วิริยะประกันภัย กางแผนคุมเข้มประกัน EV หลังเบี้ยพุ่งสูงกว่ารถสันดาป 20% ปี 69 เบี้ย 4.4 หมื่นล้าน

Personal Finance

Insurance

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

วิริยะประกันภัย กางแผนคุมเข้มประกัน EV หลังเบี้ยพุ่งสูงกว่ารถสันดาป 20% ปี 69 เบี้ย 4.4 หมื่นล้าน

Date Time: 5 มี.ค. 2569 17:59 น.

Video

ลาขาดรัฐพันแอปฯ คุยเรื่องรัฐบาลดิจิทัล เห็นภาพ จับต้องได้ | Digital Frontiers EP.56 Special Talk

Summary

วิริยะประกันภัย ตั้งเป้าเบี้ยรับรวมปี 69 ที่ 44,646 ล้านบาท ชูกลยุทธ์ Data-Driven และนวัตกรรม V-Inspection/VCall ยกระดับงานบริการ พร้อมปรับเกณฑ์รับประกันรถ EV รายยี่ห้อ ตามความเสี่ยงจริงเพื่อความยั่งยืนของพอร์ต


ในสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและภัยธรรมชาติที่คาดเดาได้ยาก “ความเชื่อมั่น” กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ “วิริยะประกันภัย” ยังคงยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งพิสูจน์ได้จากผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่เติบโตอย่างโดดเด่นทะลุเป้าหมาย แม้ GDP ของประเทศจะขยายตัว 2.4% และภาพรวมอุตสาหกรรมประกันภัยจะเติบโตเพียง 2-3% 

บริษัทฯ สามารถทำเบี้ยประกันภัยรับรวมได้สูงถึง 42,923 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 5% จากภาพรวมอุตสาหกรรมประกันภัยที่เติบโตเพียง 2-3% 

ซึ่งแบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ (Motor) 37,654 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) ที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดดถึง 17.09% หรือ 5,269 ล้านบาท

ส่งผลให้บริษัทฯ ครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 34 โดยมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 14.6% และเป็นอันดับ 1 ในด้านประกันภัยรถยนต์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 39 มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 23% 

โดยที่สถานะทางการเงินยังคงมีความมั่นคงสูง ด้วยสินทรัพย์รวม 68,166 ล้านบาท เงินทุนสำรอง 34,000 ล้านบาท และมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) สูงถึง 357.21% ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่ามาตรฐานของเงินกองทุนฯ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้

อมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สำหรับเป้าหมายด้านยอดขายในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับตรงรวมอยู่ที่ 44,646 ล้านบาท หรือต้องเติบโตประมาณ 4% แบ่งเป็นด้าน Motor อยู่ที่ 38,865 ล้านบาท หรือเติบโต 3% ส่วนด้าน Non-Motor อยู่ที่ 5,780 ล้านบาท หรือเติบโต 9.7%

ทยอยปรับเบี้ยและเงื่อนไขความคุ้มครอง EV

สำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) นั้น ปัจจุบัน วิริยะฯ ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งด้วยเบี้ยประกันรวมกว่า 2,800 ล้านบาท มีส่วนแบ่งตลาด 40% ซึ่งนับเป็นอันดับ 1 แม้ว่าที่ผ่านมาจะยังประสบภาวะขาดทุนจากการเคลมประมาณ 10% ก็ตาม 

แต่บริษัทฯ ได้เดินหน้าขายประกันรถอีวีต่อไป โดยมีการใช้กลยุทธ์ปรับเบี้ยและเงื่อนไขความคุ้มครองให้เหมาะสมตามความเสี่ยงรายรุ่นและรายยี่ห้อ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับพอร์ตประกันภัยในระยะยาว

สำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นกระแสหลักในปัจจุบัน วิริยะประกันภัยยอมรับว่ามีความท้าทายเฉพาะตัว โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างราคาอะไหล่และค่าแรงที่แตกต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อ ปัจจุบันเบี้ยประกันรถ EV ยังคงสูงกว่ารถยนต์สันดาปประมาณ 20% และมีการทยอยปรับเบี้ยให้สอดคล้องกับความเสี่ยงจริงอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ บริษัทยังเฝ้าระวังความเสี่ยงด้าน "การฉ้อฉลประกันภัย" ที่อาจเกิดขึ้นจากกรณีราคารถ EV มือหนึ่งปรับลดลงอย่างรวดเร็ว จนต่ำกว่าทุนประกันที่ทำไว้เดิม ซึ่งอาจจูงใจให้เกิดมิจฉาชีพได้ บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการพิจารณาสินไหมอย่างเป็นธรรมและละเอียดรอบคอบเป็นพิเศษ

ปี 2569 วิริยะประกันภัย ได้วางกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน เพื่อขับเคลื่อนองค์กร

  • การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเคลมและการรับประกัน
  • การบริหารจัดการฐานข้อมูล (Data-Driven) เพื่อความแม่นยำในการวิเคราะห์ความเสี่ยง
  • การพัฒนาศักยภาพบุคลากร กว่า 7,000 คนทั่วประเทศ ให้มีความพร้อมในการดูแลลูกค้าด้วยมาตรฐานเดียวกันภายใต้นโยบาย "ความเป็นธรรมคือนโยบาย"

ส่วนแผนการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทฯ มุ่งยกระดับคุณภาพงานบริการให้ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและคู่ค้ามากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนงานบริการ ทั้งระบบการรับประกันภัย การเคลมสินไหมทดแทน การเชื่อมโยงข้อมูลกับคู่ค้าให้รวดเร็ว แม่นยำ และสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา 

รวมถึงยกระดับการให้บริการภายใต้แนวทาง One Stop Service ให้ครอบคลุมทุกงานบริการ ทั้งการให้บริการของศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ผ่านสายด่วน 1557 การให้บริการผ่านระบบออนไลน์แบบ Self Service บน LINE Official เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกและครบวงจร ควบคู่กับการกำกับดูแลคุณภาพงานเคลม การตรวจสอบอุบัติเหตุ และคุณภาพงานจัดซ่อมให้ได้มาตรฐานภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า

นวัตกรรมบริการ “สะดวกรวดเร็ว ทุกที่ ทุกเวลา”

บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานและประยุกต์ใช้นวัตกรรมให้เกิดประสิทธิภาพในงานบริการสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงระบบงานต่าง ๆ ให้มีความรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น อาทิ ระบบ E-Agency โปรแกรมที่ช่วยรองรับการทำงานของตัวแทนฯ,  V-Inspection บริการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนทำประกันภัยด้วย AI, VClaim on VCall บริการเคลมนัดหมายออนไลน์ผ่านวิดีโอคอลที่รวดเร็วและครอบคลุมทุกจังหวัด 

รวมถึงวางแนวทางพัฒนาบริการ Fast Track Claim สำหรับค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยรายได้จากการนอนโรงพยาบาล (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) และยังมีแผนพัฒนาการแจ้งซ่อมออนไลน์และเพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติงานของพนักงานตรวจสอบอุบัติเหตุ 1,400 คนที่ประจำอยู่ตามศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทั่วประเทศ

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงขับเคลื่อนกลยุทธ์ Data Driven ด้วยการนำข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์พฤติกรรม ความต้องการ และความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละกลุ่ม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มประกันภัย Motor และ Non-Motor ซึ่งในปีนี้ บริษัทฯ ได้เตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของประชาชน และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของประชาชนในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ