
อีลอน มัสก์ปรากฏตัวที่ WEF เมืองดาวอส หลังวิจารณ์เวทีนี้ก่อนหน้านี้
อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของ Tesla และ SpaceX ปรากฏตัวบนเวที World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อย่างไม่คาดคิด แม้ก่นหน้านี้จะเคยออกปากวิจารณ์เวทีแห่งนี้ว่า “น่าเบื่อสุด ๆ” (boring af)
การปรากฏตัวครั้งแรกของมัสก์ในงาน WEF สร้างความคาดหวังสูง หลังเขาถูกเพิ่มชื่อเข้าสู่กำหนดการในช่วงเช้าของวันเดียวกัน โดยมัสก์ให้สัมภาษณ์บนเวทีร่วมกับ แลร์รี ฟิงก์ ซีอีโอของ BlackRock และประธานร่วม WEF ชั่วคราว
ตลอดการสนทนา มัสก์กล่าวถึงอาณาจักรธุรกิจของตนในหลายมิติ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดใหม่มากนัก โดยเริ่มต้นด้วยการย้ำพันธกิจของ Tesla ในการสร้าง “ความอุดมสมบูรณ์สำหรับทุกคน” ซึ่งเป็นแนวคิดที่เขาเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ทั้งบนแพลตฟอร์ม X และในการให้สัมภาษณ์อื่น ๆ
นอกจากนี้เขายังคาดการณ์ว่า การมาถึงอย่างแพร่หลายของ AI และหุ่นยนต์ จะนำไปสู่การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และอาจทำให้ “การทำงาน” ในความหมายเดิมหมดความจำเป็นลงในอนาคต พร้อมประเมินว่า AI จะฉลาดกว่ามนุษยชาติทั้งหมดรวมกันภายในปี 2030 หรือ 2031
“ในที่สุด เราจะมีสินค้าและบริการอย่างล้นเหลือ เพราะผมเชื่อว่าจะมีหุ่นยนต์มากกว่าจำนวนคน” มัสก์กล่าว
หนึ่งในประเด็นที่เป็นรูปธรรมมากที่สุดคือความคืบหน้าของ Optimus โดยมัสก์ระบุว่า Tesla มีแผนเริ่มจำหน่ายหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ให้กับประชาชนทั่วไปได้ภายในปลายปีหน้า
อย่างไรก็ตาม มัสก์แทบไม่ได้กล่าวถึงโครงการรถยนต์ไร้คนขับ (Robotaxi) ซึ่งถือเป็นธุรกิจสำคัญต่ออนาคตของ Tesla นอกจากการย้ำว่า บริษัทหวังจะได้รับการอนุมัติเทคโนโลยี Full Self-Driving ในยุโรปและจีนภายในเดือนหน้า
สำหรับบทสนทนาส่วนใหญ่ของเวทีครั้งนี้มุ่งไปที่แนวคิด “ศูนย์ข้อมูล AI ในอวกาศ” ซึ่งมัสก์และผู้บริหารบิ๊กเทคหลายรายพูดถึงอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยมัสก์เปิดเผยว่า SpaceX มีแผนส่งดาวเทียม AI ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ขึ้นสู่อวกาศภายในไม่กี่ปีข้างหน้า เพื่อแก้ปัญหาการใช้พลังงานมหาศาลของ AI บนโลก
“ผลลัพธ์สุดท้ายคือ สถานที่ที่ต้นทุนต่ำที่สุดสำหรับ AI จะอยู่ในอวกาศ และผมคิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นภายในสองปี หรืออย่างช้าสามปี” มัสก์กล่าว
นอกจากนี้เขายังกล่าวถึงกระแสเทคโนโลยีเพื่อยืดอายุขัยมนุษย์ โดยมองว่าความชราภาพเป็น “ปัญหาที่แก้ได้” แต่ก็เตือนว่า หากมนุษย์มีชีวิตยืนยาวตลอดไป สังคมอาจขาด “พลังชีวิตและความมีชีวิตชีวา”
ทั้งนี้มัสก์ได้ทิ้งท้ายด้วยแนวคิดเชิงปรัชญา โดยเชิญชวนให้ทุกคนมองอนาคตด้วยความหวัง “ผมอยากสนับสนุนให้ทุกคนมองโลกในแง่ดี และตื่นเต้นกับอนาคต” มัสก์กล่าว “โดยทั่วไปแล้ว เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี การเลือกมองโลกในแง่ดี แม้จะผิดพลาดบ้าง ยังดีกว่าการมองโลกในแง่ร้าย แม้จะถูกต้องก็ตาม”
อ้างอิง Business Insider