
หลังจากที่ “ธนาคารกรุงเทพ” ได้เดินหน้าโครงการ Bualuang Save the Earth: 3R+ (Reduce Reuse Recycle Plus) เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและมีการบริหารจัดการขยะที่เกิดขึ้นภายในธนาคารอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดเป้าหมายสำคัญที่ต้องการจะลดปริมาณ ‘ขยะฝังกลบเป็นศูนย์’ ดำเนินการนำร่องพื้นที่อาคารสำนักงานพระราม 3 (Zero Waste to Landfill @ BBL Rama3) ภายในปี 2568 ซึ่งได้นำแนวคิดการบริหารจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจรมาปรับใช้อย่างจริงจัง จนเกิดเป็นผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการที่ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง
ล่าสุด ธนาคารกรุงเทพ ได้ประกาศผลภารกิจพิชิตเป้าหมาย Zero Waste to Landfill ที่อาคารสำนักงานพระราม 3 ที่สามารถลดขยะฝังกลบได้ถึง 81% พร้อมเดินหน้าต่อในภารกิจ Zero Waste to Landfill Next ก้าวต่อไปสู่สังคมไร้ขยะฝังกลบ ขยายโมเดลจัดการขยะสู่หน่วยงานธนาคารที่ได้รับคัดเลือกทั่วประเทศ สะท้อนความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ และร่วมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภารกิจพิชิตเป้าหมาย Zero Waste to Landfill @ BBL Rama 3 ภายใต้โครงการ Bualuang Save the Earth: 3R+ (Reduce Reuse Recycle Plus) ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2567 ที่ผ่านมา สามารถลดปริมาณขยะทั่วไปที่ต้องนำไปฝังกลบได้กว่า 58.5 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2566 คิดเป็นปริมาณที่ลดลงถึง 81% ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 204.75 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
ซึ่งย้อนกลับไปก่อนเริ่มโครงการ อาคารพระราม 3 มีปริมาณขยะทุกประเภทรวมกันสูงถึง 73 ตันต่อปี (73,074.7 กิโลกรัม) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขยะทั่วไปที่ต้องส่งไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบถึง 71 ตันต่อปี หรือเฉลี่ยเดือนละ 5 - 6 ตันเลยทีเดียว
ความสำเร็จนี้มาจากความร่วมมือร่วมใจของพนักงานทุกคนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ทำให้ปัจจุบันอาคารพระราม 3 มีขยะที่ถูกส่งเข้ากระบวนการรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้กว่า 22.86 ตัน
แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
1. ขยะรีไซเคิล (พลาสติก ขวดน้ำ แก้วน้ำ) จำนวน 12.69 ตัน
2. ขยะเศษอาหาร 8.35 ตัน ที่สามารถนำไปแปรรูปเป็นสารบำรุงดิน
3. ขยะกำพร้า 1.82 ตัน ที่สามารถนำไปแปรรูปเป็นก้อนเชื้อเพลิงพลังงาน
“จากภารกิจที่ดำเนินการมาประมาณ 1 ปีกว่า ๆ ปัจจุบันสามารถช่วยลดปริมาณขยะทั่วไปที่ต้องส่งไปฝังกลบจากเดิม 71 ตันต่อปี หรือประมาณ 5-6 ตันต่อเดือน เหลือเพียง 13.3 ตันต่อปี หรือเฉลี่ย 1 ตันต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งอาคารนี้มีพนักงานนั่งประจำอยู่ที่นี่มากกว่า 1,600 คน ไม่รวมพนักงานที่เข้ามาเป็นครั้งคราวเท่ากับว่าปริมาณขยะทั่วไปที่เกิดในแต่ละเดือนเหลือไม่ถึงคนละ 1 กิโลกรัม นั่นหมายถึงเรากำลังเดินมาถูกทาง และมีแนวทางที่ชัดเจนมากกว่าเดิม ถ้าหากทุกฝ่ายช่วยกันลดการเกิดขยะและคัดแยกอย่างต่อเนื่อง เป้าหมาย Zero Waste to Landfill ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม และธนาคารในฐานะ ‘เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน’ พร้อมเดินหน้าร่วมกับพนักงานทุกคนเพื่อสร้างการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของปัญหาขยะยิ่งขึ้น และพนักงานของเราจะต่อยอดไปสู่ครอบครัวและชุมชนต่อไป” ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูล กล่าว
ทั้งนี้ผลลัพธ์นี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เทียบเท่ากับการปลูกป่าหลายสิบไร่ แต่ยังสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพราะธนาคารพบว่าขยะที่ถูกทิ้งลงแม่น้ำมักจะเสื่อมสภาพจนเสียมูลค่าไปอย่างน่าเสียดาย แต่หากมีการคัดแยกที่ดีตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นพลาสติก กระดาษ หรือขยะเศษอาหารที่นำไปทำปุ๋ยบำรุงดิน สิ่งเหล่านี้จะสามารถกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนได้มหาศาล
สำหรับก้าวต่อไปในปี 2569 ดร. กอบศักดิ์ ฉายภาพว่า ธนาคารกรุงเทพ พร้อมเดินหน้าภารกิจ Zero Waste to Landfill Next ก้าวต่อไปสู่สังคมไร้ขยะฝังกลบ จากอาคารสำนักงานพระราม 3 ไปยังกลุ่มอาคารสำนักงานใหญ่ ศูนย์ปฏิบัติการสนับสนุน และสาขาที่ได้รับคัดเลือกทั่วประเทศ พร้อมทั้งเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้กับ Bualuang Green Team ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกต้นแบบรุ่นแรกกว่า 170 คน และจะเปิดรับเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน
รวมทั้งมีการส่งต่อแนวคิดนี้ไปยังกลุ่มลูกค้าผ่านกลยุทธ์ “Reduce, Reuse, Recycle Plus” หรือ 3R+ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกที่เข้มงวดขึ้น เช่น ภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) และมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ของ EU ซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจไทยในอนาคตอันใกล้
นอกจากบทบาทภายในองค์กรแล้ว ธนาคารยังสนับสนุนลูกค้ากลุ่ม SME และภาคธุรกิจผ่าน “สินเชื่อสีเขียว” (Green Loan) เพื่อการลงทุนในนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การติดตั้ง Solar Rooftop หรือการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ EV พร้อมทั้งจัดตั้ง Green Transition Academy เพื่อให้ความรู้และคำปรึกษาร่วมกับ Startup ในการวางแผนปรับโฉมธุรกิจสู่ความยั่งยืน (Green Transition) ทั้งในระดับ Scope 1, 2 และ 3 เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยในปี 2050 อย่างมั่นคงและยั่งยืนไปด้วยกัน
ขณะเดียวกัน บนเส้นทางกว่า 1 ปีของโครงการจัดการขยะภายใต้ร่มเงาของธนาคารกรุงเทพ ความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจที่สุดไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ตัวเลขการลดขยะไปสู่บ่อฝังกลบได้ถึง 80% เท่านั้น จิระวัฒน์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Vice president ฝ่ายผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้ฉายภาพให้เห็นว่า ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยิ่งใหญ่กว่าตัวเลขคือ “พลังแห่งความร่วมมือ” ของคนในองค์กร ตั้งแต่พนักงานทุกระดับไปจนถึงทีมแม่บ้านที่ร่วมแรงร่วมใจกันจนกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่
ซึ่งความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากปาฏิหาริย์หรือช่วงเวลาสั้นๆ แต่เป็นดอกผลของกระบวนการที่ใช้เวลาบ่มเพาะ ผ่านการสื่อสาร การเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์ และการวางระบบจัดการปลายทางอย่างประณีต
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความสำเร็จยังมีโจทย์ “ปราบเซียน” ที่ต้องเผชิญในทุกวัน นั่นคือ “ขยะจากวิถีชีวิตประจำวัน” ที่มีความเร่งรีบ โดยเฉพาะเศษอาหารที่มักจะไปปนเปื้อนกับขยะสะอาดจนทำให้กระบวนการรีไซเคิลทำได้ยากขึ้น การเดินหน้าต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงการรักษามาตรฐานเดิม แต่เป็นการมุ่งเน้นไปที่การลดภาระของทีมแม่บ้าน โดยให้พนักงานทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการแยกขยะให้ถูกวิธีและสะอาดตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งองค์ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากจุดเริ่มต้นที่สำนักงานพระราม 3 จะกลายเป็นเข็มทิศสำคัญในการขยายผลไปยังอาคารและสาขาอื่นๆ ของธนาคารในอนาคต
ดังนั้นก้าวต่อไปของธนาคารกรุงเทพภายใต้แนวคิดบัวหลวงร่วมใจ จึงเป็นการมองที่ไกลกว่าเป้าหมายภายในองค์กร แต่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมไทยและสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง เพราะในวันที่พื้นที่ฝังกลบขยะของกรุงเทพมหานครมีจำกัด องค์กรขนาดใหญ่จึงต้องเป็นกำลังสำคัญในการช่วยลดมลพิษ เพื่อส่งต่ออากาศที่บริสุทธิ์และสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นให้กับทุกคน
“ทุกการใช้สิ่งของของเราในวันนี้คือการสร้างขยะในวันหน้า แต่หากเราทุกคนมีองค์ความรู้ในการคัดแยกและจัดการอย่างถูกต้อง ขยะเหล่านั้นก็สามารถกลับมาสร้างประโยชน์ได้อีกครั้ง ซึ่งความรู้นี้เองที่จะเป็นเมล็ดพันธุ์ที่พนักงานจะส่งต่อให้ครอบครัวและขยายผลจนกลายเป็นสังคมที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง” จิระวัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ กิจกรรม Zero Waste to Landfill Next ก้าวต่อไปสู่สังคมไร้ขยะฝังกลบ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Bualuang Save the Earth: 3R+ (Reduce, Reuse, Recycle Plus) ซึ่งธนาคารเริ่มนำร่องที่อาคารสำนักงานพระราม 3 ตั้งแต่ปี 2567 ครอบคลุมการบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร อาทิ การอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการคัดแยกขยะให้แก่ทีมแม่บ้านและพนักงานโดยผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) การใช้ภาชนะย่อยสลายได้ในโรงอาหาร การติดตั้งเครื่องกำจัดขยะเศษอาหารด้วยเทคโนโลยี Food Waste Processor เพื่อแปรรูปเป็นสารบำรุงดิน
รวมถึงความร่วมมือกับบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด ในโครงการ “ส่งขยะกลับบ้าน” รับบริจาคขยะกำพร้าหลากหลายชนิด เช่น เสื้อผ้าเก่า พลาสติก โฟม ซองขนม กล่องนม หลอด เพื่อนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงพลังงานทดแทน RDF (Refuse Derived Fuel) สำหรับใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าหรือความร้อน แทนเชื้อเพลิงฟอสซิล หรือนำไปใช้ประโยชน์อื่นต่อไป