จ่ายแพง เรียนหนัก แต่ทักษะไม่ตอบโจทย์ตลาด ดร.การดี จี้แผลใหญ่การศึกษาไทยที่กำลังเหลื่อมล้ำสุดขั้ว

Tech & Innovation

Digital Transformation

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

จ่ายแพง เรียนหนัก แต่ทักษะไม่ตอบโจทย์ตลาด ดร.การดี จี้แผลใหญ่การศึกษาไทยที่กำลังเหลื่อมล้ำสุดขั้ว

Date Time: 24 ม.ค. 2569 23:41 น.

Video

ปี 2026 ทองคำมาวิน? หุ้นไทยปีนี้ยากแล้ว ปีหน้ายากกว่า?| Thairath Money Night Stand EP.30

Summary

เด็กไทยยังครองแชมป์เรียนหนักสุดในโลก แต่ผลคะแนนวัดระดับกลับรั้งท้าย ยิ่งในยุคที่ AI เข้ามา ระบบการศึกษาของประเทศยิ่งต้องปรับ พูดคุยกับ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ถึงภาพการศึกษาของไทย พร้อมเสนอโรดแมปรื้อระบบ ตั้งแต่การปลดล็อกภาระครู ไปจนถึงการเปลี่ยนรัฐให้เป็นผู้สนับสนุน เพื่อสร้างพลเมืองโลกที่อยู่รอดได้จริงในยุคที่ AI กำลังไล่ล่าทุกอาชีพ

Latest


ไทยยังครองแชมป์เด็กนักเรียนใช้เวลาในห้องเรียนนานที่สุดในโลก แต่ผลลัพธ์กลับสวนทางอย่างน่าตกใจ เมื่อคะแนนประเมินทักษะสากลหรือ PISA ดิ่งลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก ขณะที่เม็ดเงินมหาศาลที่ผู้ปกครองทุ่มลงไปกลับแลกมาได้เพียง “ทักษะที่ตลาดงานไม่ต้องการ” ล่าสุด ดร.การดี เลียวไพโรจน์ หรือ ดร.อ้อ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาส่งสัญญาณเตือนผ่านรายการ Digital Frontiers: Special Talks #เลือกอีกสักตั้ง โดย Thairath Money ถึงภาพการศึกษาของไทย พร้อมเสนอโรดแมปรื้อระบบ ตั้งแต่การปลดล็อกภาระครู ไปจนถึงการเปลี่ยนรัฐให้เป็นผู้สนับสนุน เพื่อสร้างพลเมืองโลกที่อยู่รอดได้จริงในยุคที่ AI กำลังไล่ล่าทุกอาชีพ

“ทำไมการเรียนคุณภาพดีเดี๋ยวนี้ถึงแพงจัง?” คือคำถามที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ดร.การดี เลียวไพโรจน์ เผย โดยพบว่า ปัญหาค่าใช้จ่ายทางการศึกษาเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของวิกฤตที่ใหญ่กว่า นั่นคือการศึกษาในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมากกับสังคม ก้อนน้ำแข็งข้างล่าง คือ เรื่อง “ความเหลื่อมล้ำ” ที่กำลังมีผลกับระบบการศึกษาไทย

ปัญหาที่แท้จริงที่พบคือ แม้เด็กไทยจะเรียนหนัก โดยมีรายงานจาก World Population Review ระบุผลสำรวจของปี 2026 พบว่า ไทยเป็นประเทศที่เด็กต้องใช้เวลาอยู่ในห้องเรียนยาวนานที่สุด มากถึง 9.5 ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการศึกษาอย่าง ฟินแลนด์ เด็ก ๆ กลับใช้เวลาในห้องเรียนเพียง 5 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น ในฝั่งของพ่อแม่ก็มักจะยอมจ่ายแพงเพื่อให้ลูก ๆ ได้เข้าถึงการศึกษาที่ดีที่สุด แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นความเหลื่อมล้ำที่กว้างขึ้น และท้ายที่สุดทักษะในห้องเรียนกลับ “ดื้อ” ต่อความต้องการของตลาดแรงงานในยุค AI


วิกฤต PISA: ความเหลื่อมล้ำที่ถูกซ่อนไว้ใต้ค่าเฉลี่ย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีรายงานออกมาต่อเนื่องว่า ผลคะแนน PISA (Programme for International Student Assessment) โครงการประเมินผลวัดผลความสามารถของนักเรียนร่วมกับนานาชาติ โดยของประเทศไทยนั้นคะแนนย่ำแย่อย่างน่าใจหาย โดย ดร.การดี ชี้ให้เห็นประเด็นที่แหลมคมกว่านั้น คือ ความเหลื่อมล้ำสุดขั้วที่ซ่อนอยู่

จะเห็นได้ว่า ผลคะแนน PISA จากปี 2022 ที่รายงานไว้โดย OECD คะแนนสามส่วนคือ คณิตศาสตร์ การอ่าน และวิทยาศาสตร์ทั้งสามส่วนนี้ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD ซึ่งหากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน สิงคโปร์คืออันดับหนึ่งที่ทำคะแนนได้สูงที่สุด 

คะแนนเฉลี่ย PISA (ภาพจาก OECD)
คะแนนเฉลี่ย PISA (ภาพจาก OECD)


“เราเห็นข่าวโรงเรียนหัวกะทิบางแห่งมีคะแนน (PISA) สูงกว่าอันดับหนึ่งของโลกด้วยซ้ำ แต่นั่นคือกลุ่มเล็ก ๆ ในขณะที่โรงเรียนส่วนใหญ่ของประเทศกลับมีคะแนนต่ำมากจนลากค่าเฉลี่ยลงมา” ดร.การดีกล่าว

สิ่งเหล่านี้กลายเป็นภาพสะท้อนว่าระบบการศึกษาไทยไม่ใช่แค่ “ไม่เก่ง” แต่เรากำลังอยู่ในระบบที่ “ตัวใครตัวมัน” ใครมีกำลังจ่ายก็ได้เข้าถึงโอกาสที่ดีกว่า ส่วนเด็กอีกนับล้านคนกำลังถูกทิ้งไว้ข้างหลังพร้อมกับทักษะที่ไม่เพียงพอต่อการแข่งขันในโลกอนาคต


ทักษะดื้อความต้องการตลาด

ตอนนี้มีศัพท์ Gen Z ที่มักจะพูดกัน คือคำว่า “ดื้อ” เราเลยใช้เป็น “ทักษะดื้อความต้องการตลาด” หรือก็คือการที่เด็กไทยแม้จะตั้งใจเรียนมาอย่างหนัก 4 ปีในมหาวิทยาลัย แต่กลายเป็นสิ่งที่บริษัทไม่ต้องใช้ หรือถูก AI แทนที่ไปหมดแล้ว 

ดร.การดี อธิบายว่า ในโลกยุค AI เราไม่สามารถวัดความสำเร็จของเด็กผ่านตัวอักษร A-F หรือเกรดเฉลี่ยในกระดาษได้อีกต่อไป เพราะโลกการทำงานจริงต้องการ “สมรรถนะ” (Competency) เช่น ทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และจริยธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้วัดไม่ได้ด้วยข้อสอบปรนัย

“เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการเรียนเพื่อเอาปริญญา มาเป็นการเรียนเพื่อสะสมทักษะที่ตลาดต้องการจริง ๆ (On-demand Skills)” ดร.การดีกล่าว พร้อมเสนอแนวคิด Skill Wallet หรือกระเป๋าสตางค์ทักษะ ที่ให้เด็กและคนทำงานเก็บสะสมเครดิตจากการเรียนสั้น ๆ (Short Courses) ที่เรียนตอนไหนก็ได้ แต่นำไปใช้งานได้จริง 


ปลดล็อก “ครูไทย” จากจำเลยสังคมสู่ “โค้ชการเรียนรู้”

นอกจากที่ตัวเด็กนักเรียนเองแล้ว คุณครูคืออีกหนึ่งปัจจัยที่มักจะถูกสังคมตราหน้าว่าคือสาเหตุของความล้มเหลว แต่ดร.การดี ในฐานะอดีตอาจารย์ มองต่างออกไปว่า “ครูไทยกำลังแบกภาระที่เกินตัว ทั้งงานธุรการ งานเอกสารทำวิทยฐานะ เฝ้าเวรในโรงเรียน หรือแม้กระทั่งบางคนต้องทำยันงานครัว ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้ครูทำหน้าที่สอนได้ไม่เต็มที่”

ดร.การดีเสนอทางออกไว้ 3 อย่าง ประกอบไปด้วย

  • ลดภาระงานครู: รัฐต้องจ้างเจ้าหน้าที่ธุรการแยกต่างหากเพื่อให้ครูได้กลับไปทำหน้าที่ “สอน” อย่างเต็มที่
  • ใช้ AI Tutor: นำเทคโนโลยีมาช่วยครูวิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อนของเด็กแต่ละคน ครูจะได้ไม่ต้องเสียเวลาตรวจข้อสอบแบบเดิม ๆ แต่มีเวลาไปเป็น “โค้ช” ที่คอยบ่มเพาะความเป็นมนุษย์และจริยธรรมให้กับเด็ก
  • เปลี่ยนบทบาทครู: จากผู้บรรยาย (Lecturer) สู่ผู้ออกแบบการเรียนรู้ (Learning Designer)

นอกจากนี้ ดร.การดี ยังได้มีการนำเสนออีกนโยบาย คือ Skill Voucher หรือคูปองทักษะ ซึ่งไม่ใช่การแจกเงินเพื่อเยียวยาอย่างเดียว แต่เป็นการลงทุนให้คนไทยทุกช่วงวัยได้นำไปใช้ Upskill หรือ Reskill กับสถาบันที่ผ่านการรับรอง ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยหรือแพลตฟอร์ม EdTech ระดับโลก

และยังต้องทะลาย “กำแพงโรงเรียน” ให้ระบบการศึกษาเป็นระบบเปิด เด็กในโรงเรียนขนาดเล็กต้องสามารถเข้าถึงวิชาเลือกที่หลากหลายจากโรงเรียนขนาดใหญ่หรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกได้ผ่านระบบออนไลน์ รัฐต้องเลิก “ขวางทาง” ด้วยกฎระเบียบที่ล้าหลัง และเปลี่ยนมาเป็น “ผู้สนับสนุน” (Facilitator) ที่เปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาช่วยออกแบบหลักสูตรที่ทันสมัย



โลกเปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน แต่ระบบที่เราใช้… เดินทันไหม?

📌 การศึกษาในยุค AI
📌 แรงงานโลกใหม่
📌 รัฐบาลดิจิทัล

Digital Frontiers : Special Talks #เลือกอีกสักตั้ง ชวนคุยกับนักการเมืองสายเทคจาก 3 พรรค

  • ดร.อ้อ การดี เลียวไพโรจน์ พรรคประชาธิปัตย์
  • คุณป้อม ภาวุธ พงษ์วิทยภานุช พรรคประชาชน
  • คุณแจ๊ค ฉัตรริน จันทร์หอม พรรคเพื่อไทย


เพื่อทำความเข้าใจโจทย์เดียวกันของประเทศ ปัญหาอยู่ตรงไหน ทางออกมีจริงแค่ไหน และสุดท้าย… เราทุกคนต้องปรับตัวยังไง

🎥 ติดตามทั้ง 3 ตอน ได้ที่ YouTube : Thairath Money
🗓 เวลา 11.00 น.
📍 24 • 26 • 28 ม.ค. 69


ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney 



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ