
ธุรกิจ Wealth Management เน้นดูแลเงินและสินทรัพย์ของลูกค้ากลุ่มต่างๆ โดยวัดจาก AUM (Assets Under Management)
ใครๆ ก็ว่าเป็นคนรวยชีวิตน่าจะง่ายขึ้น ซึ่งก็จริง โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจไทยชะลอตัวรายได้คนไทยเพิ่มขึ้นช้า ธุรกิจธนาคารก็หันมาโฟกัสธุรกิจ Wealth หรือ กลุ่มคนที่มีความมั่งคั่ง ที่มีกำลังซื้อสูงมากกว่าลูกค้ากลุ่มอื่นๆ และให้สิทธิประโยชน์มากขึ้นให้กับลูกค้ากลุ่ม Wealth
ธุรกิจ Wealth Management เรียกว่าจะเน้นให้การดูแลเงิน สินทรัพย์ของคนในหลากหลายกลุ่ม โดยสิ่งที่มักจะใช้วัดความรวยคือ AUM (Assets Under Management) หรือมูลค่าสินทรัพย์รวมที่อยู่ภายใต้การดูแลของธนาคาร เช่น เงินฝาก, กองทุนรวม เป็นต้น
ปัจจุบันเราเลยเห็นการ แบ่งกลุ่มลูกค้า Wealth มีหลายแบบ เช่น
- กลุ่มเริ่มต้นที่มี AUM ประมาณ 1–3 ล้านบาท
- กลุ่ม AUM 10-49 ล้านบาท
- กลุ่ม AUM 50 ล้านบาท ขึ้นไป
เรียกว่าถ้าเราเป็นลูกค้ากลุ่มครีมขอธนาคาร ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์หลายอย่าง เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำกว่า, สิทธิในการเข้าห้องรับรอง, ใช้บริการธนาคารมีช่องบริการพิเศษ เป็นต้น
สิ่งที่น่าสนใจคือการแข่งขันใน “Wealth ระดับเริ่มต้น” ที่เริ่มแข่งขันแรงขึ้น เช่น LH Bank หันมาเน้นกลุ่มนี้ โดย AUM เริ่มตั้งแต่ประมาณ 500,000 บาท และสำหรับกลุ่ม AUM 2-10ล้านบาท สามารถ “นำมูลค่าสินเชื่อมารวมเป็นสินทรัพย์” ว่าง่ายๆ นำหนี้มาเป็น AUM ได้ เช่น หากมีเงินเก็บ 500,000 บาท แต่มีสินเชื่อกับธนาคาร 5 ล้านบาท ก็สามารถเข้าถึงสิทธิ Wealth ได้ทันที นี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาด เพราะเดิมทีธนาคารจะนับเฉพาะสินทรัพย์ที่มีอยู่เท่านั้น
สิทธิประโยชน์ที่ว่าเดิมมีแต่เหล่าเศรษฐีเข้าถึงได้ เช่น ฟรีค่าธรรมเนียมตู้เซฟ, ได้ส่วนลดร้านอาหาร, มีบัตรเครดิตที่ได้สิทธิประโยชน์แจ่มๆ หรือมีบริการช่างถึงบ้าน ซึ่งสะท้อนว่าธนาคารขนาดเล็กพยายาม “ดันเกม” เพื่อแย่งลูกค้า
ส่วนแบงก์ขนาดกลางก็ขยับเช่นกัน เช่น ttb reserve ที่ปรับบริการให้เน้นไลฟ์สไตล์มากขึ้น ให้สิทธิประโยชน์ที่ใช้ได้จริง เช่น ส่วนลดร้านอาหาร หรือ cashback จากเดิมที่สิทธิ Wealth แบบดั้งเดิม เช่น ได้สมุดเช็คฟรีหรือบริการพื้นฐานอาจไม่ดึงดูดอีกต่อไป
สำหรับลูกค้า Wealth กลุ่มบน ยังเน้นเรื่องสร้างผลตอบแทนให้ลูกค้ามากขึ้น และเร่งขยาย สินเชื่อให้ลูกค้ามีหลากหลายรูปแบบ เช่น ฝั่งธนาคารกสิกรไทย สำหรับผู้มี AUM 50 ล้านบาทขึ้นไป จะสามารถนำที่ดินมาใช้ขอสินเชื่อได้ แต่เปลี่ยนเป็นวงเงินนั้น “ไปลงทุนต่อ” ภายในระบบของธนาคาร โมเดลนี้ฝั่ง SCB Wealth ยังเร่งผลักดันในปี 2569 นี้ด้วย
ในฐานะของคนที่รักความคุ้มค่า ยุคนี้เราไม่จำเป็นต้องมี AUM กับธนาคารใดธนาคารหนึ่งแล้ว เช่น ถ้ามีเงิน 10 ล้านบาท เราอาจแบ่งฝาก 3-4 ธนาคาร เพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์เต็มๆ และอาจจะมากกว่าสิทธิประโยชน์ของธนาคารเดียวที่ต้องฝากเงินหลักสิบล้านบาทด้วย
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney