
"ต้องมีเงินก้อนใหญ่ก่อนถึงจะเริ่มลงทุนได้"
"เงินเดือนน้อย เก็บไปก็ไม่รวยหรอก"
หลายคนอาจรู้สึกแบบนี้ แต่ในโลกของการเงินและการลงทุน จากเงินหลักร้อยที่เราออมทุกเดือนถ้านำไปลงทุนสม่ำเสมอในสินทรัพย์ที่ใช่ ก็มีโอกาสปั้นเงินแสนได้ ด้วยวิธีการที่นักการเงินชอบพูดถึงคือ DCA ลองอ่านบทความนี้แล้วเริ่มวางแผนชีวิตกันได้เลย
อยากมีเงินแสนเงินล้าน ถ้าทยอยเติมเงินต้นไปเรื่อยๆ วันหนึ่งก็อาจไปถึงเป้าหมายได้ แต่สูตรลับที่นักวางแผนการเงินชอบใช้ เพื่อให้เราไปถึงเป้าหมายเร็วขึ้นคือ พลังของดอกเบี้ยทบต้น หรือ Compound Interest เมื่อเราลงทุนแล้วมีกำไร ก็นำเงินกลับไปลงทุนอย่างสม่ำเสมอ พอเวลาผ่านไปทั้งเงินต้นก็เพิ่มขึ้น และสร้างผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น พอดอกเบี้ยทบต้นไปเรื่อยๆ เงินที่เราเก็บไว้ก็จะเติบโตขึ้นด้วย
สำหรับคนที่อยากทยอยออม ทยอยลงทุน หนึ่งในวิธียอดนิยมคือ Dollar-Cost Averaging (DCA) หรือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน โดยเราจะใช้เงินจำนวน “เท่า ๆ กันทุกเดือน” เข้าไปออมหรือลงทุนอย่างสม่ำเสมอ (จะรายสัปดาห์, รายไตรมาส, หรืออื่นๆ ตามแผนของเรา) วิธีนี้ทำให้เราไม่ต้องมานั่งจับจังหวะว่า ราคาสินทรัพย์ที่เราจะซื้อนั้นกำลังขึ้นหรือลง ช่วยลดอารมณ์ในการตัดสินใจลงทุนได้อย่างดี
Thairath Money ลองสรุปมาให้ดูว่าถ้าเราออม/ลงทุนไปทุกเดือนด้วยวิธี DCA ผ่านไปสิบปี เพื่อนๆ จะมีเงินเพิ่มขึ้นเท่าไร
จากตารางข้างบนจะเห็นว่า นอกจากการออมเงินอย่างสม่ำเสมอแล้ว การมองหาการลงทุนที่ผลตอบแทนสูงขึ้นก็ช่วยให้เงินของเรางอกเงยได้เร็วขึ้น ตัวอย่างเช่น
นี่คือกลยุทธ์ให้เงินไปทำงานแทนเรา หลายคนคิดว่าการออม และลงทุนอย่างสม่ำเสมอยากแล้ว แต่ก่อนจะ DCA สิ่งที่เราต้องทำการบ้านให้หนัก คือ การเลือกสินทรัพย์ที่ใช่ ที่เติบโตในระยะยาวและสิ่งนั้นต้องตรงกับความเสี่ยงที่เรายอมรับได้…
ใครๆ ก็อยากได้ผลตอบแทนสูงที่สุด แต่เมื่อโลกนี้มีกฎ High Risk, High Return ถ้าเราจะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ไหนก็ต้องศึกษาให้ดี และเลือกให้ตรงกับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ เพราะถ้าเราเลือกซิ่งไปลงทุนในสินทรัพย์ที่โตไว แต่บางช่วงเกิดราคาร่วงลง 30-40% แล้วนอนไม่หลับ ชีวิตลำบากขึ้น ก็อาจไม่คุ้มกัน มาถึงคำถามที่หลายคนสงสัย ลงทุนยังไงให้ได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี เราไม่ได้มีคำตอบตายตัวให้ แต่มีตัวอย่างสินทรัพย์ที่มักสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าเงินฝาก (0.5-1.5% ต่อปี) มาให้เพื่อนๆ ไปศึกษาหาสินทรัพย์ที่ใช่กัน ได้แก่
สิ่งสำคัญที่นักลงทุนต้องเข้าใจคือ แต่ละปีผลตอบแทนแต่ละสินทรัพย์ก็แตกต่างกัน เช่น ปี 2569 นี้ทองคำเป็นขาลง แต่ก็เคยบวกแรงมาก่อน เป็นต้น ดังนั้นเบื้องต้นควรวางแผนการจัดพอร์ต และกระจายความเสี่ยงในหลายสินทรัพย์ เพื่อให้พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนและความผันผวนของตลาดที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ
การลงทุนไม่ได้มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน และอย่าลืมเช็กระดับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ ศึกษาเงื่อนไขของสินทรัพย์นั้น ๆ ให้ดี เพราะผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีอนาคต ขณะเดียวกันถ้าเรามีเป้าหมายชัดเจนแล้วแต่ไม่เริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้เราก็อาจมีเวลาให้เงินไปทำงานน้อยลง เริ่มออมก่อน วางแผนก่อน ก็มีโอกาสให้เงินเติบโตได้มากกว่า…
อ้างอิงข้อมูล SET, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย, ธปท.
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney