ถอดรหัส “InsureX” หลังรีแบรนด์ใหญ่ จากโบรกเกอร์ฯ สู่ที่ปรึกษาด้านประกัน ให้ “ชัวร์ทุกก้าวชีวิต”

Personal Finance

Insurance

Content Partnership

Content Partnership

Tag

ถอดรหัส “InsureX” หลังรีแบรนด์ใหญ่ จากโบรกเกอร์ฯ สู่ที่ปรึกษาด้านประกัน ให้ “ชัวร์ทุกก้าวชีวิต”

Date Time: 6 ก.ค. 2569 12:00 น.
Content Partnership

Summary

InsureX รีแบรนด์ครั้งใหญ่ ชูแนวคิดที่ปรึกษาด้านประกัน ผสาน AI ดีไซน์แผนเฉพาะบุคคล ย่อยประกันให้เป็นเรื่องง่าย เจาะกลุ่มกลางบนและคนรุ่นใหม่ ตั้งเป้าเบี้ยแตะหมื่นล้านใน 5 ปี


“ความสำเร็จในวันนี้ จะอยู่กับเราไปได้นานแค่ไหน?” 

“ถ้าเป็นมะเร็งขึ้นมา จะจ่ายพอไหม?” 

“หากวันนี้เราไม่อยู่ คนข้างหลังจะเป็นอย่างไร?” 

นี่เป็นคำถามสำคัญที่คนไทยยุคนี้ต้องกลับมาคิดทบทวน เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนและการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ แผนชีวิตแบบเดิมๆ ที่เคยคิดว่า “เอาอยู่” อาจไม่เพียงพออีกต่อไป 

หลายคนตั้งหน้าตั้งตาทำงาน เพื่อสร้างความมั่งคั่งและรักษาไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ แต่กลับลืมไปว่า ยิ่งชีวิตประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ ความกังวลและช่องว่างในการบริหารความเสี่ยงก็ยิ่งซับซ้อนขึ้นเท่านั้น ตั้งแต่ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ค่ารักษาพยาบาลที่คาดเดาไม่ได้ อุบัติเหตุที่เกิดได้ทุกเมื่อ ไปจนถึงโจทย์ใหญ่อย่างการส่งต่อมรดกให้คนรุ่นหลัง

ดังนั้น โจทย์ของการใช้ชีวิตให้มีความสุขและก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ จึงอยู่ที่ว่าเรามี “เครื่องมือ” ในการปกป้องความเสี่ยงที่แม่นยำและตอบโจทย์รอบด้านมากแค่ไหน เพราะในยุคนี้การมีแผนสำรองที่ครอบคลุมจึงไม่ใช่แค่ทางเลือกเสริม แต่คือหลักประกันสำคัญที่จะทำให้ทุกก้าวของชีวิตไม่มีคำว่าสะดุด และนี่คือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ทำให้สมการความคุ้มครองในประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน โจทย์ใหม่ที่ไม่ใช่แค่ “ซื้อประกัน”

เมื่อความซับซ้อนของชีวิตมีมากขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงแค่ “กรมธรรม์ประกันภัย” แบบเดี่ยว ๆ อีกต่อไป แต่กำลังมองหา “ที่ปรึกษาด้านประกัน” ที่เข้าใจชีวิตและสามารถดีไซน์แผนความคุ้มครองที่ตอบโจทย์รอบด้าน 

บริษัท อินชัวร์ เอกซ์ จำกัด (InsureX) ชื่อใหม่ของแบรนด์ธุรกิจนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยที่เปลี่ยนชื่อจาก SCB Protect โดยยังคงความแข็งแกร่งอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจทางการเงิน SCBX และมีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้น 100% พร้อมจะเปลี่ยนภาพจำของธุรกิจประกันให้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารชีวิตและการเงินอย่างครบวงจร สู่การเป็นที่ปรึกษาด้านประกัน (Holistic Protection Advisory) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าจะอยู่เคียงข้างให้ลูกค้า ตาม Tagline “ชัวร์ทุกก้าวชีวิต”

ณภัชชา พงศ์วัฒนกิจกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินชัวร์ เอกซ์ จำกัด หรือ InsureX เปิดเผยว่า ในยุคที่ความต้องการของผู้บริโภคมีความซับซ้อนขึ้น การนำเสนอผลิตภัณฑ์แบบ Single Product ไม่สามารถตอบโจทย์ช่องว่างความเสี่ยงหลัก 3 ด้านของคนไทยได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการเงินระยะยาวเพื่อรองรับค่ารักษาพยาบาลในวัยเกษียณ การคงคุณภาพชีวิตและไลฟ์สไตล์ให้มั่นคงในอนาคต ตลอดจนการวางแผนส่งต่อความมั่งคั่งไปยังคนรุ่นหลัง 

InsureX จึงถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อส่งมอบการวางแผนความคุ้มครองแบบ 360 องศา ผ่านสโลแกน “ชัวร์ทุกก้าวชีวิต” โดยมุ่งเน้นการดูแลลูกค้าในทุกมิติ ทั้งชีวิต สุขภาพ โรคร้ายแรง ทรัพย์สิน และการวางแผนมรดก 

ผ่านปรัชญา 4INs เริ่มต้นจากปรัชญาสำคัญคือ 1.Intelligence ที่มุ่งพัฒนาบุคลากรให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง 2.Innovation การนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อทำให้การวางแผนความคุ้มครองเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ง่าย และไม่ซับซ้อน 3.Integrity ยึดมั่นในความโปร่งใสและจริยธรรมเพื่อสร้างความไว้วางใจ และ 4.In-Touch ที่พร้อมเข้าถึงและเคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงเวลา 

พร้อมกันนี้ได้ประกาศ 3 กลยุทธ์หลักเพื่อเพื่อเป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจ ประกอบด้วย 1) วางแผนความคุ้มครองโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง 2) นำ AI ออกแบบโซลูชันความคุ้มครองแบบเฉพาะบุคคล (Hyper-Personalized Solution)  และ 3) ผสานพลังช่องทางการขายแบบ Omnichannel ทั้งช่องทางที่ปรึกษาด้านประกัน ดิจิทัล และเทเลเซลล์ ซึ่งเป็นจุดแข็งเดิมเพื่อมอบประสบการณ์ที่ต่อเนื่องและเหมาะสมกับลูกค้าในแต่ละกลุ่ม (Right Channel, Right Customer, Right Timing)  

รวมทั้งบริษัทมีแผนขยายจำนวนที่ปรึกษาด้านประกันจากปัจจุบัน 550 คน เป็น 5,000 คนภายในปี 2030 พร้อมเพิ่มจำนวนที่ปรึกษาด้านประกันระดับ MDRT และ TOT จากปัจจุบัน 22 คน เป็น 200 คน เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้คำแนะนำและการดูแลลูกค้าในระยะยาว

ก้าวสำคัญของ InsureX สู่การเติบโตเชิงรุกใน 5 ปี 

ดังนั้น InsureX ภายใต้การนำของ ณภัชชา กำลังขับเคลื่อนองค์กรเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญด้วยแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2026 ไปจนถึงปี 2030 โดยตั้งเป้าหมายเชิงรุกเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน จากฐานเดิม 4,300 ล้านบาท ทะยานสู่เป้าหมาย 10,000 ล้านบาทให้สำเร็จภายในปี 2030 พร้อมทั้งตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าจากปัจจุบัน 600,000 ราย ให้แตะระดับ 1,000,000 ราย ภายในกรอบเวลาเดียวกัน

ปัจจุบันโครงสร้างเบี้ยประกันของ InsureX แบ่งสัดส่วนระหว่างประกันชีวิตและประกันวินาศภัยอยู่ที่ประมาณ 50:50 โดยมีช่องทางเทเลเซลล์เป็นจุดแข็งเดิมที่เติบโตอย่างมั่นคงตั้งแต่ช่วงวิกฤตโควิด-19 ซึ่งสัดส่วนลูกค้ามาจากฐานลูกค้าธนาคารราว 70% และเป็นลูกค้าภายนอกอีก 30% 

อย่างไรก็ตาม ทิศทางนับจากนี้ InsureX จะมุ่งเน้นการเติบโตในฝั่งประกันชีวิตมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับความต้องการที่ซับซ้อนของผู้บริโภคในยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น และการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบโดยจะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน

ทั้งนี้ ณภัชชา อธิบายว่า InsureX แตกต่างจากโบรกเกอร์ทั่วไป เนื่องจากมีหน้าที่คัดสรรและเปรียบเทียบแบบประกันที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุด เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกที่มีคุณภาพในการตัดสินใจ 

พลิกมุมมองผู้บริโภค ย่อยเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย

และจากการศึกษาข้อมูลเชิงลึกจากหลากหลายแหล่ง ทั้ง McKinsey และ Swiss Re ทำให้บริษัทฯ มองเห็นทิศทางของตลาดและเป้าหมายทางด้านคุณภาพที่ชัดเจน โดยปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ลูกค้าไม่ได้ต้องการเดินมาเจอหน้านายหน้าประกันแล้วเห็นแบบประกันสำเร็จรูปเพียงแบบเดียว ยุคของการใช้ผลิตภัณฑ์เดียวขายให้ทุกคนได้หมดไปแล้ว แต่ทิศทางในปัจจุบันย้อนกลับกันอย่างสิ้นเชิง ลูกค้าต้องการแบบประกันที่เหมาะกับเป้าหมายชีวิตและความต้องการของแต่ละคน ซึ่งอาจเกิดจากการจัดสรรทางเลือกความคุ้มครองที่หลากหลาย เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างเหมาะสมที่สุด

แน่นอนว่าความซับซ้อนนี้อาจกลายเป็นเรื่องยากสำหรับผู้บริโภค แต่นี่คือช่องว่างทางการตลาดและโอกาสสำคัญที่ InsureX มองเห็น ที่ปรึกษาด้านประกันของบริษัทจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม ย่อยศัพท์แสงเฉพาะทาง ข้อกฎหมาย และเรื่องยาก ๆ ให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย เพราะประกันภัยเป็นสินค้าที่แปลกตรงที่ไม่สามารถทดลองใช้ได้และไม่มีตัวตนจับต้องได้ การอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจว่าเบี้ยที่เสียไป เสียไปเพื่ออะไร และจะได้รับอะไรตอบแทน จะช่วยให้พวกเขายินดีที่จะถือครองกรมธรรม์นั้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว และเมื่อเกิดวิกฤตขึ้นในชีวิต กรมธรรม์ฉบับนั้นก็จะย้อนกลับมาทำหน้าที่ปกป้องและช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างแท้จริง

ณภัชชา เสริมว่า ผลิตภัณฑ์ประกันภัยเปรียบเสมือน “รูบิค” ที่มีมิติหลากหลาย หน้าที่ของบริษัทคือการหมุนบิดมุมมองและจัดวางทางเลือกของผลิตภัณฑ์ให้สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของลูกค้า ณ ช่วงเวลานั้น ๆ ได้อย่างตรงจุด และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนแนวทางการให้คำปรึกษาให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ความยืดหยุ่น ความซับซ้อน และแง่มุมที่หลากหลายของประกันภัยนี่เอง ที่จะกลายเป็นข้อได้เปรียบสำคัญที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ประกันยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงและวางแผนชีวิตในทุกช่วงเวลา

เจาะกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ด้วยแนวคิด “เกษียณเร็ว ซื้อตอนแข็งแรง”

ทั้งนี้อินไซต์ที่น่าสนใจ คือ ภาพจำในอดีตที่ว่าคนอายุน้อยมักมองว่าประกันเป็นเรื่องไกลตัวได้เปลี่ยนไปแล้ว โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Y และ Gen Z หลังวิกฤตโควิด-19 เปิดใจและเดินเข้ามาหาประกันเร็วขึ้น เพราะต้องการวางแผนเกษียณตั้งแต่อายุน้อย เช่น ช่วงอายุ 35–45 ปี และเข้าใจดีว่าประกันเป็นสินค้าที่ต้องซื้อในวันที่ร่างกายแข็งแรงที่สุดเพื่อความคุ้มค่าสูงสุดในการวางแผนการเงินองค์รวมและการสร้างกองมรดก

“การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้แนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ต้องปรับจากเดิมที่เคยใช้รูปแบบเดียวขายให้ทุกคน ไปสู่การทำโซลูชันเฉพาะบุคคลที่มีความยืดหยุ่นสูง ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ยุคนี้จึงต้องสามารถผสมผสานทางเลือกความคุ้มครองให้เหมาะกับเป้าหมายชีวิตของแต่ละคน เปรียบเหมือนการหยิบสินค้าต่าง ๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ตมาจัดสรรให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละคน เช่น กรมธรรม์ที่ทำหน้าที่เป็นมรดกปกป้องครอบครัวหากเกิดเหตุไม่คาดฝันในตอนที่ลูกยังเล็ก แต่หากผู้ถือกรมธรรม์มีชีวิตอยู่จนแก่เฒ่า ความต้องการอาจเปลี่ยนไปสู่การวางแผนการเงินหรือการดูแลสุขภาพในยามเกษียณ ความยืดหยุ่นที่หลากหลายนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญที่ทำให้ประกันภัยยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงและวางแผนชีวิตในทุกช่วงเวลา” ณภัชชา กล่าว

แต้มต่อทางธุรกิจและการทลายความกลัวการ Hard Sale

นอกจากเรื่องผลิตภัณฑ์แล้ว InsureX ยังมุ่งทลายภาพจำและแก้ปัญหาความกลัวการถูกกดดันขายประกันแบบฮาร์ดเซลของผู้บริโภค Gen ใหม่ โดย ณภัชชา ชี้ว่า ประกันเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทดลองใช้ไม่ได้และไม่มีตัวตน และควรเป็นสิ่งที่ควรซื้อตอนที่ยังแข็งแรง เพราะถ้าไม่แข็งแรงแล้วบริษัทก็อาจไม่ให้คุณซื้อ อีกทั้งคนรุ่นใหม่เริ่มมองการเกษียณเร็วขึ้น ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงอายุ 60 ปี อีกต่อไป 

ดังนั้น การพลิกภาพจำดังกล่าว จึงมาพร้อมกับการเปลี่ยนบทบาทของนายหน้าประกันแบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นที่ปรึกษาด้านประกันอย่างแท้จริง  ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมช่วยย่อยศัพท์แสงเฉพาะทางและข้อกฎหมายที่ยากให้กลายเป็นเรื่องเข้าใจง่าย เพื่อให้ลูกค้าเห็นคุณค่าของเบี้ยประกันที่จ่ายไปและยินดีที่จะถือครองกรมธรรม์ต่อเนื่องในระยะยาว โดยมีทีมงานระดับคุณวุฒิ MDRT ที่พร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพและแนะนำประกันแบบเจาะลึกตามช่วงชีวิตที่เปลี่ยนไปของลูกค้า

นอกจากนี้ แต้มต่อสำคัญที่ทำให้ InsureX แตกต่างและมีความน่าเชื่อถือในระดับสูงสุด คือการขับเคลื่อนร่วมกันระหว่างคน ระบบ และการสนับสนุนอย่างเต็มกำลังจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญกับฝ่ายขายในฐานะด่านหน้า โดยได้จัดตั้งคณะกรรมการฝ่ายขายเพื่อทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของลูกค้ากลับสู่หลังบ้าน ทำให้ทุกการคัดสรรโซลูชันความคุ้มครองหรือการสื่อสารแบรนด์ตรงใจผู้บริโภคมากที่สุด

ท้ายที่สุด เกณฑ์การวัดผลความสำเร็จในการรีแบรนด์ครั้งนี้จึงไม่ได้มองเพียงแค่ตัวเลขเบี้ยประกัน แต่เน้นการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ใน 4 กลุ่มเป้าหมายหลัก เริ่มตั้งแต่การสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าเดิมว่าจะได้รับการดูแลและทบทวนกรมธรรม์ที่ดีขึ้น การสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าใหม่และคนทั่วไปรับรู้ถึงความครบวงจร โปร่งใส จริงใจ รวมถึงการเปิดรับพันธมิตรธุรกิจรายใหม่ ๆ เพื่อดึงผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับอายุขัยเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นของคนไทยเข้ามาในพอร์ต ซึ่งอินไซต์และการปรับตัวทั้งหมดนี้จะช่วยให้ InsureX สามารถตอบโจทย์และเข้าไปช่วยแก้ปัญหาชีวิตให้กับผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน


Author

Content Partnership

Content Partnership