เปิดวิธีคิด "คะแนนเครดิตการเงิน" ของไทย! จะเครดิตดีมีโอกาสกู้ง่ายขึ้น-ดอกเบี้ยถูกลง ต้องทำยังไง

Personal Finance

Wealth Management

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เปิดวิธีคิด "คะแนนเครดิตการเงิน" ของไทย! จะเครดิตดีมีโอกาสกู้ง่ายขึ้น-ดอกเบี้ยถูกลง ต้องทำยังไง

Date Time: 29 มิ.ย. 2569 19:19 น.

Video

คนไทยทุกคนสมควรรู้จัก “การลงทุน” กับ The MONEY GAME x New World Finance | Money Issue EP.57

Summary

ข้อมูลจาก NCB ระบุว่าคนไทยวัยทำงานกว่า 15.68 ล้านคน หรือ 40% ยังไม่มีประวัติในระบบเครดิต ทำให้เสียเปรียบในการขอสินเชื่อก้อนใหญ่

  • คะแนนเครดิตคำนวณจาก 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ประวัติการชำระหนี้, ภาระหนี้, ระยะเวลาประวัติสินเชื่อ, ความหลากหลายของสินเชื่อ และประวัติการขอสินเชื่อใหม่
  • สถาบันการเงินหันมาใช้กลยุทธ์ Risk-based Pricing มากขึ้น โดยผู้ที่มีคะแนนเครดิตสูงจะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงและเงื่อนไขที่ดีกว่า
  • ธนาคารทีทีบี (ttb) เริ่มใช้โมเดลสินเชื่อคนผ่อนดี ช่วยให้ลูกค้ากว่า 23,000 รายเข้าถึงสินเชื่อด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงเฉลี่ย 5% ต่อปี
  • NCB เตรียมเปิดตัวบริการตรวจสอบคะแนนเครดิตผ่าน LineOA ภายในปี 2569 เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงและเข้าใจข้อมูลทางการเงินของตนเองได้สะดวกขึ้น

Latest


“กู้แบงก์ยาก เพราะเครดิตไม่ดี”
หลายคนเคยได้ยินคำพูดทำนองนี้บ่อยๆ แต่เบื้องหลังคำว่าเครดิตไม่ดีเราอาจต้องหาสาเหตุให้เจอว่า เพราะอะไร พฤติกรรมแบบไหนที่เขาว่าไม่ดี และเราจะทำความเข้าใจ วางแผนแก้ไขยังไงเพื่อให้เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้แบบที่ต้องการ…  

มีข้อมูลเครดิตในระบบ...ดีกว่าไม่มี

ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) เล่าว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรกลุ่มวัยทำงานอายุ 20-60 ปี จำนวน 39.18 ล้านคน แต่กลับมีผู้ที่มีข้อมูลเครดิตอยู่ในระบบเพียง 23.5 ล้านคน คิดเป็น 60% ของทั้งหมด แสดงว่ามีคนไทยวัยทำงานถึง 40% ที่ยัง "ไม่มีข้อมูลเครดิต"

ปัจจุบันหลายคนมีพฤติกรรมทางการเงินที่ดี จ่ายตรง จ่ายครบ แต่พอไม่ได้กู้ยืมในระบบกลายเป็นคน "พฤติกรรมดี แต่ไม่มีใครรู้" เมื่อสถาบันการเงินในระบบไม่เห็นข้อมูลตรงนี้ การจะขอต่อยอดขอสินเชื่อก้อนใหญ่ในอนาคต (เช่น สินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อรถ) อาจทำได้ยากกว่า ดังนั้นการมีข้อมูลในระบบการเงินย่อมดีกว่า ยิ่งมีวินัยมีพฤติกรรมการเงินที่ดี ก็สร้างโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น 

ทั้งนี้ ภายในปี 2569 ทางบริษัทฯ คาดว่าจะเปิดตัวบริการตรวจสอบคะแนนเครดิตผ่าน LineOA และจะส่งอีเมล์ควบคู่ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าใจข้อมูลของตัวเองได้อย่างชัดเจน


5 ปัจจัยในการคิดคะแนนเครดิต 

เมื่อเรามีประวัติสินเชื่อในฐานข้อมูล สิ่งที่ตามมาคือ "คะแนนเครดิต" (Credit Score) เป็นคะแนนที่คำนวณจากพฤติกรรมทางการเงินในอดีต ทั้งประวัติการชำระหนี้ การใช้วงเงิน ความต่อเนื่องของประวัติเครดิต ความหลากหลายของสินเชื่อ และการขอสินเชื่อใหม่ โดยคะแนนระดับสูงสุดหรือ AA จะอยู่ที่ 753 - 900 คะแนน การคิดคะแนนเหล่านี้มา 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่:

  • ประวัติการค้างชำระ (Payment History): การชำระหนี้ตรงเวลาและครบตามเงื่อนไข จะส่งผลดีที่สุดต่อคะแนนเครดิต
  • ภาระหนี้เทียบกับวงเงินสินเชื่อ (Amount Owed): การใช้วงเงินในระดับที่เหมาะสม และไม่ใช้วงเงินจนเต็ม จะส่งผลดีต่อคะแนนเครดิต
  • ระยะเวลาของประวัติสินเชื่อ (Length of Credit History): ยิ่งมีประวัติการใช้สินเชื่อที่ดีอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ยิ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ
  • ความหลากหลายของสินเชื่อ (Credit Mix): การมีประวัติสินเชื่อหลายประเภทและสามารถบริหารจัดการได้ดี จะสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารหนี้
  • ประวัติการสืบค้นข้อมูลเครดิต (New Credit Inquiries): การขอสินเชื่อหลายครั้งแบบติดๆ กันในช่วงเวลาสั้นๆ จะสะท้อนความต้องการเงินที่มากขึ้น 

Risk-based Pricing วินัยดี กู้ถูกกว่า

นริศ สถาผลเดชา ประธานกลุ่มงาน Data และ Analytics ทีทีบี กล่าวว่า คะแนนเครดิตเปรียบเสมือน "เลขมงคลทางการเงิน" ที่เราทุกคนสามารถสร้างได้ด้วยวินัยของตนเอง ซึ่งการมีคะแนนเครดิตที่ดีจะสร้างแต้มต่อทางการเงินอย่างชัดเจน ทั้งโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ เช่น สินเชื่อก้อนใหญ่ อย่าง สินเชื่อรถยนต์ หรือสินเชื่อบ้านได้ง่ายขึ้น หรืออาจได้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อถูกลง จากข้อมูลสถิติของธนาคารพบว่า ปัจจุบันคนที่ขอสินเชื่อบ้านได้ กว่า 77% มีประวัติในเครดิตบูโรมาก่อนขอสินเชื่อ ในสินเชื่อส่วนบุคคลตัวเลขยังสูงถึง 83% 

นอกจากนี้ สถาบันการเงินในไทยเริ่มใช้  Risk-based Pricing หรือการกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามระดับความเสี่ยงของลูกค้ามากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้คนที่มีพฤติกรรมทางการเงินที่ดี คะแนนเครดิตสูง มีโอกาสได้เงื่อนไขที่ดีกว่า เช่น ถ้ามีคะแนนเครดิตสูง สถาบันการเงินก็จะมองว่าผู้กู้มีความเสี่ยงต่ำ ทำให้คุณได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง ปัจจุบัน ttb เริ่มใช้โมเดล Risk-based Pricing โครงการสินเชื่อคนผ่อนดี (ผ่านสินเชื่อบุคคล ทีทีบี แคชทูโก) ซึ่งมีการอนุมัติสินเชื่อไปแล้วกว่า 23,000 ราย คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 4,100 ล้านบาท ช่วยลูกค้าลดภาระดอกเบี้ยไปได้กว่า 650 ล้านบาท โดยกว่า 80% ของลูกค้าสามารถเข้าถึงสินเชื่อด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจากเดิมเฉลี่ย 5% ต่อปี 

สุดท้ายน้ี การมีคะแนนเครดิตก็เหมือนเหรียญสองด้าน คือถ้าเรามีวินัยทางการเงิน จ่ายตรง จ่ายเต็ม และกู้เท่าที่จำเป็นเท่าที่จ่ายไหว ก็อาจทำให้ประวัติของเรา “สวย” และสถาบันการเงินพร้อมที่จะปล่อยกู้ให้เราได้อย่างเหมาะสมและง่ายขึ้น



อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ