
SoftBank เตรียมทุ่มอีก 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ลงทุนใน OpenAI อีกครั้ง หวังเดินตามแผน Masayoshi Son รุกลงทุนในผู้สร้าง ChatGPT ต่อเนื่อง จนขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในรายใหญ่ถือหุ้นที่ราว 11%
SoftBank Group กลุ่มบริษัทเจ้าใหญ่จากญี่ปุ่น กำลังอยู่ในช่วงเจรจาเพื่อเข้าลงทุนเพิ่มอีกใน OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT มูลค่าสูงสุดถึง 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามแผนของ Masayoshi Son ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของกลุ่มบริษัทที่ต้องการจะเป็นผู้เล่นรายหลักในตลาด AI ซึ่งปัจจุบัน SoftBank คือหนึ่งในผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดของ OpenAI
ตามรายงานของ Bloomberg ชี้ว่า SoftBank กำลังอยู่ในช่วงพิจารณาที่จะลงทุนเพิ่มใน OpenAI อีกต่อเนื่อง ข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยตัวตนได้ระบุว่า ยอดลงทุนสูงสุดในครั้งนี้จะอยู่ที่ไม่เกิน 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ส่งผลให้หุ้นของ SoftBank ในตลาดโตเกียวกระโดดขึ้นราว 8.8% หลังจากมีการรายงานข่าวนี้ออกมา
ที่ผ่านมา Masayoshi Son ได้ทยอยขายหุ้นบางส่วน เพื่อมาหาเงินทุนมาลงเพิ่มใน OpenAI โดยมุ่งเป้าไปที่การนำ AI มาใช้ในอุปกรณ์ทุกชนิด ได้ทำการขายหุ้นของ Nvidia ออกและระงับดีลซื้อ Data Center ของ Switch ในสหรัฐอเมริกาเอาไว้ และหันมาทุ่มให้กับผู้สร้าง ChatGPT
SoftBank ถือหุ้นของ OpenAI อยู่แล้วที่ราว 11% หลังจากที่เดือนก่อนได้เข้าซื้อไปอีกกว่า 22,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และดีลการลงทุนครั้งแรกก็สำเร็จไปแล้วอย่างสมบูรณ์เมื่อเดือนเมษายน 2025 ด้วยมูลค่ากว่า 7,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการออกมายืนยันจาก SoftBank ถึงการลงทุนจากข่าวครั้งนี้อย่างเป็นทางการ
ขณะที่ทาง OpenAI เองก็ได้เร่งเดินหน้าหาเงินทุนเพิ่มต่อเนื่อง ล่าสุด Sam Altman ได้เข้าพูดคุยกับนักลงทุนกระเป๋าหนักในแถบตะวันออกกลาง โดยมีเป้าหมายว่ารอบการลงทุนครั้งนี้จะระดมเงินได้อย่างน้อย 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะทำให้มูลค่าบริษัทขึ้นไปอยู่ที่ราว 750,000-830,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แม้ SoftBank จะเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เข้าลงทุนในเทคโนโลยี AI ตั้งแต่แรก ๆ แต่กลับแทบพลาดโอกาสจากกระแสการลงทุนระดับโลกที่หลั่งไหลเข้าสู่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นฮาร์ดแวร์ ไม่ว่าจะเป็นเซมิคอนดักเตอร์ แร็กเซิร์ฟเวอร์ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้รองรับการประมวลผลของ AI โดยเม็ดเงินลงทุนส่วนมากกลับไปกระจุกตัวอยู่กับผู้ผลิตชิปเพียงไม่กี่ราย อาทิ Nvidia และ TSMC
ช่วงไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ SoftBank ได้เข้าซื้อกิจการ Ampere Computing บริษัทออกแบบชิปในสหรัฐฯ ด้วยมูลค่า 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังประกาศแผนเข้าซื้อธุรกิจหุ่นยนต์ของ ABB ด้วยมูลค่ากว่า 5,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
และเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้ SoftBank ได้ขายหุ้นบางส่วนของ T-Mobile US ออกไป พร้อมทั้งเทขายหุ้น Nvidia ที่ถืออยู่ทั้งหมด รวมถึงขยายวงเงินกู้แบบมาร์จิ้นโลน โดยใช้หุ้น Arm ที่เป็นทรัพย์สินหลักในพอร์ตเป็นหลักประกัน
จนนักวิเคราะห์จาก S&P Global Ratings ออกมาเตือนเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาว่า การทุ่มลงทุนด้าน AI ของ SoftBank บวกกับการร่วงลงอย่างรุนแรงของมูลค่าหุ้น Arm ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา กำลังกดดันฐานะความน่าเชื่อถือทางการเงินของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ
ด้านนักวิเคราะห์ของ Bloomberg Intelligence ชี้ว่า SoftBank มีโอกาสถูกปรับลดอันดับเครดิต จากอัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าสินทรัพย์ (Loan-to-Value: LTV) ที่อาจพุ่งแตะระดับ 35% หากดีลเข้าลงทุนเพิ่มใน OpenAI เกิดขึ้นจริง SoftBank อาจจำเป็นต้องขายสินทรัพย์และกู้เงินผ่านมาร์จิ้นโลนรวมกันอย่างน้อย 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรักษาระดับ LTV ไม่ให้เกิน 25%
ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนก็จะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจาก OpenAI อาจก้าวขึ้นมาเป็นสินทรัพย์ที่มีสัดส่วนมากที่สุดในพอร์ตของ SoftBank แซงหน้า Arm โดยมีสัดส่วนมากกว่า 30% ของมูลค่าพอร์ตทั้งหมด (อิงจากราคาหุ้น Arm ณ วันที่ 27 มกราคม)
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney