“ลงทุน 10 ปี” จาก 500 บาท/เดือนกลายเป็นหลักแสน จาก 10,000 บาท/เดือนสู่เงินล้าน เป็นไปได้จริงเหรอ?

Personal Finance

Wealth Management

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

“ลงทุน 10 ปี” จาก 500 บาท/เดือนกลายเป็นหลักแสน จาก 10,000 บาท/เดือนสู่เงินล้าน เป็นไปได้จริงเหรอ?

Date Time: 18 ก.ค. 2569 08:00 น.

Video

อวสานค่านิยมเก่า? "ซื้อบ้าน vs เช่าบ้าน" ทางเลือกไหนตอบโจทย์คนรุ่นใหม่! | Money Issue EP.62

Summary

หลายคนอาจรู้สึกแบบนี้ แต่ในโลกของการเงินและการลงทุน จากเงินหลักร้อยที่เราออมทุกเดือนถ้านำไปลงทุนสม่ำเสมอในสินทรัพย์ที่ใช่ ก็มีโอกาสปั้นเงินแสนได้ ด้วยวิธีการที่นักการเงินชอบพูดถึงคือ DCA

Latest


"ต้องมีเงินก้อนใหญ่ก่อนถึงจะเริ่มลงทุนได้"

"เงินเดือนน้อย เก็บไปก็ไม่รวยหรอก" 

หลายคนอาจรู้สึกแบบนี้ แต่ในโลกของการเงินและการลงทุน จากเงินหลักร้อยที่เราออมทุกเดือนถ้านำไปลงทุนสม่ำเสมอในสินทรัพย์ที่ใช่ ก็มีโอกาสปั้นเงินแสนได้ ด้วยวิธีการที่นักการเงินชอบพูดถึงคือ DCA ลองอ่านบทความนี้แล้วเริ่มวางแผนชีวิตกันได้เลย

รู้จัก DCA และพลังของดอกเบี้ยทบต้น

อยากมีเงินแสนเงินล้าน ถ้าทยอยเติมเงินต้นไปเรื่อยๆ วันหนึ่งก็อาจไปถึงเป้าหมายได้ แต่สูตรลับที่นักวางแผนการเงินชอบใช้ เพื่อให้เราไปถึงเป้าหมายเร็วขึ้นคือ พลังของดอกเบี้ยทบต้น หรือ Compound Interest เมื่อเราลงทุนแล้วมีกำไร ก็นำเงินกลับไปลงทุนอย่างสม่ำเสมอ พอเวลาผ่านไปทั้งเงินต้นก็เพิ่มขึ้น และสร้างผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น พอดอกเบี้ยทบต้นไปเรื่อยๆ เงินที่เราเก็บไว้ก็จะเติบโตขึ้นด้วย

สำหรับคนที่อยากทยอยออม ทยอยลงทุน หนึ่งในวิธียอดนิยมคือ Dollar-Cost Averaging (DCA) หรือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน โดยเราจะใช้เงินจำนวน “เท่า ๆ กันทุกเดือน” เข้าไปออมหรือลงทุนอย่างสม่ำเสมอ (จะรายสัปดาห์, รายไตรมาส, หรืออื่นๆ ตามแผนของเรา) วิธีนี้ทำให้เราไม่ต้องมานั่งจับจังหวะว่า ราคาสินทรัพย์ที่เราจะซื้อนั้นกำลังขึ้นหรือลง ช่วยลดอารมณ์ในการตัดสินใจลงทุนได้อย่างดี

DCA ไป 10 ปี จะมีเงินเท่าไรกันนะ?

Thairath Money ลองสรุปมาให้ดูว่าถ้าเราออม/ลงทุนไปทุกเดือนด้วยวิธี DCA ผ่านไปสิบปี เพื่อนๆ จะมีเงินเพิ่มขึ้นเท่าไร 

จากตารางข้างบนจะเห็นว่า นอกจากการออมเงินอย่างสม่ำเสมอแล้ว การมองหาการลงทุนที่ผลตอบแทนสูงขึ้นก็ช่วยให้เงินของเรางอกเงยได้เร็วขึ้น ตัวอย่างเช่น 

  • ถ้าลงทุนเดือนละ 500 บาท ผ่านไป 10 ปี จากเงินต้นที่เราใส่ไป 60,000 บาท ถ้าได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี และทุกเดือนเรานำผลตอบแทนที่ได้กลับไปลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เงินก้อนนี้จะงอกเงยกลายเป็น 102,422 บาท!
  • ถ้าลงทุนเดือนละ 1,000 บาท รวม 10 ปีเงินต้นของเราจะอยู่ที่ 120,000 บาท หากนำไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทน 10% ต่อปี อย่างต่อเนื่อง เงินต้นก้อนนี้จะกระโดดไปถึง 204,845 บาท!
  • ถ้าลงทุนเดือนละ 10,000 บาท แม้เงินต้นจะสูงถึง 1.20 ล้านบาท แต่ถ้าเรานำผลตอบแทนที่ได้ทุกเดือนทุกปีกลับเข้าไปลงทุน ผ่านไป 10 ปี จะกลายเป็นเงิน 2.04 ล้านบาท

นี่คือกลยุทธ์ให้เงินไปทำงานแทนเรา หลายคนคิดว่าการออม และลงทุนอย่างสม่ำเสมอยากแล้ว แต่ก่อนจะ DCA สิ่งที่เราต้องทำการบ้านให้หนัก คือ การเลือกสินทรัพย์ที่ใช่ ที่เติบโตในระยะยาวและสิ่งนั้นต้องตรงกับความเสี่ยงที่เรายอมรับได้…

อยากได้ผลตอบแทน 10% ต้องเลือกลงทุนในสินทรัพย์แบบไหน ?

ใครๆ ก็อยากได้ผลตอบแทนสูงที่สุด แต่เมื่อโลกนี้มีกฎ High Risk, High Return ถ้าเราจะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ไหนก็ต้องศึกษาให้ดี และเลือกให้ตรงกับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ เพราะถ้าเราเลือกซิ่งไปลงทุนในสินทรัพย์ที่โตไว แต่บางช่วงเกิดราคาร่วงลง 30-40% แล้วนอนไม่หลับ ชีวิตลำบากขึ้น ก็อาจไม่คุ้มกัน มาถึงคำถามที่หลายคนสงสัย ลงทุนยังไงให้ได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี เราไม่ได้มีคำตอบตายตัวให้ แต่มีตัวอย่างสินทรัพย์ที่มักสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าเงินฝาก (0.5-1.5% ต่อปี) มาให้เพื่อนๆ ไปศึกษาหาสินทรัพย์ที่ใช่กัน ได้แก่

  • หุ้น, กองทุนรวมดัชนีหุ้น เช่น ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ, ดัชนี S&P 500 ที่หลายคนพูดถึงกันมีสถิติย้อนหลังว่าในระยะยาวให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี, หุ้นบางตัวที่ราคาก้าวกระโดด (แต่บางตัวก็ราคาขาดทุนหนัก)
  • อสังหาริมทรัพย์, ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) เน้นกระแสเงินสดจากค่าเช่าที่สม่ำเสมอ อาจให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่า 7-10% ต่อปี (ขึ้นอยู่กับแต่ละกองฯ)
  • ตราสารหนี้ อาจให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4-6% ต่อปี
  • ทองคำ อย่างที่เห็นกันว่าช่วงที่ผ่านมาราคาทองทะยานขึ้นต่อเนื่อง แต่ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงจากข้อมูลในอดีตบางช่วงราคาทองคำก็เป็นขาลง เช่น ช่วงปี 2554 หลังจากราคาทองคำไปจุดสูงสุดที่ 27,100 บาท/บาททองคำ ก็ร่วงลงต่อเนื่องนานถึง 9 ปี จนปี 2563 หลายคนถึงพ้นดอยไปได้

สิ่งสำคัญที่นักลงทุนต้องเข้าใจคือ แต่ละปีผลตอบแทนแต่ละสินทรัพย์ก็แตกต่างกัน เช่น ปี 2569 นี้ทองคำเป็นขาลง แต่ก็เคยบวกแรงมาก่อน เป็นต้น ดังนั้นเบื้องต้นควรวางแผนการจัดพอร์ต และกระจายความเสี่ยงในหลายสินทรัพย์ เพื่อให้พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนและความผันผวนของตลาดที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ

การลงทุนไม่ได้มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน และอย่าลืมเช็กระดับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ ศึกษาเงื่อนไขของสินทรัพย์นั้น ๆ ให้ดี เพราะผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีอนาคต ขณะเดียวกันถ้าเรามีเป้าหมายชัดเจนแล้วแต่ไม่เริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้เราก็อาจมีเวลาให้เงินไปทำงานน้อยลง เริ่มออมก่อน วางแผนก่อน ก็มีโอกาสให้เงินเติบโตได้มากกว่า… 

อ้างอิงข้อมูล SET, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย, ธปท.



อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ