เงินบริจาคลดหย่อนภาษี 2569 ต้องรู้ บริจาคแบบไหนได้สิทธิ์ เท่าไร และต้องผ่าน e-Donation

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เงินบริจาคลดหย่อนภาษี 2569 ต้องรู้ บริจาคแบบไหนได้สิทธิ์ เท่าไร และต้องผ่าน e-Donation

Date Time: 14 มี.ค. 2569 15:17 น.

Video

เทคนิคซื้อบ้านฉบับปี 2026 ซื้อบ้านแบบไหนประหยัดเงินได้มากกว่ากัน? | Money Issue EP.49

Summary

เปิดเงื่อนไขใหม่การใช้สิทธิ์ ลดหย่อนภาษีเงินบริจาค ปีภาษี 2569 ต้องบริจาคเป็นเงินและผ่านระบบ e-Donation เท่านั้น พร้อมเช็กเพดานหักลดหย่อน 10% และกรณีบริจาคการศึกษาที่อาจกลับมาลดหย่อน 2 เท่า

สำหรับคนไทย “การทำบุญบริจาค” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของศรัทธาเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการ วางแผนภาษี ได้ด้วย หากเรารู้กติกาให้ถูกต้อง

โดยเฉพาะ ปีภาษี 2569 ที่จะนำไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงต้นปี 2570 นั้น มีเงื่อนไขสำคัญ ที่ผู้ทำบุญต้องรู้ เพราะกฎบางอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว หากบริจาคผิดวิธี อาจได้ “บุญ” แต่ไม่ได้สิทธิลดหย่อนภาษี

Thairath Money รวบรวมสิ่งที่ควรรู้ก่อนควักกระเป๋าบริจาค เพื่อการบริหารเงิน - วางแผนภาษี ที่ถูกต้อง ดังนี้ 

การบริจาคแบบไหน ลดหย่อนภาษีได้

โดยหลักแล้ว เงินบริจาคที่นำไปลดหย่อนภาษีได้ ต้องเป็นการบริจาคให้กับหน่วยงานที่กฎหมายกำหนด เช่น

  • ศาสนสถาน เช่น วัด โบสถ์ มัสยิด
  • สถานศึกษา
  • โรงพยาบาลของรัฐ
  • องค์กรสาธารณกุศลที่ได้รับการรับรอง

อย่างไรก็ตาม กฎสำคัญสำหรับ บุคคลธรรมดา คือ

  • ต้องบริจาค เป็นเงินเท่านั้น
  • จึงจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้

ต่างจาก บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่สามารถบริจาคได้ทั้ง เงินหรือทรัพย์สิน และนำไปบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้

เงินบริจาค ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่

แม้การบริจาคจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ แต่กฎหมายกำหนด เพดานการหักลดหย่อน ไว้ โดยหลักคือ เงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนได้ไม่เกิน 10% ของเงินได้ หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นแล้ว ทั้งนี้ สิทธิที่ได้รับจะแตกต่างกันตามประเภทของการบริจาค

1. เงินบริจาคทั่วไป

เช่น การบริจาคให้

  • วัด หรือศาสนสถาน
  • มูลนิธิหรือองค์กรสาธารณกุศล
  • หน่วยงานรัฐบางประเภท

สามารถนำไป หักลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่บริจาคจริง (1 เท่า)แต่เมื่อรวมคำนวณแล้ว ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน

2. เงินบริจาคเพื่อการศึกษา และโรงพยาบาลรัฐ

การบริจาคบางประเภท รัฐให้สิทธิพิเศษเพิ่ม เพื่อสนับสนุนภาคสังคม เช่น

  • สถานศึกษา
  • โรงพยาบาลของรัฐ
  • หน่วยงานด้านสาธารณสุข
  • กองทุนหรือโครงการที่รัฐกำหนด

โดยปกติสามารถนำไป หักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ของเงินที่บริจาคจริง เช่น บริจาคให้โรงพยาบาลรัฐ 10,000 บาทสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 20,000 บาท อย่างไรก็ตาม เมื่อนำไปคำนวณรวมแล้ว ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน

3. เงินบริจาคพิเศษตามมาตรการรัฐ

ในบางช่วงเวลา รัฐอาจออกมาตรการส่งเสริมเพิ่มเติม เช่น

  • บริจาคให้กองทุนด้านการแพทย์
  • กองทุนช่วยเหลือภัยพิบัติ
  • โครงการพัฒนาสังคมตามนโยบายรัฐ

ซึ่งบางโครงการอาจให้สิทธิ หักลดหย่อน 2 เท่า หรือมากกว่า ตามเงื่อนไขที่กำหนดในแต่ละปี ดังนั้น ผู้เสียภาษีควรตรวจสอบประกาศจาก กรมสรรพากร ก่อนบริจาคทุกครั้ง

ตั้งแต่ปี 2569 ต้องบริจาคผ่าน e-Donation เท่านั้น

อีกกติกาสำคัญที่เริ่มใช้เต็มรูปแบบคือ หากต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ต้องบริจาคผ่านระบบ e-Donation เท่านั้นระบบนี้เชื่อมข้อมูลกับ กรมสรรพากร โดยตรง ทำให้ข้อมูลการบริจาคถูกส่งเข้าระบบภาษีอัตโนมัติ ผู้เสียภาษีไม่ต้องเก็บใบอนุโมทนาบัตรหรือเอกสารไว้ยื่นประกอบเหมือนในอดีต

วิธีบริจาคผ่านระบบมี 2 รูปแบบ เช่น

  • หน่วยรับบริจาคเป็นผู้บันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบ
  • บริจาคผ่าน QR Code หรือ Barcode ของบัญชีหน่วยรับบริจาค

เมื่อทำรายการแล้ว ข้อมูลจะถูกส่งเข้าสู่ระบบภาษีโดยอัตโนมัติทันที

ก่อนบริจาค ต้องตรวจสอบ 3 เรื่องสำคัญ

เพื่อให้การบริจาคได้ทั้งบุญและสิทธิลดหย่อนภาษี ควรตรวจสอบก่อนเสมอว่า

1. หน่วยรับบริจาคอยู่ในรายชื่อที่กฎหมายกำหนด องค์กรหรือศาสนสถานต้องได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง

2. รองรับระบบ e-Donation หากไม่ผ่านระบบนี้ อาจไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

3. ตรวจสอบรายชื่อผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร เพื่อยืนยันว่าองค์กรดังกล่าวมีสิทธิรับบริจาคเพื่อลดหย่อนภาษี

บริจาคให้ “วัด” แบบไหน ลดหย่อนภาษีได้

หลายคนเข้าใจว่าบริจาคให้พระหรือวัดที่ไหนก็ใช้ลดหย่อนภาษีได้ แต่ในความเป็นจริงมีเงื่อนไขสำคัญ การบริจาคจะใช้สิทธิภาษีได้ก็ต่อเมื่อเป็นการบริจาคให้กับ ศาสนสถานที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมายของประเทศไทย เช่น

  • วัดในพระพุทธศาสนา
  • โบสถ์คริสต์
  • มัสยิด
  • ศาสนสถานพราหมณ์-ฮินดู
  • ศาสนสถานซิกข์

หากเป็นสำนักสงฆ์หรือสถานที่ที่ยังไม่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย อาจ ไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ แม้จะเป็นการทำบุญจริงก็ตาม

 บริจาคเพื่อการศึกษา ปี 2569 มีโอกาสกลับมา “2 เท่า”

อีกประเด็นที่ผู้เสียภาษีจำนวนมากตั้งคำถามคือ สิทธิบริจาคเพื่อการศึกษา 2 เท่า เดิมที มาตรการภาษีเปิดให้ผู้บริจาคสามารถนำยอดบริจาคเพื่อการศึกษาไป หักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า เพื่อสนับสนุนภาคการศึกษา

แต่สำหรับ ปีภาษี 2568 ที่ยื่นภาษีในช่วงต้นปี 2569 นั้น สิทธิดังกล่าว ลดเหลือเพียง 1 เท่า สาเหตุเกิดจากมาตรการต่ออายุยังไม่ทันผ่านการอนุมัติ เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวเกิดเหตุการณ์ ยุบสภา ทำให้กระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีหยุดชะงัก

อย่างไรก็ดี ตามคำชี้แจงของอธิบดีกรมสรรพากร ระบุว่า ปีภาษี 2569 มีแนวโน้มที่การบริจาคเพื่อการศึกษา จะกลับมาใช้สิทธิหักลดหย่อน 2 เท่า อีกครั้ง หากรัฐบาลชุดใหม่อนุมัติตามข้อเสนอเดิมของกรมสรรพากร

ดังนั้น ผู้ที่วางแผนบริจาคเพื่อการศึกษาในปีนี้ควร ติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด เพราะหากมาตรการกลับมาใช้จริง จะทำให้การบริจาคเป็นอีกเครื่องมือในการลดภาระภาษีได้อย่างมีนัยสำคัญ

บริจาคอย่างไร ให้ได้ทั้งบุญและภาษี

หากสรุปหลักการง่าย ๆ สำหรับการวางแผนภาษีผ่านการบริจาคในปี 2569 มีดังนี้

  • บริจาคเป็น เงินเท่านั้น (สำหรับบุคคลธรรมดา)
  • ต้องทำผ่าน ระบบ e-Donation
  • ตรวจสอบหน่วยรับบริจาคก่อนทุกครั้ง
  • ศาสนสถานต้องได้รับการจัดตั้งถูกต้องตามกฎหมาย
  • ติดตามนโยบาย ลดหย่อน 2 เท่าด้านการศึกษา

สุดท้าย การทำบุญจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของศรัทธา แต่ยังเป็นอีกหนึ่งวิธี บริหารเงินและภาษีอย่างชาญฉลาด เพราะหากวางแผนดี การบริจาคหนึ่งครั้งก็อาจได้ทั้ง “แต้มบุญ” และ “ประโยชน์ทางภาษี” ไปพร้อมกันนั่นเอง.


ที่มา : กรมสรรพากร , บมจ.ธรรมนิติ 


อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney




Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ