วางแผนให้ “คำสัญญา” เพื่อคนที่รักเป็นจริงตามสไตล์ แม่แอน-พิณทิภา Vs. ลิลลี่-ณัฐชา

Personal Finance

Insurance

Content Partnership

Content Partnership

Tag

วางแผนให้ “คำสัญญา” เพื่อคนที่รักเป็นจริงตามสไตล์ แม่แอน-พิณทิภา Vs. ลิลลี่-ณัฐชา

Date Time: 5 ต.ค. 2569 11:00 น.
Content Partnership

“Summary“

จากสัญญาให้กับคนที่รักว่า “จะดูแลให้ดีที่สุด” ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เราจะมีทางเลือกหรือเตรียมความพร้อมแบบไหนเพื่อให้คำสัญญาเหล่านั้นไม่มีวันหมดอายุ


หลายคนคงเคยสัญญากับคนที่รักว่า “จะดูแลให้ดีที่สุด” แต่ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เราจะมีทางเลือกหรือเตรียมความพร้อมแบบไหนเพื่อให้คำสัญญาเหล่านั้นไม่มีวันหมดอายุ

Thairath Money ชวนมาหาคำตอบผ่านมุมมองของ แม่แอน - พิณทิภา เทวกุล Entrepreneur & Content Creator annedevakula และ ลิลลี่ - ณัฐชา แจ่มมั่งคั่ง Content Creator & Subi Co-founder

จุดเปลี่ยนที่ทำให้เริ่มวางแผนด้านสุขภาพ

ด้าน แม่แอน - พิณทิภา เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่อายุ 42 ปีเริ่มวางแผนการเงินและทำประกันสุขภาพไว้แล้ว เพราะมองว่าค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลมีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งโชคดีที่ไม่เคยเจ็บป่วยและต้องเข้าโรงพยาบาลเลย

จนกระทั่งหลายปีก่อน แม่แอนไปต่ออายุบัตรประชาชนแล้วพบว่าส่วนสูงของตัวเองหายไปถึง 2 ซม. หลังจากนั้นลูกๆ พาไปตรวจกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกจึงพบว่า มวลกระดูกบางลงเทียบเท่ากับคนอายุ 70 ปี และกระดูกอาจกร่อนลงเรื่อยๆ ดังนั้นเพื่อรักษาให้มวลกระดูกกลับมาแข็งแรงจึงเลือกใช้วิธีฉีดยาเข้าไปกระตุ้น ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเข็มละหลักหมื่นบาท และต้องทำต่อเนื่องนาน 2-3 ปี

จากเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ทำให้แม่แอนโล่งใจว่าแม้ตอนที่ซื้อประกันฯ จะไม่มีความรู้ว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น แต่พอได้วางแผนด้านสุขภาพไว้แล้วก็ทำให้คลายกังวลและพร้อมเลือกทางออกที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง โดยไม่เป็นภาระให้คนในครอบครัวได้

ขณะที่ ลิลลี่ - ณัฐชา แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวให้ฟังว่า จุดเปลี่ยนที่ทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ในช่วงที่การไลฟ์สดกำลังมาแรง ลิลลี่ไลฟ์ต่อเนื่อง 4 ชั่วโมงแต่ดื่มน้ำน้อยมากจนร่างกายเข้าสู่ภาวะขาดน้ำ และเกิดหน้ามืดจนเพื่อนรีบพาไปโรงพยาบาล เมื่อคุณหมอตรวจอาการก็แจ้งว่าต้องเข้า ICU

แม้ตอนนั้นจะไม่มีเรี่ยวแรง แต่ลิลลี่กลับบอกว่า ขอไม่เข้า ICU เพราะกังวลว่าจะไม่มีเงินค่ารักษาพยาบาล และไม่อยากต้องรบกวนพ่อแม่มาช่วยดูแล เหตุการณ์นี้เลยเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ลิลลี่ตระหนักว่า การวางแผนการเงินและประกันสุขภาพสำคัญและช่วยให้อุ่นใจได้แม้จะเจอเรื่อง Jackpot แบบนี้

เปลี่ยนความกังวลสู่การวางแผนให้รอบด้าน

จากบทเรียนชีวิตของ แม่แอน - พิณทิภา และลิลลี่ - ณัฐชา ยิ่งสะท้อนว่าความเจ็บป่วยอาจค่อยๆ แทรกซึมจนเปลี่ยนวิถีชีวิตของเราไป ดังนั้นถ้าอยากใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการยิ่งต้องเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและการเงินให้แข็งแรงไปด้วยกัน แล้วทั้งสองคนมีเทคนิคในการวางแผนอย่างไร

เริ่มกันที่ ลิลลี่ - ณัฐชา ที่ปัจจุบันทำงาน 2 บทบาททั้งในฐานะ Content Creator และเจ้าของธุรกิจ ซึ่งรายได้อาจไม่แน่นอนและไม่มีสวัสดิการแบบพนักงานประจำ จึงต้องวางแผนการเงินให้ดี โดยใช้เทคนิค The 6 Jars Theory หรือการแบ่งกระเป๋าเงินออกเป็น 6 ส่วน เช่น ค่าใช้จ่ายจำเป็น, ลงทุนระยะสั้น-ยาว, สำหรับการท่องเที่ยว, ให้คุณพ่อคุณแม่, และพัฒนาตัวเอง

สำหรับเรื่องเงินมองว่าถ้าวางแผนได้เร็วก็จะช่วยรับมือความไม่แน่นอนได้ดีขึ้น ยิ่งตอนนี้คนรุ่นใหม่ Gen Z ให้ความสำคัญทั้งการลงทุน รวมถึงใส่ใจเรื่องประกันสุขภาพด้วย ถือเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เลยมองว่าช่วงก่อร่างสร้างตัว อาจเริ่มที่ประกันสุขภาพ หรือแบบสะสมทรัพย์ที่อนาคตเงินก้อนนี้ก็ยังอยู่กับเรา

แม่แอน - พิณทิภา เล่าต่อว่า ในช่วงอายุ 40 ปีเริ่มทำประกันสุขภาพ และวางแผนระยะยาวโดยเลือกแผนการลงทุนราว 15 ปี โดยวางเป้าหมายไว้ว่า ช่วงอายุใกล้เกษียณ (ประมาณ 60 ปี) จะมีเงินก้อนสำหรับใช้ดูแลตัวเองหรือเป็นทุนให้ลูกต่อยอดทำเรื่องที่ต้องการได้ และย้ำว่าการเตรียมเงินสำรองและการวางแผนสุขภาพระยะยาวสำคัญมาก เพราะค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันสูงมาก

“ถ้าเราเจ็บป่วยเมื่อไหร่ เราสามารถดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องรบกวนลูกๆ เขาจะได้ใช้ชีวิตของเขาอย่างอิสระเต็มที่” พิณทิภา กล่าว

คำสัญญาที่เป็นจริง ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้!

ทุกการวางแผนล้วนเริ่มต้นมาจากความรัก สำหรับแม่แอน-พิณทิภา เคยให้สัญญากับลูกตั้งแต่เด็กว่า “แม่สัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างลูกไปตลอด ไม่ว่าลูกจะทำอะไรแม่จะคอยสนับสนุนทุกอย่าง” ในวันนี้รูปแบบของการรักษาสัญญาเปลี่ยนไป จากการคอยดูแลใกล้ชิด มาเป็นการดูแลตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อไม่สร้างความกังวลให้กับลูก เพราะถ้าตัวเราสุขภาพไม่ดี เจ็บป่วย ลูกๆ ย่อมห่วงหน้าพะวงหลัง

ดังนั้นการรักษาสุขภาพตนเองให้แข็งแรงจึงเป็นการรักษาสัญญาที่ดีที่สุด เพื่อให้ลูกสามารถใช้ชีวิตของตนเองได้อย่างอิสระ

ด้าน ลิลลี่ - ณัฐชา เล่าว่าให้คำสัญญากับคุณพ่อคุณแม่ไว้ว่า จะไปเที่ยวด้วยกันทุกปี ซึ่งสัญญานี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดความพร้อมทั้งทุนทรัพย์และสุขภาพ ไม่ใช่ว่าคุณพ่อคุณแม่สุขภาพดีเท่านั้น แต่ตัวเราต้องสุขภาพดีด้วย ดังนั้น การดูแลตัวเองให้พร้อมคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คำสัญญาที่ให้ไว้กับครอบครัวเกิดขึ้นจริงได้ในทุกๆ ปี

“เพราะว่าอนาคตไม่แน่นอน เราสัญญากับเขาไว้แล้วว่า เราจะดูแลเขาให้ดีที่สุดไม่ได้หมายถึงแค่คนที่เรารักนะคะ แต่ว่าหมายถึงตัวเราเองด้วย” ณัฐชา กล่าว

มาเตรียมพร้อมเพื่อทำให้ทุกคำสัญญาที่ให้ไว้กับคนที่รักเป็นจริง เริ่มต้นออกแบบความรักที่ในทุกรูปแบบของคุณได้ที่นี่ https://link.prudential.co.th/z3d0f 


Author

Content Partnership

Content Partnership