ไทยสมุทรประกันชีวิต เจาะตลาด Gen Y เสาหลักของบ้าน ถึงป่วยต้องแบกทั้งลูก-พ่อแม่

Personal Finance

Insurance

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ไทยสมุทรประกันชีวิต เจาะตลาด Gen Y เสาหลักของบ้าน ถึงป่วยต้องแบกทั้งลูก-พ่อแม่

Date Time: 9 ก.ค. 2569 08:00 น.

Video

เจาะลึก IPO SpaceX และการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของ หุ้นเทคสหรัฐฯ | Money Issue EP.64

Summary

ไทยมีกลุ่ม Sandwich Generation กว่า 3.4 ล้านครัวเรือน หรือ 19.49 ล้านคน ที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งลูกและพ่อแม่

  • คนวัยทำงานกลุ่ม Gen Y ในไทยมีสถิติป่วยเป็นโรค NCDs สูงถึง 33.9% และกว่า 1 ใน 4 เผชิญปัญหาสุขภาพจิต
  • ไทยสมุทรประกันชีวิตปรับกลยุทธ์ใช้ AI ทำ Predictive Model และเน้นพัฒนาทักษะดิจิทัลให้ตัวแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ
  • บริษัทมุ่งเน้นออกแบบประกันที่เข้าใจง่ายและราคาที่ลูกค้าจ่ายไหว เพื่อรักษาอัตราการต่ออายุท่ามกลางความกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น
  • ปัจจุบันไทยสมุทรฯ มีฐานลูกค้า 1.6 ล้านกรมธรรม์ โดยช่องทางตัวแทนยังคงเป็นช่องทางหลักในการขายประกันชีวิตในตลาด

ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัว คนเกษียณต้องเตรียมเงินให้พอใช้ชีวิต แต่ถ้ามีไม่พอ... ลูกหลานที่ตอนนี้มักเป็นกลุ่ม Gen Y อาจต้องดูแลช่วยเหลือ ทว่ากลุ่ม Gen Y ที่กำลังสร้างตัว, สร้างครอบครัวก็มีค่าใช้จ่ายอีกหลายด้าน ทั้งลูก ทั้งการพัฒนาตัวเองในการทำงาน ถ้าเกิดอะไรขึ้น เดอะแบกกลุ่มนี้ชีวิตอาจสะดุดได้ง่ายๆ

นุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ. ไทยสมุทรประกันชีวิต เล่าว่า ในประเทศไทยมีกลุ่ม Sandwich Generation (หรือที่หลายคนเรียกว่าเดอะแบก) อยู่กว่า 3.4 ล้านครัวเรือน หรือ 19.49 ล้านคน ที่เป็นคนวัย 31-50 ปีที่เป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องดูแลทั้งค่าใช้จ่ายของบ้าน, รถ, ค่าเทอมลูก, ค่ารักษาพ่อแม่ และแผนชีวิตของทั้งครอบครัว

แต่คนกลุ่มนี้อาจลืมดูแลตัวเอง จากช่วงอายุที่พบส่วนใหญ่เป็น Gen Y ที่จากสถิติของไทยพบว่าเป็นโรค NCDs (โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง) ถึง 33.9% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศที่อยู่ราว 23% นอกจากนี้กว่า 1 ใน 4 ยังมีปัญหาสุขภาพจิต

ในช่วงเวลาการสร้างครอบครัวการลด “ความกังวล” เพื่อใช้เวลากับตัวเองและคนที่รักได้เต็มที่ถือเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นทางบริษัทฯ จึงออกแบบประกันฯ ให้มีความหลากหลาย และปรับให้ผลิตภัณฑ์ต้องเข้าใจง่าย ไม่ยุ่งยาก รวมถึงเน้นการบริการที่ดียิ่งขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์ของแต่ละบริษัทอาจไม่ต่างกันมาก แต่การบริการคือสิ่งที่เราจะปรับให้ตอบโจทย์กับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูกค้าได้

ที่สำคัญบริษัทฯ จะเน้นการรับประกันที่มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อรักษาอัตราการต่ออายุ และลูกค้าสามารถจ่ายไหวโดยไม่เกินตัว ผ่านการขยายทีมที่ปรึกษากลุ่มคนรุ่นใหม่ และการใช้ AI มาต่อยอดให้งานของบริษัทฯ และตัวแทนประกันชีวิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการปรับใช้ AI ทำ Predictive Model และเน้นการสร้างคนให้มีดิจิทัลสกิลมากขึ้น

“ตอนนี้คนรู้ว่าประกันชีวิตจำเป็น แต่จะทำอย่างไรให้ง่าย และจ่ายไหว ซึ่งเขาต้องเชื่อใจบริษัทประกันภัยด้วย ที่ผ่านมาเริ่มรุกผ่านการสร้างพื้นที่ให้คนรู้จักไทยสมุทรฯ มากขึ้นบน TikTok” นุสรา กล่าว

ปัจจุบันทางบริษัทฯ มีฐานลูกค้า 1.6 ล้านกรมธรรม์ สินทรัพย์รวม 105,273 ล้านบาท โดยช่วง 6 เดือนแรก เบี้ยประกันภัยปีต่ออาจไม่ค่อยดีเพราะอยู่ระหว่างการปรับตัว แต่เบี้ยฯ ปีแรกและประกันกลุ่มเติบโตขึ้น

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าสถานการณ์สังคมสูงวัยเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง เพราะความกังวลจากค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นทำให้คนสนใจซื้อประกันมากขึ้น แต่อีกด้านเคลมอาจสูงขึ้นจากความเสี่ยงโรคใหม่ที่อุบัติขึ้น ดังนั้นความเสี่ยงที่เคยคำนวณไว้ อาจเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าที่คิด ทำให้บริษัทต้องพยายามบริหารจัดการ เป้าหมายคือไม่ให้เบี้ยสูงเกินไปให้คนเข้าถึงได้ และต้องเข้าดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายที่อาจเกินความจำเป็นทางการแพทย์

ในภาพรวมของตลาดช่องทางการขายหลักที่ยังเติบโตได้ดียังคงเป็นช่องทางตัวแทน ถัดมาเป็นเบี้ยฯ ผ่านช่องทางธนาคาร ขณะที่ช่องทางดิจิทัลเติบโตสูง และรวดเร็วมาก แต่ยังมีสัดส่วนไม่ถึงเกิน 1% ของเบี้ยรวมทั้งตลาด ดังนั้นถือเป็นช่วงเวลาที่เราต้องศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ลึกขึ้น เช่น ลูกค้าอาจปรึกษาบนช่องทางออนไลน์ แต่ยังซื้อผ่านคน เพราะคนต้องการความเข้าใจในการเลือกประกันให้ตรงกับโจทย์ของชีวิต



อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ