เตือน! บ้านจ่อแพงขึ้น 10% เซ่นพิษสงคราม - ราคาน้ำมันภาคการเงิน คาด อสังหาฯ ดิ่งต่ำสุดในรอบ 8 ปี

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เตือน! บ้านจ่อแพงขึ้น 10% เซ่นพิษสงคราม - ราคาน้ำมันภาคการเงิน คาด อสังหาฯ ดิ่งต่ำสุดในรอบ 8 ปี

Date Time: 7 เม.ย. 2569 13:53 น.

Video

จัดพอร์ตให้รอดทุกสภาวะตลาด งัดวิชา 5 กูรูชั้นนำ | SET x Thairath Money

Summary

KKP ประเมินตลาดอสังหาฯ ปี 2569 ยอดโอนฯ ต่ำสุดในรอบ 8 ปี ชี้ปัญหาสงคราม - น้ำมันแพง ดันต้นทุนก่อสร้าง กระทบ “ราคาบ้านใหม่” อาจปรับขึ้นอีก 5-10%

Latest


สายงานสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ออกโรงเตือนสัญญาณอันตรายของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569 ว่า กำลังเผชิญกับ "พายุสมบูรณ์แบบ" (Perfect Storm) เมื่อต้นทุนทุกอย่างขยับขึ้นยกแผง จนคาดการณ์ว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์จะดิ่งลงไปอยู่ที่ 290,000 ยูนิต ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดในรอบเกือบศตวรรษ (8 ปี)

เมื่อ “น้ำมัน” แพง ดันต้นทุน “บ้าน” ปรับฐานใหม่

ทั้งนี้ KKP ประเมินว่า จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จนดันราคาน้ำมันดิบโลกทะลุ 110-120 ต่อบาร์เรล กำลังทำให้ค่าขนส่งและค่าผลิตวัสดุก่อสร้างพุ่งเป็นโดมิโน่ ดังนี้ 

  • เหล็กและโครงสร้าง (18% ของราคาบ้าน): อ่อนไหวต่อค่าขนส่งและราคาพลังงานโลกสูงมาก หากสงครามปะทุในช่วงเริ่มโครงการ ต้นทุนจะดีดตัวทันทีตั้งแต่วันแรก
  • งานระบบและสถาปัตยกรรม (12%+): ท่อ PVC, สายไฟ, สีทาบ้าน ทั้งหมดนี้คือผลิตภัณฑ์จาก "ปิโตรเคมี" ที่ราคาพุ่งตามราคาน้ำมันแบบเงาตามตัว
  • New Cost Base: KKP ชี้ว่าเรากำลังเข้าสู่ภาวะต้นทุนปรับฐานใหม่ ซึ่งจะบีบให้บ้านโครงการใหม่ต้องปรับราคาขึ้นอีก 5-10% อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ค่าครองชีพพุ่ง - กำลังซื้อหด ฝันของคนอยากมีบ้าน ที่ต้องรอไปก่อน

ในขณะที่ราคาบ้านจ่อปรับขึ้น "กระเป๋าตังค์" ของคนไทยกลับแฟบลงเช่นกัน จากวิกฤติค่าครองชีพที่สูงขึ้นยกแผง

  1. รายได้ถูกกินด้วยค่าใช้จ่ายจำเป็น: เมื่อค่าน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภคแพงขึ้น เงินออมเพื่อ "ดาวน์บ้าน" หรือเงินที่จะเอามา "ผ่อนบ้าน" ก็ลดน้อยลง
  2. ดอกเบี้ยขาขึ้น: เงินเฟ้อจากราคาพลังงาน บีบให้ธนาคารกลาง รวมถึงประเทศไทย ต้องคงดอกเบี้ยสูง ซึ่งภาระค่างวดที่เพิ่มขึ้นเพียง 1% อาจทำให้เราต้องจ่ายค่าบ้านเพิ่มขึ้นเดือนละหลายพันบาท หรือกู้ได้วงเงินน้อยลงจนไม่พอซื้อบ้านในฝัน

เปิด 3 โซนอันตราย บ้านเหลือขายค้างสต็อกเพียบ

  • รังสิต-ปทุมธานี: 19,300 หน่วย (มูลค่า 6.7 หมื่นล้าน)
  • บางบัวทอง-นนทบุรี: 18,100 หน่วย (มูลค่า 6.3 หมื่นล้าน)
  • บางนา-สมุทรปราการ: 16,400 หน่วย (มูลค่า 5.7 หมื่นล้าน)

กลยุทธ์เอาตัวรอด "ล็อกต้นทุน-คว้าของเก่า"

แม้ภาพรวมจะดูแย่ แต่สำหรับคนที่มีความพร้อม KKP มองว่านี่คือ "นาทีทองสุดท้าย" ก่อนที่ราคาใหม่จะถูกนำมาใช้จริง

  • ซื้อบ้านสต็อกเดิม: การเลือกบ้านที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ คือการซื้อสินค้าราคา "ต้นทุนเก่า" ที่ยังไม่บวกเงินเฟ้อและค่าขนส่งใหม่ เหมือนได้ส่วนลดทางอ้อมไปในตัว
  • ล็อกดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate): ในภาวะดอกเบี้ยผันผวน การรีบทำสัญญาและเลือกอัตราดอกเบี้ยคงที่ 1-3 ปีแรก คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
  • ดีลพิเศษจาก Developer: เพื่อรักษาสภาพคล่อง ผู้ประกอบการยอมอัดโปรโมชั่น "ลด-แลก-แจก-แถม" เพื่อระบายสต็อกเดิม นี่คือจังหวะที่ผู้ซื้อมีอำนาจต่อรองสูงสุด

ด้าน "อนันต์กร อมรวาที" นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) ออกมาเตือนสอดคล้องกัน ว่า สำหรับผู้บริโภคที่กำลังวางแผนสร้างบ้านใหม่ ควรเตรียมตัวรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อราคาบ้านมีราคาที่สูงขึ้นจากปัจจุบันราว  3 – 5% 

ทั้งนี้ สำหรับผู้บริโภคที่มีความพร้อม การทำสัญญาในช่วงนี้ถือเป็นการล็อกต้นทุนเดิมเอาไว้ก่อนการปรับราคาครั้งใหญ่จะเริ่มขึ้น หลังจากสิ้นเดือนเมษายนเป็นต้นไป ทำให้มั่นใจได้ว่างบประมาณสร้างบ้านจะไม่บานปลาย แม้ในภาวะที่เศรษฐกิจมีความผันผวนก็ตาม” นายอนันต์กร กล่าว

ท้ายที่สุดแล้ว แม้สงครามในตะวันออกกลางจะดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่แรงกระเพื่อมที่เดินทางผ่านระบบเศรษฐกิจโลก ทั้งราคาพลังงาน เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย ค่าเงิน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ล้วนเป็นปัจจัยที่มีผลต่อความสามารถในการซื้อบ้านของคนไทยโดยตรง การติดตามสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิดจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะเหตุการณ์ในอีกซีกโลก อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดว่าการเป็นเจ้าของบ้านของคนไทยจะง่ายหรือยากขึ้นในอนาคต 


ที่มา : KKP 

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ