เคล็ดไม่ลับ ฝ่าพิษเศรษฐกิจหน้าร้อน "สงกรานต์" ใช้จ่ายอย่างไรไม่ "ร้อนใจ-ร้อนเงิน"

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เคล็ดไม่ลับ ฝ่าพิษเศรษฐกิจหน้าร้อน "สงกรานต์" ใช้จ่ายอย่างไรไม่ "ร้อนใจ-ร้อนเงิน"

Date Time: 15 เม.ย. 2569 04:49 น.

Summary

นับจากวันนี้ “การวางแผนทางการเงิน” หาวิธีเพิ่มรายได้ ควบคุมการใช้จ่าย ออมเงิน-ลงทุน จะกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนไทย เพราะนอกจากรายจ่ายประจำ รายจ่ายเพื่อท่องเที่ยว ให้รางวัลตัวเอง

Latest

ผ่อน 0% ดีจริงหรือไม่ มีอะไรซ่อนอยู่?

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการแย่งชิงทรัพยากรที่รุนแรงมาก กำลังสร้างวิกฤติให้กับราคาพลังงาน สินค้าโภคภัณฑ์ และราคาอาหารทั่วโลก ค่าครองชีพที่สูงขึ้นกลายเป็นตัวเปลี่ยนเกม ทำให้ “สงกรานต์” ปีนี้คนไทยใช้จ่าย และท่องเที่ยวได้ไม่เหมือนเดิม

ที่มากไปกว่านั้น วิกฤติครั้งนี้อาจจะไม่จบง่าย คนไทยอาจจะต้องรับแรงกระแทกจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นอีกในระยะเวลาอันใกล้ แต่ไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์อย่างไร “ชีวิตของเราก็ยังต้องดำเนินต่อไป ข้าวยังต้องกิน น้ำยังต้องอาบ น้ำมันยังต้องเติม สงกรานต์ก็ยังต้องฉลอง เราหยุดทุกอย่างไม่ได้”

นับจากวันนี้ “การวางแผนทางการเงิน” หาวิธีเพิ่มรายได้ ควบคุมการใช้จ่าย ออมเงิน-ลงทุน จะกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนไทย เพราะนอกจากรายจ่ายประจำ รายจ่ายเพื่อท่องเที่ยว ให้รางวัลตัวเอง เช่น ค่าใช้จ่ายในช่วงสงกรานต์ เดินทางกลับบ้าน ซื้อของฝากพ่อแม่ ญาติพี่น้องลูกหลาน ทำบุญให้ทาน ก็เป็นอีกส่วนที่ต้องกันเงินไว้ และที่สำคัญ คือ เรายังต้องมีเงินออมไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน และมีเงินเก็บไว้ใช้จ่ายยามเกษียณ

 แต่ปัญหาคือจะมี “วิธีใช้จ่าย และออมเงิน” แบบไหน เราถึงจะมีเงินใช้จ่ายเพียงพอที่จะฝ่าพิษเศรษฐกิจร้อนๆ ที่ร้อนกว่า “หน้าร้อนทะลุ 40 องศา” ของประเทศไทย และยังสามารถหาความสุข สนุก ไม่ขื่นขมมากเกินไปในช่วงสงกรานต์เดือดๆปีนี้ได้ โดยไม่ต้องร้อนใจ และร้อนกระเป๋าสตางค์

และคนจะเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ รู้พฤติกรรมการใช้จ่ายเงินของพวกเราอย่างดี ว่าที่ผ่านมาเรา “ประหยัด หรือฟุ่มเฟือยเกินตัว” น่าจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก “ผู้ให้บริการบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคล” ที่เราทั้งใช้จ่ายผ่านบัตร “รูดปรี๊ดๆ” ขอสินเชื่อเพื่อผ่อนซื้อสินค้าและบริการ หรือแม้แต่กดเงินสด เพื่อใช้รับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝัน

“ทีมเศรษฐกิจ” ได้ขอเคล็ดลับการวางแผนใช้จ่ายและออมเงินในช่วงเศรษฐกิจไม่เป็นใจ จากผู้ให้บริการระดับตัวท็อปตัวแม่ มาแชร์ มาเล่าประสบการณ์ แนะเทคนิคดีๆ ให้คนไทยมีหนทางใช้จ่ายโดยไม่ต้องร้อนใจ-ร้อนเงิน

“กรุงศรีฯ” เผย 4 เคล็ดลับใช้เงินแบบคนสมาร์ท

 เริ่มต้นด้วย “4 เคล็ดลับ สำหรับคนที่ยังอยากใช้เงิน อยากท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ แต่ยังอยากสบายใจ สบายกระเป๋าหลังจบเทศกาล มีเคล็ดลับการวางแผนใช้เงินแบบคนสมาร์ท” จาก “บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์” มาฝากกัน

กับคำถามที่ว่า ถ้าสงกรานต์ปีใหม่ไทย พวกเราเที่ยว+สนุก+ใช้เงินเต็มที่ รู้ตัวอีกที...เงินหายไปครึ่งบัญชี ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าอาหาร กิจกรรมต่างๆ คำถามของบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์คือจะ “สนุกได้เต็มที่” แต่ไม่ทำให้การเงินสะดุดได้ไหม? คำตอบคือ “ได้” ถ้าวางแผนดีพอ แต่ต้องมีเคล็ดลับ 4 ข้อนี้

เคล็ดลับข้อที่ 1.ตั้งงบก่อนออกเดินทาง : อย่าเริ่มจาก “อยากทำอะไร” แต่ให้เริ่มจาก “มีงบเท่าไร”

แบ่งง่ายๆ เช่น เป็นค่าที่พัก ค่าเดินทาง และค่าอาหาร เพราะงบที่ชัด = เที่ยวสนุกแบบไม่รู้สึกผิดทีหลัง และควรตั้งงบเผื่อฉุกเฉินไว้ด้วย เพราะ “อะไรๆก็เกิดขึ้นได้” เช่น อุบัติเหตุรถเสีย เจ็บป่วย หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนแผนกะทันหัน การมี “วงเงินสำรอง เป็นแผนสำรองของชีวิต” จะช่วยให้คุณไม่ต้องเครียดเวลาเจอรายจ่ายที่คาดไม่ถึง

เคล็ดลับข้อที่ 2.แบ่งจ่ายแบบมีระบบ : การจ่ายเงินก้อนใหญ่ทีเดียว อาจกระทบเงินสดในทันที 

การจองโรงแรม หรือแพ็กเกจเที่ยว ที่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ ซึ่งอาจจะทำให้เราขาดสภาพคล่องเฉียลบพลันได้ ลองใช้วิธีแบ่งจ่าย หรือใช้บัตรที่ช่วยผ่อน 0% จะช่วยให้เงินไม่หายไปทีเดียว และยังมีเงินเหลือไว้เผื่อฉุกเฉินอีกด้วย

เคล็ดลับข้อที่ 3.เปรียบเทียบโปรโมชันก่อนใช้ : ตัวช่วยที่ทำให้เที่ยวได้สบายใจขึ้น

เพราะการใช้บัตรเครดิต มักมีเครดิตเงินคืน, ส่วนลด และมีคะแนนสะสม ที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่า ให้การใช้จ่าย อย่าลืมเปรียบเทียบข้อมูลและเลือกให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์คุณ ในช่วงที่ค่าใช้จ่ายเยอะและกระจุกตัวแบบสงกรานต์ การมีเครื่องมือทางการเงินที่ “ยืดหยุ่น” สำคัญมาก

“บัตรเครดิต และบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์” มีเครดิตเงินคืน ขณะที่บัตรกดเงินสด สามารถเป็นแผนสำรองยามฉุกเฉิน และสามารถเลือกผ่อน 0% เป็นตัวช่วยให้ “ไม่ต้องดึงเงินก้อนทั้งหมดออกมาใช้ทันที” ทำให้ยังมีเงินเหลือหมุน และรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิดได้

เคล็ดลับข้อที่ 4.สนุกได้ แต่อย่าลืมมีเงินเหลือสำหรับใช้จ่ายและจ่ายหนี้ “หลังสงกรานต์”

เพราะบางคนหลายคนใช้เงินเต็มที่...แล้วมาลำบากตอนสิ้นเดือน ดังนั้น ก่อนที่จะจ่ายลองคิดง่ายๆก่อนจ่าย ว่า “เดือนหน้าเรายังโอเคอยู่ไหม?” ถ้าคำตอบคือ “ไม่แน่ใจ” อาจต้องเบรกและคิดเพื่อวางแผนการเงินดีๆ

“สงกรานต์ไม่ควรเป็นแค่ “ช่วงเวลาที่สนุก” แต่ควรเป็นช่วงเวลาที่ “สนุกได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องรายจ่ายทีหลัง” เพียงแค่วางแผนล่วงหน้าใช้จ่ายอย่างสมาร์ท ก็สามารถ “คลายร้อน” ได้ทั้งอากาศ และการเงินในกระเป๋า และสำคัญที่สุด คือ ใช้เท่าที่จำเป็น หากต้องกู้เงิน หรือขอสินเชื่อ ให้ชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ยในอัตราที่สูงเกินไป”

“เคทีซี” แนะ 3 กลยุทธ์รับมือค่าครองชีพสูง

ขณะที่ บัตรเครดิตธนาคารกรุงไทย หรือเคทีซี นอกเหนือจากการแนะนำการปรับแผนการท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ รับความต้องการใช้จ่าย และเดินทางของคนไทยที่ยังไม่หายไป รวมทั้งแนะนำการใช้เงินอย่างฉลาดในวันที่เศรษฐกิจเผชิญกับความไม่แน่นอน รายได้ไม่เพิ่มขึ้น สวนทางกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น

โดยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แม้คนส่วนใหญ่ยังต้องการท่องเที่ยว หรือกลับบ้าน เพราะ “สงกรานต์” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่วันหยุดยาว แต่คือช่วงเวลาของการได้กลับไปหาครอบครัว

แต่ในปีนี้ท่ามกลางความไม่แน่นอน ราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนต่อการเดินทางหนึ่งครั้งสูงขึ้นตามไปด้วย หลายคนจึงจำเป็นต้องชะลอการเดินทางลง แต่เคทีซีมองว่ายังมีอีกหนทาง การปรับเปลี่ยนจุดหมายให้สอดคล้องกับความเสี่ยง งบประมาณ และความสะดวก วางแผนและจัดสรรการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ กำหนดงบล่วงหน้าเพื่อให้เห็นภาพรวมของค่าใช้จ่ายจริงก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีค่าใช้จ่ายหลายด้านเกิดขึ้นพร้อมกัน จะทำให้เรายังคงใช้จ่ายและเดินทางในช่วงนี้ได้

“การเลือกเดินทางระยะสั้น หรือรวมหลายจุดหมายในทริปเดียว เป็นทางเลือกที่ช่วยควบคุมต้นทุนได้ โดยยังได้ประสบการณ์การท่องเที่ยวครบถ้วน เที่ยวให้สนุกไม่ใช่เรื่องยาก แต่โจทย์คือเที่ยวแล้วไม่สร้างภาระทางการเงินระยะยาว ดังนั้น ท่ามกลางค่าครองชีพที่ผันผวน คนไทยควรปรับมายืนในฝั่ง “ใช้จ่ายให้ฉลาดขึ้น” ซึ่งไม่ใช่การรัดเข็มขัดจนขาดอิสรภาพ หากคือการออกแบบการใช้เงินให้สอดคล้องกับชีวิต เดินเกมการเงินอย่างมีข้อมูลรองรับ”

เมื่อของแพงขึ้น ผู้บริโภคยุคนี้ไม่ได้หยุดใช้จ่าย แต่จะใช้จ่ายด้วยความคิดที่มากขึ้น เปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ เลือกจับจ่ายในช่วงโปรโมชัน หันไปหาสินค้าทดแทน ตัดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยลง รวมทั้งยังนิยมเลือกสินค้าหรือบริการที่ผ่อนชำระได้ เพื่อกระจายภาระค่าใช้จ่าย เก็บเงินสดไว้ในภาวะรายจ่ายสูงแต่รายได้ไม่ขยับ สะท้อนแนวโน้มสำคัญว่า คนไทยกำลังปรับวิธีคิดเรื่องเงิน “แบบใหม่” ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคที่ของแพงเป็นเรื่องปกติ

และเมื่อรายได้กลายเป็นกำแพงที่ปีนข้ามไปไม่ไหว ผู้บริโภคจึงต้องสร้างกลยุทธ์ทางการเงินของตัวเอง ซึ่งไม่ใช่ “ใช้ให้น้อยที่สุด” แต่คือการ “ใช้ให้ฉลาดที่สุด” โดยให้ความสำคัญกับ 3 กลยุทธ์สำคัญ คือ

1.จัดลำดับความสำคัญของรายจ่าย แยกให้ชัดว่าอะไรคือจำเป็น อะไรคือดี

ต่อใจ และอะไรคือ “สิ่งที่ยังไม่เกิดประโยชน์” ไม่เพิ่มคุณภาพชีวิต โดยคงการใช้จ่ายที่จำเป็น และเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต ลด “สิ่งรบกวนทางการเงิน” ไม่ว่าจะเป็น Flash Sale / Influencer Marketing หรือคำว่าของมันต้องมี ซึ่งกระตุ้นให้เราใช้จ่ายโดยไม่ตั้งใจ

2.ใช้เครื่องมือการเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ใช้บัตรเครดิตเป็นตัวช่วยบริหารกระแสเงินสด ไม่ใช่ตัวเร่งใช้จ่าย มีการวางแผนรอบบิล เลือกใช้ในหมวดที่จำเป็น ใช้สิทธิพิเศษที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ จะช่วยยืดสภาพคล่องและคุมต้นทุนการเงินได้จริง และสิ่งหนึ่งที่มีความเปลี่ยนแปลงชัดเจนคือ ผู้บริโภคเริ่มใช้ “เครื่องมือทางการเงิน” ให้คุ้มขึ้นกว่าที่เคยเพื่อให้เงินที่จ่ายออกไปมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ตัวอย่างเช่น การใช้คะแนนสะสมจากบัตรเครดิต เช่น KTC FOREVER เพื่อแลกรับสิทธิพิเศษ เครื่องดื่ม หรือของใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้สามารถ “ลดต้นทุนความสุข” ได้โดยไม่ต้องลดคุณภาพชีวิตลง

 3.หาแหล่งรายได้มากกว่าหนึ่งช่องทาง เพื่อเสริมความมั่นคงและลดความเสี่ยงจากรายได้หลักที่โตช้ากว่าค่าใช้จ่าย และเรากำลังกลายเป็น “นักวางแผนการเงินจำเป็น” ที่ต้องใช้ข้อมูลและเครื่องมือทุกอย่างที่มี เพื่อให้คุณภาพชีวิตยังไปต่อได้อย่างมั่นคง

 เมื่อ “ของแพง”กลายเป็นวิกฤติ แต่ “รายได้” ไม่ขยับ“ผู้บริโภคยิ่งต้องทำให้ทุกบาทที่ใช้มีความหมายมากกว่าเดิม “เคทีซี” จึงขยับบทบาทจากเครื่องมือชำระเงิน จากวงเงินสินเชื่อ ไปสู่ตัวกลางสร้างความคุ้มค่าทุกพิกัดการใช้จ่าย ทั้งหมวดจำเป็นและไลฟ์สไตล์ เพื่อให้คนไทย “ใช้น้อยลง แต่อยู่ดีขึ้น” ได้อย่างยั่งยืน

ทีทีบี ชี้เทคนิค “ออมเงิน” เผื่อจำเป็น–ฉุกเฉิน

ในขณะที่ “สงกรานต์” เป็นเทศกาลแห่งความสนุกสนานและการใช้จ่าย แต่ภายใต้แรงกดดันของเศรษฐกิจไทยที่กำลังเข้าสู่วิกฤติร้อนๆ ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือทีทีบี ระบุว่า ควบคู่กับการตั้งเป้าหมายในการใช้จ่าย การตั้งเป้าหมายในการออมเงินเป็นสิ่งที่สำคัญ

โดยแนะ 3 เทคนิคในการ “ออมเงิน” เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสพิเศษ และรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งการตั้ง “เป้าหมาย ระยะเวลา และจำนวนเงินออม” ทั้งสามสิ่งนี้ควรมีความสัมพันธ์กัน

ขณะที่เราอาจจะเคยได้ยินว่า เราควรออมเงินอย่างน้อย 10% ของรายได้เพื่อให้อยู่ได้สบาย แต่ในบางช่วงเวลาที่เป้าหมายการออมเงินของเรามีมากกว่า 1 อย่าง หรือในสถานการณ์ที่มีความผันผวน เราอาจจำเป็นต้องออมเงินเพิ่มเป็น 10-30% ของรายได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ไม่ควรให้เบียดเบียนการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากจนเกินไป เรียกว่าออมได้ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง

เช่น เป้าหมายของเราในช่วงสงกรานต์นี้ คือ การพาครอบครัว คนที่รักไปเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการท่องเที่ยว รับประทานอาหาร หรือถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะใช้เงินแบบไหน ก็แค่กำหนดจำนวนเงินที่จะใช้จ่ายเอาไว้ก่อน ถือเป็นหนึ่งในวิธีการตั้งเป้าหมาย เพื่อให้เราแยกประเภทการใช้จ่าย และการออมเงินไปสู่เป้าหมายที่เราอยากใช้จ่ายได้

แต่การออมที่ดี จะยังต้องกำหนดระยะเวลา เพราะหากมีเป้าหมาย แต่ไม่มีระยะเวลาที่ชัดเจน จะกลายเป็นเป้าหมายที่เลื่อนลอยยากที่จะสำเร็จ

ขณะเดียวกัน ยังต้องตั้งจำนวนเงินที่เราจะใช้จ่ายได้ และจำนวนเงินที่จะออมไหว โดยให้พิจารณาจากรายรับ-รายจ่าย จากรายได้ทั้งหมด พิจารณาเงินส่วนที่เหลือจากรายได้ที่มีหลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆเรียบร้อยแล้ว เช่น รายได้ประจำเดือนสุทธิ-ค่าเช่าบ้าน, ค่าน้ำค่าไฟ, ค่าเดินทาง, ค่าอาหาร เพื่อประเมินความเป็นไปได้และความสามารถในการออมเงิน ช่วยให้เราออมเงินในจำนวนที่สอดคล้องกับเป้าหมายและระยะเวลาที่มี

และเพื่อไม่ให้พลั้งมือใช้เงินส่วนของเงินออม การแยกบัญชีใช้จ่ายปกติออกจากเงินออมเป็นเรื่องที่ควรทำ โดยอาจแบ่งบัญชีเงินออมออกเป็น 4 บัญชี ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน ได้แก่ บัญชีฉุกเฉิน บัญชีเงินออมระยะสั้น เงินออมระยะยาว และบัญชีเพื่อการลงทุน หรือหากคิดว่ายุ่งยากเกินไป จะใช้บัญชี ทีทีบี โนฟิกซ์ ที่เป็นทางเลือกในการช่วยออมก็ได้ เพราะเป็นบัญชีออมทรัพย์ที่มีฟังก์ชันแยกเก็บเงินได้หลายเป้าหมาย โดยไม่ต้องแยกหลายบัญชี

มาถึงตรงนี้ หวังว่า “เคล็ดไม่ลับ” เหล่านี้จะไม่ได้ช่วยแค่ให้ “คนไทย” ไม่ร้อนใจร้อนเงินแค่ในช่วงสงกรานต์ปีใหม่ไทยนี้เท่านั้น แต่ช่วยรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจรอบใหม่ ที่คาดว่าจะหนักหนาสาหัสกว่าครั้งไหนๆไปด้วยกัน.

ทีมเศรษฐกิจ

อ่านคอลัมน์ "สกู๊ปเศรษฐกิจ" ทั้งหมดที่นี่



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ