จากแค่ใช้ AI องค์กรไทยกำลังก้าวสู่ยุค Autonomous Enterprise ที่การลงทุน AI ให้ผลตอบแทนจริง

Tech & Innovation

Digital Transformation

Content Partnership

Content Partnership

Tag

จากแค่ใช้ AI องค์กรไทยกำลังก้าวสู่ยุค Autonomous Enterprise ที่การลงทุน AI ให้ผลตอบแทนจริง

Date Time: 21 ก.ย. 2569 23:32 น.
Content Partnership

“Summary“

เปิดรายงานวิจัย SAP Value of AI Report 2026 ชี้ องค์กรไทยเร่งเดินหน้าลงทุนใน AI อย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่างบลงทุนจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในอีก 2 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกัน ROI เฉลี่ยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมี Agentic AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

ที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญไม่เพียงต่อภาคธุรกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระบบเศรษฐกิจในวงกว้างอีกด้วย โดยวันนี้โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุค “เศรษฐกิจดิจิทัล” ไปสู่ยุค “เศรษฐกิจ AI” ทำให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัว

เราได้เห็นองค์กรทั่วโลกตอบรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวด้วยการเร่งลงทุนใน AI และนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งานในธุรกิจมากขึ้น เช่นเดียวกับในประเทศไทย โดยรายงาน SAP Value of AI Report 2026 ของ SAP และ Oxford Economics ชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจไทยให้ความสำคัญมากขึ้นกับการเปลี่ยนการลงทุนด้าน AI ให้เป็นผลลัพธ์ที่วัดผลได้และสร้างผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น

จากรายงาน พบว่า ในปี 2026 นี้ ธุรกิจไทยคาดว่าจะลงทุนด้าน AI ราว 18.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 602 ล้านบาท* และคาดว่าเงินลงทุนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอีก 44% ในอีก 2 ปีข้างหน้า

ในขณะเดียวกัน ผลตอบแทนจากการลงทุน หรือ ROI ที่ธุรกิจไทยคาดว่าจะได้รับ ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า จาก 18% หรือ 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 115.3 ล้านบาท) ไปเป็น 35% หรือ 8.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 289.9 ล้านบาท)

แต่คำถามสำคัญที่ตามมาคือ เมื่อยอดลงทุนเพิ่มขึ้น และธุรกิจทุ่มเงินเพื่อหันมาใช้ AI แล้ว AI จะสร้างผลตอบแทนได้มากแค่ไหน และเมื่อไหร่?

Value Creation: จากแค่ใช้ AI สู่การสร้างมูลค่าจริง

จากรายงาน SAP Value of AI Report 2026 สะท้อนภาพที่น่าสนใจอย่างหนึ่งของตลาดประเทศไทย พบว่า 71% ของผู้นำธุรกิจไทยบอกว่า พอใจกับผลตอบแทนจาก AI ที่ได้รับในปัจจุบัน แต่ในขณะเดียวกัน หลายคนก็มองว่า ยังมีโอกาสที่จะปลดล็อกผลลัพธ์ที่มากขึ้นได้อีก ด้วยการนำ AI เข้าไปฝังอยู่ในกระบวนการทำงาน การตัดสินใจ และการสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ในช่วงแรก การนำ AI มาใช้กระจายตัวไปในหลากหลายรูปแบบและ Use Case เพื่อให้องค์กรได้ทดลองและค้นหาแนวทางการใช้งานที่สามารถสร้างผลกระทบได้จริง แต่ปัจจุบันธุรกิจกำลังมองหาวิธีขยายการใช้งาน AI ให้ครอบคลุมมากขึ้น

“ธุรกิจไทยมีความก้าวหน้าอย่างมากในการนำ AI มาใช้ และเริ่มเห็นผลตอบแทนที่สามารถวัดผลได้จริงแล้ว โอกาสในขั้นต่อไปคือ การก้าวข้ามจากการนำ AI มาใช้เป็นรายโครงการ ไปสู่การเชื่อมโยง AI เข้ากับกระบวนการทางธุรกิจ ข้อมูลที่เชื่อถือได้ และผสานกับกรอบธรรมาภิบาลให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เมื่อองค์กรทำเช่นนี้ ก็จะสามารถปลดล็อกมูลค่าที่มากขึ้นได้” กุลวิภา ปิยวัฒนเมธา กรรมการผู้จัดการ บริษัท SAP ประจำภูมิภาคอินโดจีน กล่าว

ดังนั้น โจทย์ต่อไปของผู้บริหารไทย คือการเปลี่ยนจากการทำโปรเจกต์ AI เป็นโครงการ ๆ ไปสู่การวาง AI เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจทั้งองค์กร ยิ่ง AI สามารถเชื่อมโยงกระบวนการทางธุรกิจ เชื่อมข้อมูลที่มีคุณภาพ และเป็นส่วนช่วยในการตัดสินใจได้ครอบคลุมมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งช่วยให้องค์กรสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่สามารถวัดผลได้และสร้างมูลค่าทางธุรกิจในระยะยาวได้จริงมากขึ้นเท่านั้น

ROI Surge: Agentic AI ปัจจัยสำคัญขับเคลื่อนการเติบโต

วันนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุค “Autonomous Enterprise” ซึ่งเป็นยุคที่ AI ทำงานร่วมกับคน และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการดำเนินธุรกิจขององค์กรมากขึ้น โดย 78% ของผู้นำธุรกิจไทยมองว่า Agentic AI มีศักยภาพที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้กับธุรกิจ

หนึ่งในประเด็นสำคัญจากรายงาน SAP Value of AI Report 2026 คือบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ Agentic AI ในการขับเคลื่อนผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI โดยข้อมูลจากงานวิจัยคาดว่า ROI จาก Agentic AI ของธุรกิจไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 8.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 280 ล้านบาท) ในอีก 2 ปีข้างหน้า สะท้อนถึงศักยภาพของเทคโนโลยีในการยกระดับ AI จากการใช้งานใน Use Case ต่าง ๆ ไปสู่การประยุกต์ใช้ที่เชื่อมโยงกับธุรกิจมากยิ่งขึ้น

โดย Agentic AI สามารถรับรู้ข้อมูล วางแผน ตัดสินใจ และดำเนินการได้เอง ครอบคลุมหลากหลายฟังก์ชันภายในองค์กร เมื่อองค์กรก้าวข้ามช่วงของการทดลองไปแล้ว ธุรกิจจำนวนมากจะสามารถหันมาให้ความสำคัญกับ Use Case ที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจได้จริง

อย่างไรก็ตาม การจะสร้างผลตอบแทนในระดับดังกล่าวไม่ได้ขึ้นอยู่กับการลงทุนใน AI เพิ่มเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรจะสามารถเชื่อมโยง Agentic AI เข้ากับข้อมูลที่เชื่อถือได้ กระบวนการทางธุรกิจ และบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากเพียงใด เพื่อเปลี่ยนความสามารถของ AI ให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้และสร้างมูลค่าได้อย่างยั่งยืน

Enterprise AI: เปลี่ยนผ่าน AI สู่การใช้งานที่ผสานทั้งองค์กร 

ทุกวันนี้ ธุรกิจไทยนำ AI มาใช้งานในองค์กรมากขึ้น ข้อมูลจากรายงานเดียวกันนี้ระบุว่า 24% ของงานทั้งหมดของธุรกิจไทยโดยเฉลี่ยมีการนำ AI ไปช่วยในการดำเนินการแล้ว และตัวเลขนี้คาดว่าจะขยับขึ้นไปถึง 42% ในอีก 2 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม แนวทางการนำ AI มาใช้ในองค์กรยังคงเป็นแบบแยกส่วน (Piecemeal) เสียส่วนใหญ่ โดย 47% ของการนำ AI มาใช้เกิดขึ้นผ่าน Use Case รายโครงการหรือภายในหน่วยงานธุรกิจแต่ละส่วน แต่ก็นับว่าเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาไปสู่ขั้นต่อไปที่ธุรกิจจะสามารถขยายการนำ AI มาใช้ในองค์กรได้อย่างเต็มรูปแบบ

เมื่อองค์กรต่างเร่งขยายการใช้งาน AI สิ่งที่องค์กรต้องมีตามมาคือ การพัฒนาทักษะ เพิ่มความเป็นผู้นำด้าน AI และปรับรูปแบบการทำงานเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลง

จากรายงาน พบว่า ธุรกิจไทย 40% มีผู้นำที่เชี่ยวชาญด้าน AI โดยเฉพาะแล้ว ขณะที่ 30% ขององค์กรมีการกำหนด KPIs เพื่อนำมาใช้ประเมินผลงานของผู้บริหารด้านการนำ AI มาใช้และการดำเนินงาน และมี 35% ที่จัดหลักสูตรอบรมเกี่ยวกับขีดความสามารถและความเสี่ยงของ AI ให้แก่บุคลากรอย่างเป็นระบบ

นอกจากเรื่องของบุคลากรแล้ว สิ่งที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ อีกหนึ่งอย่างคือ “ข้อมูล” หากต้องการให้การนำ AI ไปใช้งานประสบความสำเร็จ ทุกฝ่ายในองค์กรจำเป็นจะต้องใช้ข้อมูลชุดเดียวกันและเชื่อถือข้อมูลชุดเดียวกัน หรือที่เรียกว่า “Single Source of Truth” เพื่อให้สร้างผลลัพธ์ที่มีความสม่ำเสมอและเชื่อถือได้

อย่างไรก็ตาม แม้ 57% ของธุรกิจไทยจะระบุว่ามีความพร้อมด้านข้อมูลแล้ว แต่ในทางปฏิบัติ 79% ยังคงประสบปัญหาการทำงานซ้ำซ้อนหรือล่าช้า เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่พร้อมใช้งานได้

อีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลอย่างมากต่อความพร้อมขององค์กรไทยในด้าน AI คือเรื่องการกำกับดูแล แม้ว่าธุรกิจจะเร่งลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้าน AI มากขึ้น แต่การกำกับดูแลยังคงเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญต่อการปลดล็อกมูลค่าจาก AI ในระดับองค์กร โดยมีองค์กรเพียงประมาณ 1 ใน 10 เท่านั้นที่ระบุว่ามีความพร้อมด้านการกำกับดูแล AI อย่างเต็มที่ ขณะที่ 13% ระบุว่าบุคลากรมีทักษะที่จำเป็นแล้ว และมีเพียง 14% เท่านั้น ที่ระบุว่ากระบวนการและกรอบการทำงานมีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการกำกับดูแลด้าน AI อย่างมีประสิทธิภาพ 

ความท้าทายเหล่านี้ยิ่งทวีความชัดเจนมากขึ้นเมื่อองค์กรกำลังก้าวเข้าสู่อนาคตของ Agentic AI โดยปัจจุบัน 40% ของบริษัทไทยยังไม่มีขั้นตอนการทำงานที่มีมนุษย์เข้ามามีส่วนร่วม (Human-in-the-Loop) สำหรับกระบวนการทำงานของ Agentic AI ขณะที่ 40% ยังไม่มีขั้นตอนการอนุมัติที่เป็นมาตรฐานสำหรับ AI Agent และมีเพียง 39% ที่มีการจัดทำทะเบียน AI Agent ที่ถูกนำไปใช้งานทั่วทั้งธุรกิจ ช่องว่างดังกล่าวเป็นประเด็นที่น่ากังวล เนื่องจากเกือบ 2 ใน 3 ขององค์กร หรือราว 65% ยอมรับหรือไม่แน่ใจว่าองค์กรกำลังนำ AI Agent มาใช้งานเร็วกว่าความสามารถในการกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

เมื่อการนำ Agentic AI มาใช้เร่งตัวขึ้น การสร้างรากฐานด้านการกำกับดูแลที่แข็งแกร่งจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เพื่อให้การใช้งาน Agentic AI ประสบความสำเร็จ องค์กรจะต้องผสานข้อมูลที่เชื่อถือได้เข้ากับกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจน พร้อมสร้างความมั่นใจว่ามนุษย์ยังคงเป็นผู้ควบคุมในการกำหนดทิศทาง ติดตาม และกำกับดูแลระบบ AI 

ดังนั้น การฝังหลักความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการกำกับดูแลที่เหมาะสมเข้าไปในการดำเนินงานด้าน AI จะช่วยให้องค์กรมั่นใจได้ว่า AI ถูกนำมาใช้งานภายใต้บริบทที่เหมาะสม สร้างความเชื่อมั่นต่อผลลัพธ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และท้ายที่สุดสามารถปลดล็อกมูลค่าที่มากขึ้นจาก AI ได้ทั่วทั้งองค์กร

Autonomous Enterprise: ผสาน AI ข้อมูล และคน ยกระดับมูลค่าให้ธุรกิจ

สำหรับ SAP แนวคิด Autonomous Enterprise คือวิสัยทัศน์ขององค์กรที่จะฝัง AI ลงไปในกระบวนการทำงานของธุรกิจ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล คน และงานให้ดำเนินไปด้วยกัน และเพื่อสร้างกระบวนการที่ชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

กุลวิภา ปิยวัฒนเมธา กล่าวว่า “ธุรกิจในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่หรือ SME จำเป็นต้องเชื่อม AI เข้ากับข้อมูลและกระบวนการทำงานที่ขับเคลื่อนองค์กร พร้อมทำให้ AI มีบริบทที่ถูกต้องและอยู่ภายใต้ระบบกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้ นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่า Autonomous Enterprise” 

“ขณะที่การลงทุนด้าน AI ยังคงเพิ่มขึ้น จุดสนใจของผู้นำธุรกิจกำลังเปลี่ยนจากการนำ AI มาใช้ ไปสู่การทำให้เกิดมูลค่าจริงจาก AI หรือ Value Realization แนวทาง Autonomous Enterprise ช่วยให้องค์กรก้าวข้ามการทดลอง ด้วยการผสาน AI เข้ากับกระบวนการที่ขับเคลื่อนผลการดำเนินงานของธุรกิจ สร้างโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนมากขึ้น และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน” กุลวิภา ปิยวัฒนเมธา กล่าว

วันนี้ ธุรกิจไทยกำลังก้าวเข้าสู่ขั้นต่อไป ก้าวข้ามจากการนำ AI มาทดลอง ไปสู่การใช้งานจริงทั่วทั้งองค์กร และเปลี่ยนจาก AI ที่ช่วยคนทำงาน ไปสู่ AI ที่ทำงานร่วมกับคนเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจในระยะยาว

*อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 8 กันยายน 2026

อ่านข่าวเทคโนโลยี โลกนวัตกรรม Digital Transformation กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/tech_innovation 

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney 


Author

Content Partnership

Content Partnership