
เปิดตัวเลขสะเทือนกระเป๋าตังค์คนไทย สรุป 6 สัญญาณอันตรายที่รายได้ลดลงครั้งแรกในรอบ 6 ปี สวนทางกลุ่มรายได้น้อยที่หนี้พุ่ง ยิ่งหายิ่งไม่พอใช้จนเข้าขั้น "เงินขาดมือ"
"ประหยัดจนไม่รู้จะประหยัดยังไงแล้ว"
นี่คือเสียงสะท้อนของครัวเรือนไทยจำนวนไม่น้อย ที่ตกอยู่ในภาวะ ทำงานเหนื่อยแทบตาย แต่เงินในบัญชีกลับไม่เคยเหลือ และ ยังต้องหาหยิบยืม กู้หนี้ยืมสิน หมุนให้ผ่านไปแต่ละเดือน เพราะค่าแรงเท่าเดิม แต่ค่าครองชีพวิ่งแซงไปไกล
ข้อมูลล่าสุดของ SCB EIC (ธนาคารไทยพาณิชย์) ชี้ว่า สถานการณ์เช่นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับเราคนเดียว แต่พบว่า จากผลสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนไทยปี 2568 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สำรวจจากกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ถึง 57,600 ครัวเรือนทั่วประเทศ)
เผยให้เห็นความจริงที่ค่อนข้างเจ็บปวดว่า "คนไทยกำลังเผชิญหน้ากับภาวะกระเป๋าแฟบและหนี้ท่วม" แบบหยั่งรากลึก โดยมี 6 สัญญาณอันตรายทางเศรษฐกิจที่พวกเรากำลังแบกรับอยู่
1. รายได้ลดลงครั้งแรกในรอบ 6 ปี
ตัวเลขเฉลี่ยรายได้ของครัวเรือนไทยลดลงทันที -2.5% เมื่อเทียบกับปี 2566 โดยเฉพาะรายได้ที่มาจากการทำงาน (เงินเดือน/ค่าจ้าง) หดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนชัดเจนว่าเศรษฐกิจที่บอกว่าฟื้นตัว มันฟื้นตัวช้าและไม่ทั่วถึง เงินไปกระจุกอยู่แค่กลุ่มคนรายได้สูง ส่วนคนทำงานหาเช้ากินค่ำกลับรายได้ลดลง
2. อยู่รอดได้เพราะ "เงินช่วยเหลือ"
เมื่อรายได้จากการทำงานไม่พอ ครัวเรือนไทยจึงต้องหันไปพึ่งพาเงินช่วยเหลือจากภาครัฐหรือแหล่งอื่นๆ มากขึ้น โดยตัวเลขเงินช่วยเหลือพุ่งสูงถึง 19.4% สวนทางกับรายได้ทุกประเภทที่ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท/เดือน ต้องพึ่งพาเงินช่วยเหลือและรายได้ที่ไม่ใช่ตัวเงินรวมกันเกือบ 60% ของรายได้ทั้งหมดไปแล้ว
3. รัดเข็มขัดจนกิ่ว อะไรตัดได้ต้องตัด
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของคนไทยลดลง -5.4% เพราะไม่มีกำลังซื้อ สิ่งของฟุ่มเฟือยหรือของใช้ที่ไม่จำเป็น (Non-foods) ถูกตัดออกจนยอดวูบไปเกือบ -10% ขณะที่รายจ่ายที่จำเป็นจริงๆ อย่างอาหาร เครื่องดื่ม และยา ยอมตัดไม่ได้ ทำให้ยังคงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.6% เป็นภาพการใช้ชีวิตแบบ "ประทังไปวันๆ" อย่างแท้จริง
4. ภาพรวมหนี้ลดลง แต่คนจนกลับหนี้เพิ่ม!
ในภาพรวมประเทศ พบว่าหนี้ครัวเรือนลดลง -11.8% จากการที่แบงก์เข้มงวดปล่อยสินค้ายากขึ้น และคนพยายามจ่ายหนี้เก่า (Deleveraging) แต่อีกด้าน กลุ่มรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท/เดือน เป็นกลุ่มเดียวที่หนี้สวนกระแสพุ่งเพิ่มขึ้น 1.9% เพราะไม่มีทางเลือก ต้องกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อชดเชยรายได้ที่หายไปและใช้จ่ายประทังชีวิต
5. มากกว่าครึ่งมีปัญหารายได้ไม่พอใช้ และ 2 ใน 3 เงินขาดมือ
สถิติน่ากลัวคือ ครัวเรือนที่มีหนี้เกินกว่า 50.39% กำลังเจอปัญหารายได้ไม่พอจ่าย และถ้าเจาะไปที่กลุ่มรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท/เดือน จะพบว่ามีถึง 2 ใน 3 (ประมาณ 66%) ที่ตกอยู่ในภาวะ "เงินขาดมือ"
สภาพคล่องตึงตัวจนแทบขยับไม่ได้ และความเสี่ยงนี้จะยิ่งน่ากังวลหนักขึ้นในปี 2569 นี้ เนื่องจากแนวโน้มเงินเฟ้อและค่าครองชีพกำลังจะปรับตัวเร่งสูงขึ้นอีก
6. ความเปราะบางที่ฉุดเศรษฐกิจไทย
เมื่อคนในประเทศไม่มีเงิน รายได้โตช้า หนี้สินล้นพ้นตัว และต้องใช้จ่ายอย่างระมัดระวังสูงสุด สิ่งที่จะตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้คือ "การบริโภคภาคเอกชนจะซบเซา" ซึ่งกลายเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างระยะยาวที่อาจฉุดให้เศรษฐกิจไทยโตยากขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวที่ดูเหมือนเกินกว่าที่ประชาชนจะแก้ได้ด้วยการ "ประหยัด" เพียงอย่างเดียว SCB EIC จึงมองว่าภาครัฐจำเป็นต้องเข้ามาขับเคลื่อนผ่าน 2 มิติ ได้แก่
ที่มา : SCB EIC
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney