“ยุทธศักดิ์ สุภสร“ เพิ่มบทบาท กนอ. ฟื้นพลังการลงทุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

Sustainability

ESG Strategy

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“ยุทธศักดิ์ สุภสร“ เพิ่มบทบาท กนอ. ฟื้นพลังการลงทุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

Date Time: 12 ก.พ. 2567 06:01 น.

Summary

พลันที่ “ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร” ก้าวเข้ามารับตำแหน่งประธานกรรมการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (บอร์ด กนอ.) ด้วยความที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ ผสมความเป็นนักการตลาด ความที่เป็นคนความคิดลื่นไหล คล่องแคล่ว รู้การแสวงหาโอกาสทางธุรกิจ เขาจึงมีเป้าหมายใหญ่ที่จะเพิ่มการลงทุนในประเทศโดยปรับบทบาทการทำงานของ กนอ.ใหม่ ให้เป็นเชิงรุก ภายใต้แนวคิด “WISH Together”

Latest

ถอดรหัสกลยุทธ์ 15 ปี ยูนิโคล่ ประเทศไทย จาก Fast Fashion สู่ RE.UNIQLO ยืดอายุเสื้อผ้า

พลันที่ “ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร” ก้าวเข้ามารับตำแหน่งประธานกรรมการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (บอร์ด กนอ.) ด้วยความที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ ผสมความเป็นนักการตลาด

ความที่เป็นคนความคิดลื่นไหล คล่องแคล่ว รู้การแสวงหาโอกาสทางธุรกิจ เขาจึงมีเป้าหมายใหญ่ที่จะเพิ่มการลงทุนในประเทศโดยปรับบทบาทการทำงานของ กนอ.ใหม่ ให้เป็นเชิงรุก ภายใต้แนวคิด “WISH Together”

เขาได้กำหนดให้ กนอ.เพิ่มบทบาทในการเร่งรัดการลงทุนในประเทศ ให้สัดส่วนการลงทุนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เพิ่มขึ้นเป็นไม่น้อยกว่า 27% ในปี 2569 โดยเพิ่มจาก 2.6 ล้านล้านบาท เป็น 3.05 ล้านล้านบาท เพื่อปลุกประเทศไทยที่เป็นยักษ์หลับให้ตื่นอย่างมีพลัง

เขาตั้งเป้าให้การลงทุนกลับมามีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และทำให้ไทยหลุดจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง หลังจากสัดส่วนการลงทุนในประเทศไทยอยู่ในระดับต่ำมาเป็นเวลานาน

เนื้อหาของนโยบายและการทำงานของ กนอ.จากนี้เป็นอย่างไร

“ดร.ยุทธศักดิ์” ได้เจียระไนให้ “ทีมเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ได้ฟัง เพื่อนำมาถ่ายทอดต่อท่านผู้อ่าน ดังต่อไปนี้

ฉายภาพการลงทุนประเทศ

ดร.ยุทธศักดิ์กล่าวว่า การลงทุนนับเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวม

อย่างไรก็ดี ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยเติบโตในอัตราที่ลดลงตามลำดับ โดยในปี 2546-2550 ขยายตัวเฉลี่ย 5.6% ปี 2551-2555 ขยายตัวเฉลี่ย 3.3% ปี 2556-2560 ขยายตัวเฉลี่ย 1.9% และปี 2561-2565 ขยายตัวเฉลี่ย 0.9%

สาเหตุหนึ่งมาจากการลงทุนที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเมื่อคำนึงถึงปัจจัยเชิงโครงสร้างของประเทศ ส่งผลให้ผลิตภาพการผลิต และความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดลง

ธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าประเทศไทยจำเป็นต้องเพิ่มการลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้สัดส่วนการลงทุนต่อจีดีพี เพิ่มขึ้นอีก 4% จาก 23% ในปี 2562 เป็น 27% เพื่อให้ไทยหลุดจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง

ทั้งนี้ ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายเพื่อให้หลุดพ้นจากสภาวะการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการลงทุนที่อยู่ในระดับต่ำมาเป็นเวลานาน โดยนับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้ง ในปี 2540-2541 สัดส่วนการลงทุนรวมภาครัฐและเอกชนต่ำกว่า 25% ของจีดีพีมายาวนานถึง 25 ปี

ปัจจุบันมูลค่าการลงทุนที่ขจัดผลของเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.6 ล้านล้านบาท ในขณะที่การลงทุนโลกยังคงอ่อนแรงเนื่องจากต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น เศรษฐกิจที่เพิ่งฟื้นตัว และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่างๆ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค รวมถึงความพร้อมของเอกชนในการลงทุน

ซึ่งใน การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ได้เผยแพร่รายงาน World Economic Situation and Prospects 2024 ระบุว่า การลงทุนทั่วโลกในปี 2566 มีอัตราการเติบโตเพียง 1.9% ลดลงจาก 3.3% ในปี 2565 และเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำกว่าช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2554–2562) ที่มีการเติบโตอยู่ในระดับเฉลี่ย 4%

กุญแจสำคัญให้เศรษฐกิจฟื้น

จากบทความ “ทรานส์ฟอร์มลงทุนไทยอย่างไร? ให้ออกจากดักแด้กลายเป็นเสือ” โดยฝ่ายมหภาคของธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่า “การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจด้านการลงทุน” เป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวและกลับมาเติบโตได้เต็มศักยภาพ (Potential Growth)

ภาครัฐจำเป็นต้องมีบทบาทหลักในการปรับโครงสร้างการลงทุน ด้วยการผลักดันและเร่งให้เกิดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เสริมสร้างศักยภาพการเติบโตให้กับเศรษฐกิจไทย (Strategic Investment) ให้เท่าทันและสอดรับกับกระแสโลกใหม่ รวมทั้งจูงใจให้ภาคเอกชนลงทุนตาม (Crowding-in effects)

ได้แก่ 1.การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลทั้งด้าน Hardware และ Software 2.การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง 3.การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และ 4.การลงทุนในทุนมนุษย์ (Human Capital) โดยเฉพาะ “การยกระดับทักษะด้านดิจิทัล” ให้กับแรงงาน ซึ่งจำเป็นอย่างมากในอนาคต

ดังนั้น การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ซึ่งเป็นกลไกภาครัฐในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมของประเทศ ต้องเพิ่มบทบาทในการเร่งรัดการลงทุน โดยตั้งเป้าหมายสนับสนุนช่วยเพิ่มการลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่อง จนสัดส่วนการลงทุนต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นเป็นไม่น้อยกว่า 27% ในปี 2569

“โดยเพิ่มจาก 2.6 ล้านล้านบาท เป็น 3.05 ล้านล้านบาท เพื่อให้การลงทุนกลับมามีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนำไปสู่การยกระดับการเติบโตที่มีศักยภาพให้สูงกว่า 3.5% ต่อไป”

บทบาทใหม่เชิงรุกของ กนอ.

ดร.ยุทธศักดิ์กล่าวว่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเพิ่มการลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่องดังกล่าว จึงมีความปรารถนา (WISH) ที่จะเห็น กนอ. ปรับบทบาทในเชิงรุก ดังต่อไปนี้

W : Wealth of the Nation เป็นผู้สร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของประเทศและความยั่งยืนของอุตสาหกรรม

I : Investment Enhancer เป็นผู้ส่งเสริมให้เกิดการลงทุน โดยทำการตลาดเชิงรุกในการชักจูงการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและผู้ร่วมดำเนินการนิคมอุตสาหกรรม

S : Strengthen Industrial Competitiveness เป็นผู้เกื้อหนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการและอุตสาหกรรม เปลี่ยนบทบาทจากหน่วยงานกำกับดูแล (Regulator) มาเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ในการพัฒนาอุตสาหกรรมนั้นๆ

กนอ. ต้องเป็น DNA ของผู้ประกอบการในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Empowering) ภารกิจไม่ได้จบแค่มาตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ต้องดูแลต่อเนื่อง (Caretaker) ให้มีผลประกอบการที่ดี กระตุ้นให้เกิดการขยายการลงทุนต่อไป

H : High–rated Organization เป็นผู้ดูแลที่ดี โดยเฉพาะผู้มีส่วนได้เสีย เป็นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นและการเป็นที่ยอมรับ กนอ. ทั้งในประเทศและระดับสากล เน้นมิติคุณภาพการให้บริการแก่ภาคเอกชนผู้พัฒนานิคม/ผู้ประกอบการในนิคม/ชุมชนโดยรอบนิคม

รวมถึงให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานภายในองค์กร เน้น Work-Life Balance สร้าง กนอ. เป็น One of the Best Employers ของประเทศที่พนักงานทุกคนภาคภูมิใจ พร้อมทำงานเพื่อความสำเร็จขององค์กรร่วมกัน

ถึงเวลาลงทุนในประเทศไทย

สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนภายใต้ WISH ดร.ยุทธศักดิ์กล่าวว่า อยู่ภายใต้แนวคิด “ฟื้นการลงทุน หนุนผู้ประกอบการ สร้างความยั่งยืน” ให้ภาคอุตสาหกรรมแข็งแกร่ง มีศักยภาพเพียงพอในการเติบโต พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงจากภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (Digital Transformation)

ทั้งนี้ การฟื้นการลงทุน จะต้องส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการทำการตลาดเชิงรุกในการชักจูงการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และผู้ร่วมดำเนินการนิคมอุตสาหกรรมจนสัดส่วนการลงทุนต่อจีดีพีเพิ่มขึ้น โดยภาพลักษณ์ ประเทศไทยต้องเป็นจุดหมายปลายทางด้านการลงทุนของโลก ภูมิภาค นิคมอุตสาหกรรม ต้องเป็นแบรนด์ที่ดีของประเทศไทยด้านการลงทุน เพื่อให้ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งความเจริญรุ่งเรืองและโอกาสไม่มีที่สิ้นสุด (Land of Infinite Prosperity and Opportunities)

จึงกำหนดแนวทางการสื่อสารการตลาดภายใต้แนวคิด NOW Thailand–The time is NOW to invest in Thailand. หรือถึงเวลาที่จะลงทุนในประเทศไทยแล้ว เพื่อสร้างความแตกต่าง และสร้างแบรนด์ของ กนอ.ที่ดี เข้มแข็ง ให้เป็นที่ยอมรับ

แนวคิด NOW Thailand ประกอบด้วย N: New horizons of Investment พร้อมรับการลงทุนใหม่ๆทุกรูปแบบ O : Opportunity Unlimited เปิดกว้างโอกาสทางธุรกิจอย่างไร้ข้อจำกัด W : Wealth– packing Districts เป็นเขตประกอบความมั่งคั่งของผู้ประกอบการและนักลงทุนที่ยั่งยืน

“การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ ต้องให้บริการสิทธิประโยชน์ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ กำหนดค่าบริการระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกในอัตราที่เหมาะสมและเอื้อต่อการประกอบกิจการ เพื่อสร้างแรงดึงดูดให้ผู้ประกอบการเข้ามาในนิคมฯมากขึ้น”

นอกจากนี้ ต้องให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการทุกขนาด รวมถึง SMEs พร้อมยกระดับความง่ายในการทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) ช่วยแก้ปัญหา ลดอุปสรรค และกำกับดูแลการประกอบกิจการของผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมด้วยความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้

ปีแห่งความยั่งยืนของการลงทุน

ดร.ยุทธศักดิ์กล่าวต่อไปว่า การเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการ และการทำให้นิคมอุตสาหกรรมเป็นเขตประกอบความมั่งคั่ง (Wealth-packing Districts) ของผู้ประกอบการและนักลงทุนนั้น ต้องอยู่บนพื้นฐานของ 4 ธาตุ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ที่ กนอ. ต้องให้ความสำคัญในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

ประกอบด้วย ดิน หมายถึง การจัดหาและพัฒนาที่ดินให้เพียงพอกับความต้องการของนักลงทุนเพื่อการจัดตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรม ทั้งการดำเนินการเอง ร่วมทุน และร่วมดำเนินการ

น้ำ หมายถึง การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างหลักประกันว่าผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมจะมีน้ำใช้อย่างเพียงพอและในต้นทุนที่เอื้อต่อการแข่งขันทางธุรกิจ พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง โดยไม่กระทบการใช้น้ำของภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรมอื่น

ลม หมายถึง การลดมลภาวะทางอากาศ การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดการขยะ โดยเน้นความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณชน

ไฟ หมายถึง พลังงานที่มั่นคง โครงข่ายการสื่อสารโทรคมนาคมที่มีประสิทธิภาพ ให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ กนอ. ต้องเป็นกลไกขับเคลื่อนสร้างความยั่งยืน (Sustainability) ของอุตสาหกรรม โดยใช้ความยั่งยืนเป็นกลยุทธ์ในการสร้างการเติบโต ดึงดูดการลงทุนให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการลงทุนของโลก และใช้ความยั่งยืนเป็นหัวใจของการเติบโตของอุตสาหกรรมและการลงทุน ทำให้ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมเป็น “ซุปเปอร์ ฮีโร่” ในการดูแลปกป้องโลกไว้

ขณะเดียวกัน ต้องช่วยผู้ประกอบการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน เปลี่ยนจากรูปแบบเดิมที่เน้นการแข่งขันเชิงปริมาณไปสู่การร่วมมือกันและแบ่งปันความรู้เชิงคุณค่า ออกแบบธุรกิจยั่งยืนให้อยู่ในรูปแบบของเศรษฐกิจหมุนเวียน สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและนวัตกรรม และเข้าไปมีส่วนร่วมกับการลดปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจก โดยใช้เทคโนโลยีที่สะอาดขึ้น ส่งเสริมการซื้อขายคาร์บอนเครดิต

ให้ กนอ. และผู้ประกอบการร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการบรรลุเป้าหมายไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายไปสู่ “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Carbon Neutral) ภายในปี 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2608 เพื่อให้ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ

เมื่อเกิด Triple Force หรือ 3 พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน ประกอบด้วย ความเป็นกลางของคาร์บอน พลังงานสะอาด การหมุนเวียนทรัพยากร จะเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่สร้างอุตสาหกรรม ไทยให้ยั่งยืน ที่จะนำไปสู่การประกาศ ให้ปี 2568 เป็นปีแห่งความยั่งยืนของการลงทุน หรือ Thailand’s Sustainable Year for Investment ได้ในทันที.

ทีมเศรษฐกิจ


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ