
ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอน นิยามของ “ความมั่งคั่ง” กำลังเปลี่ยนไป จากการแสวงหาผลตอบแทนสูงสุด สู่การบริหารความเสี่ยง รักษาเงินต้น และปกป้องความมั่งคั่งให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน
ในยุคที่ความผันผวนกลายเป็นเรื่องปกติของโลกการลงทุน คำว่า "ความมั่งคั่ง" กำลังถูกตีความใหม่จากเป้าหมายการสร้างผลตอบแทนสูงสุด สู่การรักษาและบริหารทรัพย์สินให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน พร้อมสร้างความมั่นคงและความสบายใจในระยะยาว
ในงานสัมมนา TFPA Wealth Management Forum 2026 บนเวทีเสวนาหัวข้อ "Wealth Beyond Return - The New Era of Prosperity: ยุคสมัยใหม่แห่งความมั่งคั่ง (ที่เป็นมากกว่าผลตอบแทน)"
สองผู้เชี่ยวชาญระดับแถวหน้าทั้ง “กรณ์ จาติกวณิช” และ “ณริดา มานะสมจิตร” ได้มาร่วมแบ่งปันมุมมองเพื่อเจาะลึกถึงกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกทัศน์การลงทุน และนิยามความมั่งคั่งในยุคใหม่ ดังนี้
ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความผันผวน "ความมั่งคั่ง" อาจไม่ได้วัดกันที่จำนวนเงินที่งอกเงยเพียงอย่างเดียว ซึ่งมุมมองของทั้งสองคนได้สะท้อนให้เห็นภาพว่า แท้จริงแล้วนิยามของความมั่งคั่งในยุคนี้ อาจหมายถึงการปกป้องสิ่งที่เราสร้างมา และการมีชีวิตที่ปราศจากความกังวล
ณริดา มานะสมจิตร Director, Regional Wealth Management Solution, ICHAM PTE LTD และเจ้าของเพจ Gee Money & More มองว่า แม้ผลตอบแทนจะยังเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุน แต่เมื่อพูดถึงความมั่งคั่งที่แท้จริง เงินของเราต้องทำหน้าที่ตอบโจทย์ใน 4 มิติหลัก ได้แก่
1.ความปลอดภัย ไม่ใช่การไม่รับความเสี่ยงเลย แต่เป็นการกล้ารับความเสี่ยงบนความรู้ความเข้าใจ และประเมินได้ว่าสถานการณ์ที่แย่ที่สุดจะอยู่ตรงจุดใด
2.การเติบโต เงินลงทุนยังคงต้องเติบโตเพื่อเอาชนะเงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยน และค่าครองชีพที่สูงขึ้น
3.ระบบในการจัดการ ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนต้องอาศัยระบบที่ช่วยในการจัดการ ตั้งแต่การปั้นพอร์ต การปกป้องสินทรัพย์ ไปจนถึงการใช้เครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อส่งต่อความมั่งคั่ง
4.สภาพคล่อง ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะต่อให้มีทรัพย์สินมากมายเพียงใด แต่หากมีความจำเป็นต้องใช้เงินสดแล้วไม่สามารถเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสดได้ในเวลาที่ต้องการ ก็ไม่อาจเอาตัวรอดได้ในยามวิกฤต
นอกจากนี้ ปัจจุบันกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง ที่มักจะรวยมาจากการทำธุรกิจอยู่แล้ว เป้าหมายหลักในการลงทุนของพวกเขาเปลี่ยนจากการตั้งคำถามว่า “จะหาผลตอบแทนได้เท่าไหร่” มาเป็นการปกป้องความมั่งคั่งที่มีอยู่ ซึ่งเน้นให้พอร์ตการลงทุนสามารถเติบโตชนะเงินเฟ้อและอยู่รอดได้ในทุกสถานการณ์
ด้าน กรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และสมาชิกกิตติมศักดิ์สมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ให้นิยามว่า ผลลัพธ์สุดท้ายของความมั่งคั่งคือ "ความสบายใจ" คนที่มีความมั่งคั่งอย่างแท้จริงคือ "คนที่ไม่มีความกังวล" และแน่นอนว่าระดับความไร้กังวลของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไปตามบริบท
แต่ความสบายใจนี้ จะเกิดขึ้นเมื่อเราหมดความกังวลในเรื่องการลงทุน มีสภาพคล่องที่เพียงพอ และสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ของตัวเองได้
นอกจากนี้ ความมั่งคั่งยังสอดคล้องกับ "หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ซึ่งหากแปลเป็นภาษาการเงินก็คือเรื่องของ "การบริหารความเสี่ยง" ให้มีความพอดีกับตัวเอง ซึ่งความพอดีนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่มีความคาดหวังในชีวิตต่างกัน
เมื่อความมั่งคั่ง สามารถปกป้องได้หลายวิธี
ณริดา ชี้ให้เห็นว่า เมื่อกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงก้าวข้ามเป้าหมายเรื่องการหาผลตอบแทนสูงสุด สิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญคือการหันมาหาเครื่องมือที่สามารถปิดความเสี่ยง และช่วยจัดการเรื่องภาษีเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการส่งต่อความมั่งคั่ง
ทั้งนี้ ได้ยกตัวอย่างเครื่องมือที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายที่สุดอย่าง "ประกัน" แม้ว่าคนไทยบางส่วนอาจจะมีมุมมองเชิงลบต่อประกัน แต่ในสังคมที่มีความมั่งคั่งสูงอย่างสิงคโปร์ กลับมองว่าประกันคือเครื่องมือชั้นยอดในการขจัดความเสี่ยง
โดยหลักการของมันคือการนำต้นทุนที่เราทราบล่วงหน้า ซึ่งก็คือ "ค่าเบี้ยประกัน" ที่เรารู้ตัวเลขชัดเจนและวางแผนจ่ายได้ ไปใช้เพื่อปิดความเสี่ยงที่เราไม่สามารถคาดเดาได้
เช่น เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากบุคคลนั้นเป็นเสาหลักหรือเป็นคนสำคัญของครอบครัวและธุรกิจ การยอมจ่ายต้นทุนที่ควบคุมได้นี้ ถือเป็นสิ่งที่คุ้มค่าและจำเป็นอย่างมากในการปกป้องความมั่งคั่ง
สำหรับ กรณ์ ความท้าทายที่สุดในการดูแลทรัพย์สินให้เติบโตอย่างเสมอต้นเสมอปลายคือเรื่องของ "วินัย" และการควบคุมอารมณ์ของตนเองในทุกสถานการณ์ จึงได้ออกแบบวิธีเพื่อบังคับให้ตัวเองมีวินัยอย่างเป็นระบบคือ ใช้วิธีจัดสรรเงินลงทุนส่วนใหญ่ไปไว้ในกองทุนเพื่อให้ผลตอบแทนที่งอกเงย ซึ่งจะถูกส่งมอบให้ผู้จัดการกองทุนหรือมืออาชีพเป็นคนดูแล
อีกส่วนคือการแบ่งเงินจำนวนหนึ่งซึ่งไม่ได้เยอะมากสำหรับ "พอร์ตระบายกิเลส" จากการตระหนักถึงนิสัยของตนเองที่มีความชื่นชอบในการเทรด ซึ่งพอร์ตนี้มีไว้เพื่อตอบสนองความต้องการเทรดส่วนตัวโดยเฉพาะ จะได้กำไรหรือขาดทุนก็ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับได้
ซึ่งวิธีการแยกพอร์ตแบบนี้ จะช่วยรักษาความสบายใจและป้องกันไม่ให้อารมณ์ส่วนตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือสร้างความเสียหายให้กับพอร์ตความมั่งคั่งหลักนั่นเอง
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney