จะเปิดทางให้บริษัทนวัตกรรมเดินหน้าเร่งการฝึกโมเดล AI และประมวลผลข้อมูลในระดับความเร็วและขนาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนได้”
“การรวมตัวกันระหว่าง AI ขั้นสูง โครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศ และแพลตฟอร์มข้อมูลระดับโลกในครั้งนี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ระยะยาวที่ไม่ได้มองเพียงนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ แต่เป็นการวางรากฐานของอารยธรรมมนุษย์ในยุคที่เทคโนโลยีและจักรวาลกำลังเชื่อมถึงกันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” Elon Musk เขียนไว้ในโพสต์
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney