
Great Millennial Career Crisis เมื่อกลุ่ม Gen Y ที่ตอนนี้ยังมีงานทำอยู่ กลับต้องคิดหนักว่า งานหรืออาชีพที่มีอยู่จะทำไปได้ถึงเมื่อไร
มนุษย์เงินเดือนต้องเจอศึกหนักมาตลอด ยิ่ง AI เข้ามากดดันว่า งานที่เราทำอยู่จะถูกแทนที่ไหม ไหนจะมีข่าวองค์กรปลดคน แม้แต่บริษัทเทคโนโลยีเจ้าใหญ่ก็สั่งเลย์ออฟหลักหมื่นคน จนกลุ่ม Millennial ที่ตอนนี้ยังมีงานทำอยู่ กลับต้องคิดหนักว่า งานหรืออาชีพที่มีอยู่จะทำไปได้ถึงเมื่อไร
โลกการทำงานมักเค้นให้คนต้องพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แต่ใช่ว่าทุกคนจะเปลี่ยนตัวเองได้ทันกับที่องค์กรอยากได้ จนเรื่องการ Burnout หรือเทรนด์ Quiet Quitting ถูกพูดถึงกันบ่อยๆ
ตอนนี้ปรากฏการณ์ Great Millennial Career Crisis หรือ วิกฤติอาชีพครั้งใหญ่ของชาว Millennial (Gen Y) กำลังกลืนกินคนทำงานไปเรื่อยๆ เรียกว่า กลุ่ม Gen Y ที่เติบโตมากับคำที่ว่า “พยายามแล้วจะสำเร็จ” จนหลายคนให้งานเป็นเรื่องหลักของชีวิต แม้จะทำงานมาจนถึงระดับกลาง ทั้งตำแหน่งหรือเงินเดือนอาจเติบโตกว่า First Jobber แต่ในด้านความรู้สึก มองว่าผลตอบแทนยังไม่ได้อย่างที่คิด งานก็ยังไม่มั่นคงนัก ถึงทำต่อไป ชีวิตอาจไปไม่ถึงไหน… ไม่ง่ายเหมือน Career Path ที่เคยเห็นมา
ล่าสุด มีผลสำรวจจาก elvtr พบว่า 33% ของ Gen Z และ 37% ของ Gen Y ไม่รู้สึกพึงพอใจกับงานในปัจจุบัน เมื่อเจาะลึกลงไปในกลุ่ม Gen Y รู้สึกจมอยู่กับภาวะ Mid-career identity Crisis ที่ตั้งคำถามกับงานที่ทำอยู่ โดยกว่า 55% รู้สึกว่างานยังไม่ลงตัว และยังหาเส้นทางอาชีพของตัวเองต่อไป
ทั้งนี้ 25% ของ Gen Y มีแผนที่จะเปลี่ยนสายงานอย่างจริงจัง และ 59% อยากให้มี “ข้ออ้าง” จากภายนอกเช่น ถูกเลิกจ้าง จะได้ออกจากงานที่รู้สึกไม่ใช่
นี่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกขี้เกียจไม่อยากทำงาน แต่อาจเกิดจาก อนาคตที่ไม่ชัดเจน และความรู้สึกว่า คุ้มไหมที่จะเลือกเส้นทางนี้ แน่นอนว่า การถูกเลิกจ้างก็จะได้รับทั้งเงินชดเชยตามกฎหมาย และหลายคนก็สบายใจที่ไม่ต้องตอบคำถามในที่ทำงานหรือครอบครัวว่า ทำไมงานดีอยู่แล้วถึงลาออก
ท่ามกลางกระแสการเลิกจ้าง ปรับเป้าหมายและปรับลดขนาดองค์กรเกิดขึ้นทั่วโลก ส่วนในประเทศไทยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ไว้ว่าปี 2569 นี้ การเลิกจ้างแรงงานในระบบประกันสังคม (ม.33) จะอยู่ไม่ต่ำกว่า 40,000 คน/เดือน สาเหตุเพราะมีปัจจัยกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ การแข่งขันที่รุนแรง และผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล - สหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึงเทรนด์การใช้เทคโนโลยีทดแทนแรงงานมากขึ้น
ส่วนปี 2568 ที่ผ่านมา การเลิกจ้างแรงงานในระบบ ม.33 อยู่ที่ 531,779 คน เพิ่มขึ้น 20% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดย 3 อันดับสาขาที่มีการเลิกจ้างมากที่สุดคือ
จากข้อมูลนี้สะท้อนว่า ไม่เพียงแต่ คนทำงานต้องปรับตัว และเลือกอยู่อุตสาหกรรมที่มีการเติบโต แต่ประเทศ รัฐบาลต้องลงทุนให้เกิดการพัฒนาทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา รวมถึงลงทุนด้านบุคลากร เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตและเกิดการจ้างงานในระยะยาว
ในวันที่เกิดเรื่องไม่คาดคิด ถ้าถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ไม่ว่าบริษัทลดขนาดองค์กร หรือปิดตัว ตามกฎหมายแล้ว แรงงานต้องได้รับเงินชดเชยตาม "อายุงาน" ตามค่าจ้างอัตราสุดท้าย แบ่งเป็น 6 ขั้น ได้แก่
นอกจากนี้ ถ้าบริษัทไม่แจ้งล่วงหน้าตามกำหนด ยังมีสิทธิได้รับ “ค่าตกใจ” หรือเงินแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเพิ่มอีก 1 งวดค่าจ้าง หรือขึ้นอยู่กับการตกลงกับองค์กร
ส่วนใครที่ส่งประกันสังคมมาตลอด ภายใน 30 วันแรก ต้องลงทะเบียนที่เว็บไซต์กรมการจัดหางาน เพื่อรับเงินทดแทนกรณีถูกเลิกจ้างในอัตรา 60% ของค่าจ้าง นานไม่เกิน 180 วัน สูงสุด 63,000 บาท
ทั้งนี้ เพื่อรักษาสิทธิรักษาพยาบาลของประกันสังคม ถ้ายังไม่มีงานใหม่ ควรสมัครเป็นผู้ประกันตน มาตรา 39 ภายใน 6 เดือนหลังจากออกจากงานเดิม เพื่อให้สิทธิการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเดิมยังคงอยู่
ท่ามกลางความไม่แน่นอน และเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ เราควรรู้ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ และเตรียมตัวให้พร้อมรับมือในวันที่ไม่คาดคิด เช่น เตรียมเงินสำรองไว้ให้พร้อม หรือมีอาชีพเสริม ที่สร้างรายได้ให้เราในวันที่เงินก้อนหลักหายไป
อ้างอิงข้อมูล elvtr, SET, กระทรวงแรงงาน, Fast Company
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney