
เศรษฐกิจปัจจุบันทำให้คนไทยคิดหนักขึ้นเวลาจะใช้จ่ายแต่ละบาท ล่าสุด ธนชาตประกันภัย รุกตลาดประกันรถยนต์ปี 2569 โดยปรับรูปแบบให้ “ความคุ้มครองหลากหลาย” ยิ่งขึ้น ใน 4 ผลิตภัณฑ์หลักซึ่งรวมถึงชั้น 2+, 3+ เพื่อให้ราคาเบี้ยฯ ถูกลง ส่วนทั้งปี 2569 ตั้งเป้าหมายมีเบี้ยรับรวมที่ 13,000 ล้านบาท เติบโต 11%
วิชินี โอรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2569 ทางสมาคมประกันวินาศภัยไทย คาดว่าภาพรวมอุตสาหกรรมจะเติบโต 2.5-3.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่ทางบริษัทฯ ยังตั้งเป้าหมายที่ท้าทายคาดว่าเบี้ยประกันภัยรับรวมปีนี้จะอยู่ที่ 13,000 ล้านบาท เติบโต 11%YoY
แม้ปี 2569 จะมีความไม่แน่นอนสูงที่อาจส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจประกันภัย แต่เชื่อว่ายังมีโอกาสในลูกค้าเฉพาะกลุ่ม โดยทางบริษัทฯ ศึกษา Customer Insight พบว่า ทั้งไลฟ์สไตล์, Generation, พฤติกรรมการใช้รถของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป เช่น คนเลือกใช้รถคันเดิมนานขึ้น ตั้งแต่ 10, 20 ปีขึ้นไป เป็นต้น จึงมีการขยายอายุการรับประกันจากเดิมที่ราว 20-25 ปี ขึ้นเป็น 25-30 ปี
นอกจากนี้ ในภาวะปัจจุบันคาดว่าลูกค้าบางส่วนการเงินอาจไม่คล่องตัวสูงขึ้น จึงมีการออกแบบความคุ้มครองที่ขนาดเล็กลงเพื่อมารองรับความต้องการแบบนี้ ให้ลูกค้าเลือกได้ และยังเปิดให้ผ่อน 0% นาน 10 เดือน (กรณีเบี้ยถึงเงื่อนไขที่กำหนด)
จากข้อมูลเหล่านี้บริษัทฯ นำมาปรับปรุงประกันภัยรถยนต์ให้ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย ซึ่งจะเริ่มขายในวันที่ 1 เม.ย. 69 ผ่าน 4 แบบ ได้แก่
- ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต ชั้น 1 One Save เบี้ยประกันฯ เริ่มต้น 7,999 บาท
- ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 2+ ฟิต เบี้ยประกันฯ เริ่มต้น 5,500 บาท (ตัวอย่างความคุ้มครอง เช่น ซ่อมรถเจ้าของกรมธรรม์กรณีรถชนรถ)
- ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 3+ ฟิต เบี้ยประกันฯ เริ่มต้น 5,000 บาท (ตัวอย่างความคุ้มครอง เช่น ซ่อมรถเจ้าของกรมธรรม์กรณีรถชนรถ ไม่คุ้มครองกรณีรถหาย, ไฟไหม้)
- ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต ชั้น 3 เบี้ยประกันฯ เริ่มต้น 2,100 บาท
ส่วนประกันรถยนต์ไฟฟ้า ปัจจุบันรับประกันอยู่ราว 20,000 คัน คิดเป็นเบี้ยประกันฯ รวม 670 ล้านบาท คาดว่าภายในปี 2569 จะเพิ่มขึ้นแตะ 1,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม พอร์ตของบริษัทฯ สัดส่วนกว่า 90% ยังเป็นประกันภัยรถยนต์ โดยเกินกว่า 50% เป็นประกันรถชั้น 1 ถัดมาคือ ชั้น 2+ ขณะเดียวกันในปีนี้จะเดินหน้าขยายประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ เช่น ประกันบ้าน (ประกันอัคคีภัย) เพราะเชื่อว่าตลาดยังเติบโตได้อีกมาก จากข้อมูลที่ว่าในประเทศไทยมีจำนวนบ้านจดทะเบียน (มีบ้านเลขที่) รวม 25 ล้านหลัง แต่มีเพียง 8% ที่มีประกันภัยบ้าน จึงมีโอกาสในตลาดนี้อีกมากมาย
“กลยุทธ์ของธนชาตประกันภัยคือ มุ่งเน้นรักษาฐานลูกค้าเดิมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่มที่มีเบี้ยประกันไม่สูง หรือ Small Budget Product ทำให้ประกันภัยเป็นเรื่องเข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคที่ต้องบริหารค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ”
ทั้งนี้ ปี 2568 ทางบริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 11,672 ล้านบาท เติบโต 1.55% และมีกำไรสุทธิ 1,077 ล้านบาท ขณะที่อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR Ratio) อยู่ที่ 537.7% และมีสินทรัพย์รวม 17,465 ล้านบาท
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney